นโยบายดังกล่าวนั้นทำให้หลายฝ่ายคำนึงเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลส่วนตัว ขณะที่ Youtube ยืนยันว่าไม่มีการบังคับปัญหาของการสร้างคลิปด้วยเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI หรือ Artificial Intelligence) แบบปลอมใบหน้า (Deepfake) นั้นนับเป็นปัญหาใหญ่ที่นำไปสู่การหลอกลวงมากมาย ทั้งยังสามารถทำออกมาได้เยอะมากจนแพลตฟอร์มขนาดใหญ่อย่าง Youtube ยังไม่สามารถจัดการได้หมด จนต้องงัดเอามาตรการล่าสุดมาใช้งานจากรายงานโดยเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของผู้พัฒนาเครื่องมือต่อต้านมัลแวร์ชื่อดัง Malwarebytes ได้กล่าวถึงการที่ทาง Youtube กำลังที่จะเตรียมขยายโครงการเก็บใบหน้ามาพัฒนาระบบการตรวจจับหน้าคล้าย (Likeness Detection) เพื่อต่อต้านคลิปปลอมที่เกิดจากการสร้างด้วย AI เพื่อการเลียนแบบหน้าอย่างระบบ Deepfake โดยโครงการนี้ก็ไม่ได้เรียกว่าเป็นของใหม่เสียทีเดียว เนื่องมาจากตัวโครงการนั้นมีการริเริ่มมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2024 (พ.ศ. 2567) โดยเป็นความร่วมมือกันระหว่างทาง Youtube และ Creative Artists Agency เพื่อป้องกันการทำคลิปปลอมเป็นนักกีฬาชื่อดังและเหล่าดาราผู้มีชื่อเสียงในระดับโลก ต่อมาในช่วงเดือนตุลาคม ค.ศ. 2025 (พ.ศ. 2568) โครงการนี้ก็ได้ขยายไปยังกลุ่มผู้สร้างคอนเทนต์ หรือ ครีเอเตอร์ (Creator) ต่าง ๆ และในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมานี้เอง โครงการนี้ก็ได้เริ่มครอบคลุมกลุ่มผู้สื่อข่าวและนักการเมือง กระทั่งอัปเดตล่าสุดก็มีแผนที่จะขยายไปยังกลุ่มผู้ใช้งานทั้งหมดที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปที่มีบัตรประชาชน หรือ เครื่องแสดงตัวตนต่าง ๆ และความมีความสะดวกในการถ่ายรูปหน้าตัวเอง (Selfie)และแน่นอน เมื่อมีการเก็บข้อมูลใบหน้า ก็ย่อมมีความกังวลในด้านความเป็นส่วนตัว (Privacy) ตามมา ซึ่งถึงแม้ทาง Youtube จะยืนยันว่า การเก็บข้อมูลเชิงชีวภาพ (Biomatrics) ของทางแพลตฟอร์มนั้นมีความปลอดภัยอย่างแน่นอน ทั้งทุกอย่างยังเป็นไปตามความสมัครใจของผู้ใช้งาน และผู้ใช้งานสามารถขอออกจากโครงการ (Opt-Out) ได้ตลอดเวลากระนั้น หลายฝ่ายก็ไม่ได้คลายกังวลใจ เช่น ครีเอเตอร์รายหนึ่งกล่าวว่า แรกเริ่มนั้นตนเห็นด้วยกับโครงการนี้อย่างเต็มที่ กระทั่งผ่านขั้นตอนไปถึงหน้าจอที่บังคับให้อัปโหลดข้อมูลระบุตัวตนอย่างบัตรประชาชน และบางรายยังแนะนำว่า ถ้าเปลี่ยนระบบให้เป็นการลบวิดีโอตามคำขอร้อง (Takedown Request) จะเป็นการดีกว่ามาขอเก็บข้อมูลใบหน้าและข้อมูลส่วนบุคคลเช่นนี้ ดังนั้น คงต้องติดตามกันต่อไปว่าโครงการนี้เมื่อขยายมาในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วไปแล้วจะได้รับเสียงตอบรับเพียงใด หรือจะมีข่าวอื้อฉาวเกี่ยวกับการหลุดรั่วของข้อมูลออกมาหรือไม่ในอนาคต➤ Website : https://www.thaiware.com➤ Facebook : https://www.facebook.com/thaiware➤ Twitter : https://www.twitter.com/thaiware➤ YouTube : https://www.youtube.com/thaiwaretv
Youtube ขอความร่วมมือผู้ใช้งานสแกนใบหน้า ร่วมด้วยช่วยกันต่อสู้ Deepfake
by
Tags: