ก่อนคุยกัน…..สรุปผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ “ล่าสุด” ตอน ๖ โมงเย็น วันที่ ๙ กุมภา.๖๙ กันก่อนว่าแต่ละพรรค ได้ สส.เขต-สส.ปาร์ตี้ลิสต์ กันพรรคละกี่คน?๑.ภูมิใจไทย ๑๗๔ สส.เขต, ๑๙ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๑๙๓๒.ประชาชน ๘๗ สส.เขต, ๓๑ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๑๑๘๓.เพื่อไทย ๕๘ สส.เขต, ๑๖ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๗๔๔.กล้าธรรม ๕๖ สส.เขต, ๒ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๕๘๕.ประชาธิปัตย์ ๑๐ สส.เขต, ๑๒ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๒๒๖.ไทรวมพลัง ๕ สส.เขต, ๑ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๖๗.ประชาชาติ ๔ สส.เขต, ๑ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๕๘.พลังประชารัฐ ๔ สส.เขต, ๑ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๕๙.เศรษฐกิจ ๓ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๓๑๐.เพื่อชาติไทย ๒ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๒๑๑.รวมไทยสร้างชาติ ๒ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๒๑๒.ไทยสร้างไทย ๑ สส.เขต, ๑ ปาร์ตี้ลิสต์ = ๒และอีก ๑๐ พรรค มี สส.พรรคละ ๑ คน คือ…-พรรคไทยทรัพย์ทวี-พรรคใหม่-พรรคมิติใหม่-พรรครวมใจไทย-พรรคประชาธิปไตยใหม่-พรรคทางเลือกใหม่พรรคเสรีรวมไทย-พรรครวมพลังประชาชน-พรรคไทยภักดี และพรรคโอกาสใหม่แล้ว กกต.จะประกาศผลเลือกตั้งเป็นทางการได้เมื่อไหร่?ตามปฏิทินเวลามีดังนี้ก.พ.- ๘ เม.ย. กกต.ต้องรับรอง สส.ให้ได้ ๙๕%๑๐-๑๖ เม.ย.ให้ สส.ใหม่รายงานตัว-หลังสงกรานต์ เปิดประชุมรัฐสภาครั้งแรก, เลือกประธาน-รองประธานสภา และรอโปรดเกล้าฯ-ต้น พ.ค.โหวตเลือกนายกฯ และโปรดเกล้าฯ นายกรัฐมนตรี-พ.ค.-มิ.ย.ตั้ง ครม., โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ครม.และเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน-กลาง มิ.ย.๖๙ รัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาช่วงนี้ ราชการ-งานเมือง ก็ให้ “รัฐบาลรักษาการ” ที่นายอนุทินเป็นนายกรักษาการ บริหารไปก่อน อีกราวๆ ๕ เดือนราวๆ มิถุนา.โน่นแหละ….“รัฐบาลใหม่” โดย “รัฐบาลเดิม-นายกฯ คนเดิม” จะเข้ามาบริหารราชการงานเมืองได้โดยมีอำนาจเต็ม!ถามว่า “รัฐบาลใหม่” ภูมิใจไทยน่าจะเชิญพรรคไหนมาร่วมบ้าง?ถ้าเป็นผมนะ ขั้นแรก ก็ต้องคิดถึงพรรคที่เป็น “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” มาด้วยกันก่อนก็มี ภูมิใจไทย ๑๙๓ + กล้าธรรม ๕๘ + พลังประชารัฐ ๕ รวม ๒๕๖ เสียง “เป็นต้นทุน” ของรัฐบาลใหม่จากนั้น ก็หาพรรคขนาดกลางและเล็กมาร่วม ความจริง ได้ประชาธิปัตย์ ๒๒ เสียงมาผสม เป็น ๒๕๖+๒๒ = ๒๗๘ ก็เรี่ยมเร้-เรไรไปเลยให้คุณอภิสิทธิ์เป็น “ประธานรัฐสภา”จะได้ไม่ผิดคำพูดที่ประกาศจะไม่ร่วมกับรัฐบาลที่มีพรรคธรรมนัสรวมอยู่ด้วยเพราะเมื่อไปนั่งอยู่ในตำแหน่ง “ประธานรัฐสภา” คุณอภิสิทธิ์ก็ไม่ต้องมาข้องแวะกับกิจการงานพรรค เพราะตำแหน่งประธานรัฐสภานั้นคือตำแหน่ง “ประมุขแห่งสถาบันอำนาจนิติบัญญัติ”ต้องทำหน้าที่เป็นกลาง อยู่เหนือพรรค อยู่เหนือฝ่ายรัฐบาล และอยู่เหนือฝ่ายค้านซึ่งตำแหน่งนี้ “ลงตัว” กับคุณอภิสิทธิ์ปานฟ้าดินจัดสรร เพราะคุณอภิสิทธิ์เคยเป็นนายกฯ มาแล้วถ้าไม่ใช่ “ตำแหน่งนายกฯ” ที่จะนั่ง ก็ไม่มีตำแหน่งอื่นที่คู่ควรยกเว้นตำแหน่ง “ประธานรัฐสภา” เท่านั้นเหมาะสม-คู่ควร คุณอภิสิทธิ์จะนั่งที่สุด!แต่ก็นั่นแหละ คุณอภิสิทธิ์เป็นคนมีหลักการ ในการโน้มน้าว ถ้าไม่มีเหตุผลพอที่จะพูดให้คุณอภิสิทธิ์มองเห็นความจำเป็น ต้องเสียสละเพื่อบ้านเมืองก็ยากที่คุณอภิสิทธิ์จะรับเงื่อนไขนี้!ฉะนั้น อยู่ที่นายกฯ “สาลิกาลิ้นทอง” อย่างคุณอนุทินจะอ้อน!ถ้าไม่อย่างนั้น มีอีกรูปแบบคือ จากต้นทุน ๒๕๖ เสียงก็เชิญพรรคเล็ก ไทรวมพลัง ๖ เสียง, เศรษฐกิจ ๓ เสียงเพื่อชาติไทย-รวมไทยสร้างชาติ และไทยสร้างไทย ซึ่งมีพรรคละ ๒ เสียง รวม ๖ เสียงและพรรคเล็กๆ ที่มีพรรคละ ๑ เสียง ๑๐ พรรค รวมในส่วนนี้เข้าด้วยกันอีก ๒๕ เสียง เป็น ๒๕๖+๒๕ = รัฐบาล ๒๘๑ เสียง ก็เป็นทางเลือกอีกทางหนึ่งที่น่ามองที่สำคัญ ได้คุณหมอวรงค์และ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์มาร่วมงาน!คือผมมองว่า ถ้าจะเอาง่ายๆ แค่ไปเชิญพรรคเพื่อไทยมาร่วม จากต้นทุน ๒๕๖+๗๔ = ๓๓๐ มันแน่นปึ้กก็จริงแต่ที่ง่ายนั้นแหละ จะทำให้ตายเร็ว!ต้องไม่ลืม นโยบายมันไปด้วยกันไม่ได้เลย สร้างเศรษฐีเงินล้าน วันละ ๙ คนงี้ เป็นญาติสนิทกับอังเคิลงี้ เกิดไปเปิดด่านละก็ ยุ่งตายห่ะ!ที่สำคัญ เพื่อไทย นอกจากตูดใหญ่แล้ว ยังมากตูด มันยากลงเรื่องแบ่งกระทรวงที่จะเข้าไปบริหารและเหตุเขมรถล่มกับไทย ต้นเหตุมาจากใคร-พรรคไหน ทุกคนรู้ ถ้าเอาเพื่อไทยมาร่วม คนที่เลือกภูมิใจไทยกว่า ๑๔ ล้านคน“ไม่พอใจ” แน่นอน!โดยเฉพาะพี่น้องอีสานใต้ ไม่เพราะเพื่อไทยหรือ ทำให้เขมรยิงถล่ม BM-21 เข้ามาจนบ้านเรือนพังพินาศ บาดเจ็บ-ล้มตายกันหลายสิบคน!ก็พูดไปครบทุกพรรค เว้นพรรคประชาชนที่ยังไม่ได้พูดถึง อือออ…ก็เห็นใจนะ ถึงคราวทุกข์ซ้ำ กรรมซัด วิบัติเป็น แพ้ภูมิใจไทยเป็นช่วงตัว ก็ปวดร้าวอยู่แล้วเมื่อวาน (๙ กุมภา.๖๙) กรรมเก่าก็ส่งผล เรื่องที่ ๔๔ สส.พรรคก้าวไกล (พรรคประชาชนปัจจุบัน)ร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ….ที่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญและฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๙ นั้นน่ะป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ว่า……“การกระทำของนายพิธา ผู้ถูกกล่าวหาที่ ๑ นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ที่ ๒ นายธีรัจชัย พันธุมาศ ที่ ๓นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ที่ ๔ นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ที่ ๕ นายปริญญา คีรีรัตน์ ที่ ๖ นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ที่ ๗นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ที่ ๘ นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ที่ ๙ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ที่ ๑๐พลตำรวจตรีสุพิศาล ภักดีนฤนาถ ที่ ๑๑ นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ที่ ๑๒ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ที่ ๑๓นายสุรวาท ทองบุ ที่ ๑๔ นายศักดินัย นุ่มหนู ที่ ๑๕ นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ที่ ๑๖ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ที่ ๑๗พันตำรวจตรีชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ที่ ๑๘ นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ที่ ๑๙ นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ที่ ๒๐นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ ๒๑ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ที่ ๒๒ นายรังสิมันต์ โรม ที่ ๒๓ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ที่ ๒๔นางสาววรรณวิภา ไม้สน ที่ ๒๕ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ ๒๖ นายวรภพ วิริยะโรจน์ ที่ ๒๗ นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ที่ ๒๘นายองค์การ ชัยบุตร ที่ ๒๙ นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ที่ ๓๐ นายวุฒินันท์ บุญชู ที่ ๓๑ นายทองแดง เบ็ญจะปัก ที่ ๓๒นายคำพอง เทพาคำ ที่ ๓๓ นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ที่ ๓๔ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ ๓๕ นายนิติพล ผิวเหมาะ ที่ ๓๖นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ที่ ๓๗ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ที่ ๓๘ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ที่ ๓๙ นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ที่ ๔๐นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ที่ ๔๑ นายมานพ คีรีภูวดล ที่ ๔๒นายอภิชาต ศิริสุนทร ที่ ๔๓ และนายสุเทพ อู่อ้น ที่ ๔๔ที่ได้ร่วมกันเสนอร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่…) พ.ศ….ที่มีเนื้อหาขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๙ประกอบพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.๒๕๖๑ มาตรา ๒๘ (๑)โดยมีเจตนามุ่งประสงค์จะลดทอนการคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์โดยอาศัยกระบวนการทางนิติบัญญัติ ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเป็นการไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยและไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ และเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่งการกระทำดังกล่าวเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ และก่อให้เกิดความเสียหายต่อชาติบ้านเมืองในวงกว้างอย่างร้ายแรงอีกทั้งยังได้นำเรื่องการแก้ไข พ.ร.บ.ดังกล่าวมากำหนดไว้เป็นนโยบายในการหาเสียงการกระทำของนายพิธาที่ได้เป็นผู้ริเริ่มลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. โดยมีผู้ร่วมลงชื่อในญัตติที่เสนออีก ๔๓ คน รวมเป็นผู้เสนอทั้งสิ้น ๔๔ คนข้อเท็จจริงไม่อาจแบ่งแยกหรือชี้แจงการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาแต่ละคนได้ว่ามิได้ร่วมกันดำเนินการเสนอญัตติโดยมิได้มีเจตนาร่วมกันแต่อย่างใดและผู้ถูกกล่าวหาแต่ละราย ไม่ได้มีการชี้แจงให้เห็นถึงการกระทำที่แบ่งแยกโดยชัดเจนว่า ต่างคนต่างกระทำ ในการเสนอญัตติการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง ๔๔ คนจึงเป็นการดำเนินการโดยมีเจตนาร่วมกันตามแนวคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๓/๒๕๖๗ ลงวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๗คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาเนื้อหาร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาตามที่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง ๔๔ คนเสนอ และพฤติกรรมต่างๆ ประกอบแล้ว มีความเห็นว่าแม้ว่าสิทธิในการเสนอแก้ไขกฎหมาย จะเป็นสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เข้าชื่อกันเสนอกฎหมายได้ก็ตามแต่จำต้องพิจารณาเนื้อหาของร่างที่เสนอว่า…..มีลักษณะเป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญหรือมีเนื้อหาที่ไม่สมควรหรือไม่ ประการใดโดยเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้มีข้อทักท้วงเกี่ยวกับเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวด้วยแล้วตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.๒๕๖๒ ข้อ ๑๑๑ และข้อ ๑๑๒แต่ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง ๔๔ คน ยังคงยืนยันที่จะเสนอร่างแก้ไขกฎหมายดังกล่าวต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรดำเนินการในกระบวนการตรากฎหมายต่อไปเมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า…..ญัตติที่เสนอ มีเนื้อหาในลักษณะดังกล่าวข้างต้นแสดงให้เห็นถึงความไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยการกระทำของผู้ถูกกล่าวหา ทั้ง ๔๔ คนจึงเป็นการกระทำที่ฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ฐานไม่ยึดมั่นและธำรงไว้ซึ่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฐานไม่พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ เอกราช อธิปไตย บูรณภาพแห่งอาณาเขตและเขตที่ประเทศไทย มีสิทธิอธิปไตย เกียรติภูมิและผลประโยชน์ของชาติ ความมั่นคงของรัฐและความสงบเรียบร้อยของประชาชนและฐานกระทำการใดที่ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ตามมาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญและผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระรวมทั้งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและหัวหน้าหน่วยงานธุรการของศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระ พ.ศ.๒๕๖๑ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๑๗ ประกอบข้อ ๓ และข้อ ๒๗ทั้งนี้ ที่ประชุมมีมติให้…..ส่งเรื่องและความเห็นต่อ “ศาลฎีกา” เพื่อพิจารณาวินิจฉัยการกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้ง ๔๔ คน กระทำการฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่มีมติ.ครับ….ถ้าศาลฎีการับเรื่องไว้พิจารณา ทั้ง ๔๔ สส.นี้ ต้อง "หยุดปฏิบัติหน้าที่" ทันที!ล้วนตัวตึงทั้งนั้น มีทั้ง เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค ศิริกัญญา ตันสกุล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายรังสิมันต์ โรม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นต้นก็เหลือ “ไอซ์-รักชนก” กับ “ไอติม-พริษฐ์” เท่านั้นถึงคิวจับสลากกันเป็น "หัวหน้าพรรค"!.-เปลว สีเงิน๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙คนปลายซอย
กรรม “ไล่ล่า” พรรคส้ม
by
Tags: