Category: การเมือง

  • คำสั่ง สตช. ห้ามนำเข้าหนังสือ ‘ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์’ เนื้อหากระทบความมั่นคง

    5 พฤศจิกายน 2569 – ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 555/2569 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร โดยเนื้อหาระบุถึงการห้ามนำเข้าหนังสือต่างประเทศชื่อ "Routledge Handbook of Contemporary Thailand Second Edition" ซึ่งมี นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เป็นบรรณาธิการด้วยปรากฏว่าสิ่งพิมพ์ดังกล่าวมีบทความที่มีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคง อาจก่อความเดือดร้อน หรือสร้างแรงจูงใจให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยโดยรวมของประเทศ หรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนอาศัยอำนาจตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 จึงห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์ "Routledge Handbook of Contemporary Thailand Second Edition" ซึ่งมี นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เป็นบรรณาธิการ เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมทั้งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติมีอำนาจริบและทำลายสิ่งพิมพ์ดังกล่าวด้วยทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปคำสั่งดังกล่าวลงนามโดย พลตำรวจเอก สำราญ…

  • “ยศชนัน” ไฟเขียวรวด 5 เมกะโปรเจกต์ล้ำอนาคต

    "ยศชนัน" ไฟเขียวรวด 5 เมกะโปรเจกต์ล้ำอนาคต จากหมูดัดแปลงยีนปลูกถ่ายอวัยวะถึง Medical AIผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจสุขภาพของประเทศไทย (Wellness Economy) ครั้งที่ 1/2569 นัดแรก ณ ห้องประชุมชั้น 4 อาคารพระจอมเกล้า สำนักงานปลัดกระทรวง อว.ในการประชุมครั้งนี้ ศ.ดร.ยศชนัน ได้ประกาศเป้าหมายเดินหน้าขับเคลื่อนประเทศสู่ "Scientific Wellness Economy" อย่างเต็มรูปแบบโดยตั้งเป้าสร้างมูลค่าเศรษฐกิจสุขภาพให้แตะ 3.5 ล้านล้านบาทภายในปี 2575 (เติบโต 1.7 เท่าจากปี 2568) พร้อมปักหมุดผลักดันไทยให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางสุขภาพและอายุยืนแห่งเอเชีย (Longevity Hub of Asia)"บอร์ดนี้จะพูดเรื่อง Scientific Wellness เป็นหลัก เพราะเป็นสิ่งที่จะเพิ่มมูลค่าให้ Wellness Economy ไทยมีอุตสาหกรรมเวลเนสอยู่แล้ว เมื่อนำกลุ่มที่ทำ Scientific Wellness เข้ามาผสาน…

  • น้ำตา ‘พ่อใหญ่ทรัมป์’

    “รัฐสภาสีน้ำเงิน”…….นึกว่าจะมีแต่ที่ไทยเท่านั้น!ผลเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ เมื่อวานซืน (๓ พ.ย.๖๙)ผลที่ออกมา ปรากฏว่า “รัฐสภาสหรัฐฯ”กลายเป็น “รัฐสภาสีน้ำเงิน” ไปเรียบร้อย!เพราะพรรคสีน้ำเงิน “เดโมแครต”ชนะขาด “พรรครีพับลิกัน” ของ “พ่อใหญ่ทรัมป์”ทั้ง “สภาล่าง-สภาบน”!“สภาผู้แทนราษฎร” จากจำนวนเต็ม ๔๓๕ ที่นั่งเท่าที่มีผลออกมาแล้วตอนนี้เดโมแครตได้ ๒๒๕ ที่นั่ง รีพับลิกันได้ ๑๒๙ ที่นั่ง“วุฒิสภา” จากจำนวนเต็ม ๑๐๐ ที่นั่งผลเท่าที่ออกมาตอนนี้เดโมแครตได้ ๕๔ ที่นั่ง รีพับลิกันได้ ๔๓ ที่นั่งดูตามตัวเลขก็ต้องบอกว่า “…ที่เหลือ” ไม่ต้องลุ้นเพราะ “แต้มมันขาด” แล้ว!การที่อเมริกันชนที่เคย “หันก้น” ให้ทรัมป์เลือกตั้งกลางเทอมกลับไป “หันก้น” ให้เดโมแครตถือเป็นการพ่ายแพ้ของทรัมป์ชนิดเอา “โอ่ง-ถัง-กะละมัง” มาครอบหัวก็ไม่พ้นอาย!แต่แพ้นี้ ไม่เหนือความคาดหมายของคนทั้งโลกที่มองว่า “ทรัมป์” แพ้ขาดตั้งแต่ในมุ้งเพราะเห็นๆ กันอยู่…..อเมริกันชน “สุดทน” กับการบ้าสงครามของทรัมป์โดยเฉพาะสงครามกับอิหร่านทำให้เงินเฟ้อ น้ำมันแพง สินค้าแพง ค่าครองชีพสูงการแพ้ขาดทั้ง ๒ สภาทรัมป์จะลำบากด้านนโยบายเศรษฐกิจและการคลังทุกอย่างจะไม่ “คล่องมือ-คล่องตีน” เหมือนเดิมเพราะกฎหมายทุกฉบับ….ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาการอนุมัติงบประมาณแผ่นดินการตั้งบุคคลสำคัญของฝ่ายบริหารเหล่านี้ เป็นอำนาจของรัฐสภาที่สำคัญ รัฐสภา “ถอดถอน”…

  • บุก 3 บริษัทไร้ใบอนุญาต อายัดเครื่องจักร–ขยายผล ต้นตอขยะอิเล็กทรอนิกส์

    “สุชาติ” สั่ง ฉก.คุมมลพิษลุยต้นตอขยะอิเล็กทรอนิกส์ และวัตถุอันตราย บุกชลบุรีพบ 3 บริษัทไร้ใบอนุญาต อายัดเครื่องจักร–ขยายผลนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขานรับข้อสั่งการรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินหน้าขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตรายอย่างจริงจัง ภายใต้กลไกคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน โดยบูรณาการการทำงานร่วมกับนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในส่วนการตรวจสอบและกำกับดูแลสถานประกอบกิจการโรงงาน ขณะที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจควบคุมมลพิษ (ฉก.ควบคุมมลพิษ) เดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุก ตรวจสอบและขยายผลการกระทำผิดที่เกี่ยวข้องกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย เพื่อสกัดกั้นปัญหามลพิษตั้งแต่ต้นทางและป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและประชาชนวันที่ 4 พ.ย.2569 ฉก.ควบคุมมลพิษ นำโดยน.ส.พลอยลภัสร์ สิงห์โตทอง ประธานคณะทำงาน พล.ต.ท.อิทธิพร โพธิ์ทอง หัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ที่ปรึกษา รมว.ทส. และ ดร.จำลอง ช่วยรอด รองหัวหน้าชุดปฏิบัติการเฉพาะกิจ ที่ปรึกษา รมว.ทส. พร้อมเจ้าหน้าที่กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) สนธิกำลังร่วมกับ กก.สส.ภ.2 สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เทศบาลตำบลธาตุทอง สำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรี และสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดชลบุรี เข้าตรวจสอบสถานประกอบการในตำบลธาตุทอง จังหวัดชลบุรี ตามหมายค้นผลการตรวจสอบพบว่ามีบริษัทตั้งอยู่ในพื้นที่รวม…

  • ผบ.ตร.ลงนามคำสั่ง ห้ามสั่งเข้า-นำเข้าหนังสือที่ “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” เป็นบรรณาธิการ

    “พล.ต.อ.สำราญ” ผบ.ตร.ลงนามในคำสั่งห้ามนำเข้าหนังสือที่มี “ปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์” เป็นบรรณาธิการ ระบุมีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคง อาจก่อความเดือดร้อน หรือสร้างแรงจูงใจให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ คำสั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ 455/2569 เรื่อง ห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร ความว่า ด้วยปรากฏสิ่งพิมพ์ต่างประเทศ “Routledge Handbook of Contemporary Thailand Seceond Edition” ซึ่งมี นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เป็นบรรณาธิการ มีบทความที่มีเนื้อหากระทบต่อความมั่นคงและอาจก่อความเดือดร้อน หรือสร้างแรงจูงใจให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองได้ อันเป็นการขัดต่อความสงบเรียบร้อยโดยรวมของประเทศหรือจะกระทบต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักรหรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีของประชาชนอาศัยอำนาจตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติจดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ. 2550 จึงห้ามสั่งเข้าหรือนำเข้าสิ่งพิมพ์ Routledge Handbook of Contemporary Thailand Second Edition ซึ่งมีนายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ เป็นบรรณาธิการ เพื่อเผยแพร่ในราชอาณาจักร ผู้ใดฝ่าฝืนมีความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ…

  • นักศึกษา ม.ดัง ดิ่งคอนโดชั้น 7 เสียชีวิตปริศนา วงจรปิดจับภาพยืนริมหน้าต่างนาน 40 นาทีก่อนเหตุ

    เหตุการณ์สลดใจเกิดขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. ของวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ได้รับแจ้งเหตุชายตกจากที่สูงเสียชีวิต บริเวณข้างคอนโดแห่งหนึ่ง ใกล้เคียงมหาวิทยาลัยชื่อดังย่านคลองหลวง ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง หลังรับแจ้ง เจ้าหน้าที่ได้รีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 1, แพทย์เวรโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.คลองหลวง และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู เพื่อร่วมตรวจสอบอย่างเร่งด่วนในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นถนนคอนกรีต ตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบเอกสารติดตัว ทราบชื่อในภายหลังคือนายปวีณ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะดิจิทัล ของมหาวิทยาลัยดังกล่าว ซึ่งพักอาศัยอยู่เพียงลำพังในห้องพักชั้น 4 ของคอนโด จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณชั้น 7 ของคอนโด พบภาพผู้เสียชีวิตเดินไปหยุดนิ่งอยู่ริมหน้าต่างช่องทางเดินเป็นเวลานาน ก่อนจะกระโดดลงไปจนเสียชีวิต ขณะเดียวกัน การเข้าตรวจสอบภายในห้องพักของผู้เสียชีวิต เจ้าหน้าที่พบสภาพห้องมีคราบปัสสาวะและกองอุจจาระกระจายอยู่หลายจุด พร้อมทั้งมีขวดน้ำยาล้างห้องน้ำวางอยู่ใกล้กันช่างประจำอาคารให้ข้อมูลว่า ผู้เสียชีวิตพักอาศัยอยู่เพียงคนเดียว และเมื่อวานนี้ตนยังได้พูดคุยกับผู้เสียชีวิตตามปกติ พนักงานสอบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและร่วมชันสูตรพลิกศพกับแพทย์เวร พร้อมบันทึกภาพเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน และได้เชิญผู้เกี่ยวข้องไปสอบสวนเพิ่มเติมที่โรงพัก ขณะที่ร่างผู้เสียชีวิตได้มอบให้เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งนำส่งชันสูตรที่นิติเวชโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัดอีกครั้ง และจะประสานญาติเพื่อรับศพกลับไปบำเพ็ญกุศลต่อไป📰…

  • ผบก.ปอศ. เผยอายัดบัญชี-ทรัพย์สิน ‘บุ๋ม ปนัดดา’ กับสามี รวมกว่า 60 ล้าน

    4 พฤศจิกายน 2569 – ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ.กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการอายัดบัญชีธนาคารของผู้เกี่ยวข้อง ทั้งในส่วนของบุ๋ม ปนัดดาและ สามี ไปแล้วประมาณ 15 ถึง 17 บัญชี รวม 60 ล้านบาท ตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมทำการอายัดตรวจสอบทรัพย์สินอื่น ๆ อาทิบ้านพัก ที่ดิน รถยนต์ หรืออสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ นำมาตรวจสอบประวัติการครอบครองอย่างละเอียดพล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นพบว่ามีบ้านพักหลายหลัง และรถยนต์อีกจำนวน 22 คัน ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างจำแนกช่วงเวลาในการได้มาซึ่งทรัพย์สินทุกรายการ หากพบว่าเป็นการได้มาหลังจากการกระทำความผิด ทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการประสาน ปปง.อายัดและยึดทรัพย์สินทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายต่อไป

  • เดือด! ภูมิใจไทยรุมจวก ‘โรม’ เหิมเกริม เล่นไม่ซื่อ งัดมติ 8:0 เรียก ‘โสภณ’ แจงสภา

    "ณัฏฐ์ชนน" ยันไม่เห็นด้วย มติ 8 ต่อ 0 เชิญ "โสภณ" แจง กมธ.กฎหมาย เสนอ ขอ “ปธ.กมธ.” ทบทวนใหม่พรุ่งนี้ ด้าน “ศุภชัย” ซัด “โรม” ใช้อำนาจเหิมเกริม ไม่เหมาะสม จี้ ออกมา ขอโทษประธานสภาฯ4 พฤศจิกายน 2569 – เมื่อเวลา 15.00 น. ที่รัฐสภา นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สส. สงขลา พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการและที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร แถลงชี้แจงภายหลัง กมธ.กฎหมายฯ มีมติ 8ต่อ0 ไม่รับแนวทาง การดำเนินงานของ กมธ. 35 คณะ และเตรียมเชิญนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎรชี้แจงต่อ กมธ. ว่า…

  • ‘ผู้การแต้ม’ ป้อง ‘โสภณ’ ซัดฝ่ายค้านเด็กก้าวร้าว ลั่นถ้าเป็นลูกหลานจะตบปากกล่าวหาขี้ข้า

    ที่ปรึกษาประธานสภาฯ ป้อง 'โสภณ' ไม่เกี่ยวปมส่งหนังสือเวียนถึง 'ประธาน กมธ.' โบ้ย 'เลขาสภาฯ' เป็นต้นเรื่อง ลั่น ถ้าเป็นลูกหลานจะตบปาก กล่าวหาเป็นขี้ข้านาย แย้มอาจใช้กฎหมายจัดการ4 พฤศจิกายน 2569 – เมื่อเวลา 15.30 น. ที่รัฐสภา พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีที่นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) กฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนสภาผู้แทนราษฎร จะเชิญนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เข้าชี้แจง กรณีส่งหนังสือเวียนถึงประธานคณะกรรมาธิการทั้ง 35 คณะ ว่า เรื่องนี้เป็นการเล่นการเมืองเกินไป เพราะการที่ กมธ.ออกมาแถลงข่าวก็มีการประชุมกันอยู่แล้วว่า ต้นเรื่องที่แท้จริงต้องไปทำที่เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรเพราะเป็นผู้ออกหนังสือเวียนดังกล่าวว่า ขั้นตอนการเชิญหน่วยงานหรือบุคคลมาชี้แจงควรจะมีมติจาก กมธ. ย้ำว่าเลขาธิการสภาฯ เป็นต้นเรื่อง ซึ่งหลังจากมีการประชุมประธาน กมธ.ทั้ง 35 คณะ ก็มีมติว่าจะให้เลขาธิการสภาฯ ไปศึกษาแนวทางกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ถือว่าไม่เกี่ยวข้องกับประธานสภาฯ…

  • ‘ตรวจสอบ’ กับ ‘แก้แค้น’

    เขาว่าเป็นเกมหนีการตรวจสอบบ้างก็ว่าปิดปากฝ่ายค้านก็เรื่องที่ประธานโสภณ ซารัมย์ เห็นชอบแนวทางการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องการเชิญบุคคลภายนอกเข้าชี้แจง ซึ่งสรุปประเด็นได้ว่า ประธานคณะกรรมาธิการ ไม่สามารถเรียกบุคคลภายนอกหรือหน่วยงานมาชี้แจงตามอำเภอใจโดยลำพังได้หากจะเชิญต้องทำอย่างไรต้องผ่านมติที่ประชุมกรรมาธิการเท่านั้นเป็นอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๒๙ วรรคสี่ กำหนดให้อำนาจ "การเรียก" หรือ “การเชิญ” บุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงเป็นอำนาจของ กมธ.ทั้งคณะประธานกรรมาธิการจึงไม่มีอำนาจสั่งการได้ด้วยตนเองหากเป็นการเรียกเจ้าหน้าที่รัฐและต้องการใช้สภาพบังคับตามกฎหมาย จะต้องดำเนินการตามหลักเกณฑ์ใน พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๖๘นั่นคือกติกาที่จะใช้หลังจากนี้แต่ฝ่ายค้านมองว่าเป็นการใช้อำนาจหนีการตรวจสอบของรัฐบาลที่มาของเรื่องนี้ก็อย่างที่ทราบกัน กรรมาธิการชุดที่พรรคประชาชนเป็นประธาน ใช้อำนาจประธานเรียกบุคคลเข้าชี้แจงบ่อยครั้ง และหลายครั้งมีประเด็นทางการเมืองตามมาบางครั้งมีการแสดงอำนาจกับข้าราชการ แล้วเอาไปแขวนประจานต่อในสื่อโซเชียล จน “ปิยบุตร แสงกนกกุล” เตือนว่านั่นคือ บันเทิงธิปไตยสรุปแล้วนี่คือการปรับการทำงานของกรรมาธิการสภาฯ ให้กลับเข้าร่องเข้ารอยหรือเป็นการใช้อำนาจเสียงข้างมากปิดปากฝ่ายค้านไปดูข้อกฎหมายครับการเรียกเอกสารจากบุคคลหรือการเรียกบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการสามารถทำได้ภายใต้กฎหมายเฉพาะคือพระราชบัญญัติคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๔และระเบียบที่ออกตามพระราชบัญญัติฉบับนี้วัตถุประสงค์คือให้อำนาจฝ่ายนิติบัญญัติในการควบคุมการทำงานของรัฐบาล เป็นการถ่วงดุลระหว่างฝ่ายนิติบัญญัติกับฝ่ายบริหารมาตรา ๓ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ได้ให้นิยามความหมายที่เกี่ยวข้องกับการเรียกเอกสารจากบุคคลหรือการเรียกบุคคลมาแถลงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการ ไว้ดังนี้“คณะกรรมาธิการ” หมายความว่า คณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญ ของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา“ประธานคณะกรรมาธิการ” หมายความว่า ประธานคณะกรรมาธิการสามัญและคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาจำนิยาม คณะกรรมาธิการ กับ ประธานคณะกรรมาธิการ ไว้ให้ดีนะครับ เพราะจากนี้จะว่ากันเรื่องการเรียกหนังสือเชิญบุคคลภายนอกกระบวนการออกคำสั่งเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา มีอยู่ ๒ ส่วนส่วนที่ ๑ การออกหนังสือเชิญเมื่อคณะกรรมาธิการสามัญหรือคณะกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาได้กระทำกิจการ พิจารณาสอบสวนหรือศึกษาเรื่องใด และต้องการเอกสารหรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง โดยทั่วไปประธานคณะกรรมาธิการมีอำนาจหน้าที่ลงลายมือชื่อในหนังสือเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาแถลงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นต่อคณะกรรมาธิการ…