Category: การเมือง
-
มติเอกฉันท์ กกต. ฟัน ‘สว.ธนกร’ ขาดคุณสมบัติเคยต้องโทษคดีพนัน สั่งคืนเงินเดือน
มติเอกฉันท์ กกต. ฟัน สว.ธนกร ถาวรชินโชติ เคยต้องคำพิพากษาศาลพัทยา ถึงที่สุด ปมการพนัน สั่งคืนเงินเดือนและประโยชน์ที่ได้ในตำแหน่ง21 กันยายน 2569 – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกเอกสารข่าว เปิดเผยมติที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2569 โดยที่ประชุม กกต.มีมติเป็นเอกฉันท์ กรณี นายธนกร ถาวรชินโชติ ผู้ได้รับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา กลุ่มที่ 6 ลำดับที่ 7 ซึ่งถูกกล่าวหาว่าสมัครรับเลือกเป็น สว. โดยรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือก เนื่องจากเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลจังหวัดพัทยา ในคดีหมายเลขดำที่ 10664/2554 คดีหมายเลขแดงที่ 10706/2554 ลงวันที่ 17 ธันวาคม 2554 ในความผิดฐานเป็นเจ้ามือรับกินรับใช้ตามพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการพนันในความผิดฐานเป็นเจ้ามือหรือเจ้าสำนัก อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 74 ประกอบมาตรา 14 (12)ทั้งนี้…
-
ป.ป.ช. สั่งฟัน อดีตเลขาสกสค. ร่ำรวย มีทรัพย์สินมากผิดปกติ
ภาพไฮไลต์ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด “สมศักดิ์ ตาไชย” อดีตเลขาสกสค. หลังพบมีแค่เงินเดือนและค่าตอบแทน แต่มีทรัพย์สินมากผิดปกติ ถึง 35 ล้านบาทวันที่ 21 กันยายน 2569 นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) แถลงว่า ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นายสมศักดิ์ ตาไชย เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ร่ำรวยผิดปกติ 35,991,076 บาท จากการไต่สวนพบว่า ระหว่างที่นายสมศักดิ์ดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการสกสค.วันที่ 17 พฤศจิกายน 2551 ถึง 3 กรกฎาคม 2555 และระหว่างดำรงตำแหน่งเลขาธิการสกสค. วันที่ 1 ตุลาคม 2555– 28 พฤษภาคม 2558 นายสมศักดิ์และคู่สมรส มีรายได้ตามแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.91) ตั้งแต่ปีภาษี 2552-2558 เป็นเงินเดือนและค่าตอบแทน รวม 16,488,873บาท ไม่ปรากฏทั้งคู่มีรายได้ประเภทอื่นนอกเหนือจากรายได้ที่แสดงไว้ตามรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่มีทรัพย์สินมากผิดปกติ โดยไม่มีมูลอันจะอ้างได้ตามกฎหมาย เป็นทรัพย์สินในชื่อตนเอง…
-
บริษัท ตัวจริง? ขอเจอ หมอวรงค์ จะเปิดเส้นทางเงิน ส่งเงินผ่านใคร ปมอภิปรายจัดซื้ออุปกรณ์หุ่นยนต์ เพื่อการเรียนการสอน ของสำนักงานอาชีวศึกษา
นพ.วรงค์ เผย มีนักธุรกิจบริษัท จะขอเข้าพบโดยอ้างว่าจะเล่าข้อเท็จจริง และมีการส่งเงินผ่านให้ใครผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.-หน.พรรคไทยภักดี โพสต์ระบุว่า…ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการหลังจากที่ผมทั้งอภิปรายงบประมาณ และมีการแถลงข่าว กรณี มีการจัดซื้ออุปกรณ์หุ่นยนต์ เพื่อการเรียนการสอน ของสำนักงานอาชีวศึกษา ว่ามีการล็อคสเปคผ่านชุดควบคุม 6 D mouse โดยการจัดการของนาย M50แทนที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชนกลับกลายเป็นว่า วันอาทิตย์ที่ 20 กันยายนนี้ ช่วงเวลาประมาณบ่ายๆ มีนักธุรกิจคนหนึ่ง อ้างว่าเป็นผู้คิดค้นเทคโนโลยี 6 D mouse มาขอพบผม ที่พรรคไทยภักดี โชคดีที่พบแต่ทีมงานผม เพราะผมมาต่างจังหวัดทางทีมงานได้ต่อสาย ให้คุยกับผม นักธุรกิจท่านนั้น ไม่ขอคุยทางโทรศัพท์ อยากจะขอพบผม เพื่อขอคุยกับผมต่อหน้า เรื่องที่ผมอภิปราย โดยอ้างว่าจะเล่าข้อเท็จจริง และมีการส่งเงินผ่านให้ใครผมอยากจะเรียกร้องไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา รวมทั้งท่านรองนายกยศชนัน ที่ดูแลกระทรวงศึกษาว่า ผมไม่มีหน้าที่ต้องพบ หรือไปเคลียร์กับนักธุรกิจ ในเรื่องที่ผมอภิปรายพวกท่านต่างหากที่มีหน้าที่ ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง และชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับประชาชนทราบ เพราะผมมีหน้าที่ปกป้อง ประโยชน์ของประชาชน และประเทศชาติ ไม่ได้มีหน้าที่ไปเคลียร์หรือทำความเข้าใจกับนักธุรกิจคนไหนทั้งสิ้น#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ…
-
“อนุรักษ์ฯ” เสียงแตก
ต้องยอมรับ “นายแก้วสรร อติโพธิ” ถือเป็นนักวิชาการสายอนุรักษนิยม เคยมีบทบาทในการตรวจสอบคดีการทุจริตในสมัยรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร การออกมาให้ความเห็นในคดีฮั้ว สว. ที่แตกต่างจากนักวิชาการฝ่ายสายอนุรักษนิยมบางคน ที่ออกมากดดันกระบวนการตรวจสอบ และเรียกร้องให้เอาผิด และขยายผลเรื่องนี้อย่างต่อเนื่องยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องหลัง “นายณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต. และ ว่าที่ ร.ต.ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. ร่วมกันแถลงข่าวใน "คดีฮั้ว สว." โดยสรุปว่ามติในข้อกล่าวหาข้อที่ 4-7: สั่งฟ้อง 77 คน แบ่งเป็น สว. 26 คน ผู้สมัคร สว. 36 คน บุคคลอื่น 15 คน ขั้นตอนหลังจากนี้ กกต. จะจัดทำคำวินิจฉัยให้เสร็จภายใน 60 วัน ก่อนยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อสั่งให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นต่อไป เมื่อศาลฎีกามีคำสั่งรับคำร้องไว้พิจารณา ผู้ถูกกล่าวหาที่เป็น สว. ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาลฎีกาจะพิพากษาว่าผู้นั้นมิได้กระทำผิด โดยสั่งไม่ฟ้องกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) สส.,…
-
หลุดสะพัด! 26 สว.เริ่มไม่พอใจ ถูกส่งไปเชือดบูชายัญ
ไพศาล ชวนจับตา! อาจจะมี สว.หลายคนออกมาแฉโพย ทำนองเดียวกับกกต.ข้างน้อยผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า นายไพศาล พืชมงคล อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม โพสต์ระบุว่า…เวลาฮั้วสว.ก็ลงตัวไปกันได้ดีแต่เวลาส่งไปบูชายันต์ 26 คนการฮั้วทำท่าจะไม่ลงตัวเพราะพวกที่ถูกส่งไปเชือดบูชายัญ 26 คน กลับมีข่าวว่ามีหลายคนเริ่มไม่พอใจ ว่าทำไมต้องส่งกูไปบูชายัญเสียงคุกเสี่ยงตะรางด้วยอาจจะมีหลายคนออกมาแฉโพย ทำนองเดียวกับกกต.ข้างน้อย แฉกันวันไหนระเบิดเถิดเทิงวันนั้นแหละ#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS
-
“ซาบีดา” สั่งเรียกถกด่วน หลัง มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา ขโมยภาพชุดไทยไปเคลมเป็นชุดเขมร
ซาบีดา สั่งเรียกถกด่วน หลัง มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา ขโมยภาพชุดไทยไปเคลมเป็นชุดเขมร โดยทางกระทรวงวัฒนธรรมทราบเรื่องแล้วจากกรณีประเด็น มิสยูนิเวิร์สกัมพูชา ได้มีการหยิบภาพ “ชุดไทย” ประกอบเป็นคลิป ไปเคลมว่าเป็นชุดเขมร จากนั้นเหล่าผู้เข้าประกวดก็เดินออกมา ด้วยการสวมชุดที่พิธีกรอ้างว่าเป็นชุดกัมพูชาในอดีต จนกลายเป็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในสื่อสังคมออนไลน์และเรียกร้องให้กระทรวงวัฒนธรรมมีความเคลื่อนไหวนั้นล่าสุด กระทรวงวัฒนธรรม ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “กระทรวงวัฒนธรรมรับทราบข้อห่วงใยและข้อคิดเห็น ของประชาชน ในประเด็นที่เกี่ยวกับ “ชุดไทย” ซึ่งเป็น มรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญา ประวัติศาสตร์ และอัตลักษณ์ของชาติไทยขณะนี้ กระทรวงวัฒนธรรมอยู่ระหว่างติดตาม ข้อมูลและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อกำหนด แนวทางดำเนินการที่เหมาะสม เพื่อเผยแพร่คุณค่า ของชุดไทยทั้งในประเทศและระดับนานาชาติอย่าง ต่อเนื่องต่อไป”พร้อมกันนี้มีรายงานว่าทาง น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือถึงประเด็นดังกล่าวเป็นการเร่งด่วนวันนี้เวลา 9.00 น.อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องปะทะเดือด! สาวใหญ่ลูกครึ่งไทย ออกโรงป้อง ชุดไทยจักรี หลังเห็นเขมรใส่ถ่ายแบบ“ซาบีดา” ยืนยัน “เขมร” ได้รับเลือกเป็น คกก. UNESCO ไม่กระทบการขึ้นทะเบียนมรดกของไทย“ซาบีดา” รวมพลัง “ดีไซเนอร์” ส่งเสริม “ชุดไทยพระราชนิยม” ผลักดันสู่สายตาชาวโลก
-
นับเสร็จ 100% ผลเลือกตั้ง ‘นายก อบจ.นนทบุรี’ อย่างไม่เป็นทางการ
21 ก.ย. 2569 – สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี รายงานผลการนับคะแนนการเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี อย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. 2569 เพื่อทดแทนตำแหน่งที่ว่างลง หลังจาก พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายก อบจ. นนทบุรี เสียชีวิต ซึ่งมีผู้สมัครจำนวน 6 คน โดยเรียงตามคะแนน ปรากฎผลดังนี้อันดับ 1 คือ หมายเลข 1 นายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ กลุ่มผึ้งหลวง ได้คะแนน 193,653 คะแนนอันดับ 2 หมายเลข 4 นายเดชรัต สุขกำเนิด พรรคประชาชน ได้คะแนน 138,274 คะแนนอันดับ 3 หมายเลข 6 นายธามม์ พักตร์บวร ผู้สมัครอิสระ ได้คะแนน 7,376 คะแนนอันดับ 4…
-
‘เจี๊ยบ’ บอกเลือกตั้ง ‘นายกอบจ.นนทบุรี’ ครั้งนี้ลุ้นเหนื่อยสุด ชี้ถ้าคนใช้สิทธิมากก็มีหวังมาก
20 ก.ย.2569-นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หีบเลือกตั้งถูกปิดลงแล้ว ครั้งนี้ลุ้นเหนื่อยที่สุดเพราะปัจจัยบวกกับปัจจัยลบมีพอๆกัน ถ้าคนออกไปใช้สิทธิมากพวกเราก็มีความหวังมากตามไปด้วย“ขอขอบคุณชาวนนทบุรีทุกท่านที่สละเวลาไปเลือกตั้ง ท่านได้ทำหน้าที่พลเมืองที่ไม่นิ่งดูดายอย่างสมบูรณ์ที่สุดแล้ว”
-
พลิกยากแล้ว! ‘นฤพนธ์’ ผึ้งหลวงนำโด่ง ทิ้ง ‘เดชรัต’ กว่า 1.7 หมื่นคะแนน
อัปเดตผลนับนายก อบจ.นนทบุรี เวลา 19.07 น. นับแล้ว 31.9% “นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ” กลุ่มผึ้งหลวง ยังนำโด่ง 61,289 คะแนน ขณะที่ “เดชรัต สุขกำเนิด” พรรคประชาชน ตามมา 43,497 คะแนน ช่องว่างขยับเกือบ 1.8 หมื่นคะแนน20 กันยายน 2569 – เกาะติดผลการนับคะแนนเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนนทบุรี (อบจ.นนทบุรี) หลังปิดหีบเลือกตั้งเมื่อเวลา 17.00 น. และทยอยนับคะแนนจากทั้งหมด 1,450 หน่วยเลือกตั้งล่าสุด ณ เวลา 19.07 น. ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ นับแล้ว 31.9% หรือ 463 จากทั้งหมด 1,450 หน่วยเลือกตั้ง มีผู้มาใช้สิทธิจากหน่วยที่นับแล้ว 118,977 คนอันดับ 1 นายนฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ผู้สมัครหมายเลข 1 กลุ่มผึ้งหลวง…
-
‘เพชรเม็ดงาม’ของไทย!
อุดมการณ์ตรงกันแน่นะ?ผมถาม พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ที่เพิ่งเปิดตัวเป็นหัวหน้าพรรครักเมืองไทย และเปิดเผยรูปแบบการทำงานว่า พร้อมร่วมมือกับบุคคลฝ่ายคุณธรรมที่มี “อุดมการณ์ตรงกัน”..อย่าง พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ และหมอวรงค์ โดยอาจใช้กลยุทธ์ “สงครามกองโจร” ขับเคลื่อนงานทั้งในและนอกสภา น่ะ!ที่ถามให้แน่ใจ-มั่นใจ ด้วยเพราะได้ยินพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยได้พูดถึง พล.ต.ท.เรวัช ว่า..“ไม่เหมือนกับตน เขาออกทีวี คุยว่ามีปืนอย่างโน้นอย่างนี้ ไปไหนพกปืน วิสามัญไปไม่รู้กี่ศพซึ่งตนไม่รู้ว่าจริงเท็จแค่ไหน พูดโม้ไปเรื่อย มีโจรก็ส่งลูกน้องไปยิง ไม่ได้ทำเอง ไม่ได้ใช้การต่อสู้ไม่ได้ใช้ความกล้าหาญ แต่ไปแอบยิงเขา ถามว่าทำไมจะไม่รู้ ตนผ่านงานมาเยอะ พวกนี้ทำเขาไว้มาก ก็กลัวตายเหมือนกัน กลัวเขามาเก็บ จึงต้องมีอาวุธครบหมดมีทั้งในบ้าน ห้องนอน ห้องรับแขก วางไว้ทั่ว เพื่อป้องกันตัว จะไปไหนคนเดียวแบบตนก็ไม่กล้า แห่ไปเป็นขบวน สิ้นเปลือง ไม่ได้ประโยชน์ดังนั้นแนวคิดการทำงานไม่เหมือนกัน”ว้า..อุตส่าห์ทอดไมตรี หวังผูกมิตรทางการเมือง แต่นายพลรุ่นพี่กลับพูดเสมือนไม่ให้ราคาค่างวด อย่างนี้เห็นที พล.ต.ท.เรวัชต้องโกรธ-ต้องแค้น เป็นศัตรูไปอีกคนสิท่า?ผมว่าก่อนจะ “กอบกู้ศักดิ์ศรีคนไทย” ท่านน่าจะสวนหมัด-ตอบโต้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีให้ตัวเองก่อนดีไหม?โดยเฉพาะประโยค “มีโจรก็ส่งลูกน้องไปยิง ไม่ได้ทำเอง” ไม่ใช่แค่ลดทอนความกล้าหาญ แต่ภาษานักเลงเขาว่า “เหยียบหน้ากันชัดๆ”!ครับ..ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนคงได้ดูคลิป…