Category: การเมือง
-
ไม่รู้จักหวัน!! “นิพิฏฐ์”ฟาดนักการเมืองขาสั้นเป็นภาษาใต้ สนั่นโซเชียล
">กรณีโลกออนไลน์ วิพากษ์วิจารณ์ นายเนวิน ชิดชอบ นุ่งกางเกงขาสั้น ร่วมพิธีบวงสรวงศาลหลักเมืองนครศรีธรรมราช ว่าไม่เหมาะสมและไม่ถูกกาลเทศะนั้นเมื่อวันที่ 2 ส.ค. 69 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า "ไม่รู้จักหวันชีวิตผมช่วงหลัง ไม่ค่อยได้ร่วมพิธีกรรมในวันสำคัญทางศาสนากับประชาชนเท่าไหร่ เช่น การเวียนเทียนในวันสำคัญทางศาสนา ผมมักเวียนเทียนในเวลากลางวัน ในวัดตามชนบทที่ห่างไกล นั่งรถไปแถวไหน ก็ให้คนขับรถหยุด เดินเข้าไปขอธูปเทียนจากพระในวัด เด็ดดอกไม้ในวัดนั่นแหละสักดอกสองดอก แล้วก็เดินสวดอิติปิโสรอบพระอุโบสถ เป็นอันเสร็จพิธีในวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาของผมใจผมระยะหลังจึงเงียบสงบลง ไม่ค่อยทุกข์ร้อนอะไรเท่าไหร่ แม้ผมจะแสดงความเห็นทางการเมืองอยู่บ้าง แต่ผมก็ถือสิทธิในฐานะพลเมืองแห่งรัฐกลับจากเวียนเทียน ระหว่างนั่งรถกลับบ้าน เห็นภาพนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ของเมืองไทยไปทำพิธีบางอย่างในสถานที่สำคัญ นั่งขนาบข้างด้วยผู้ว่าราชการจังหวัด และรองนายกรัฐมนตรี นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น นั่งเป็นประธานบนเก้าอี้หลุยส์อย่างดี แต่ปรากฏว่านักการเมืองผู้นั้น “นุ่งกางเกงขาสั้น”ผมคิดในใจว่า ผู้ว่าราชการจังหวัด “ไม่บ้าก็บอ” ส่วนรองนายกรัฐมนตรี “ไม่บอก็บ้า” นักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่คนนั้น ภาษาใต้บ้านผมเรียกว่า “ไม่รู้จักหวัน” ส่วนผมผู้เวียนเทียนในตอนบ่ายสามโมง ก็อาจเรียกได้ว่า “เพี้ยน” เพื่อไม่ให้ได้เปรียบเสียเปรียบกัน ก็วิจารณ์ให้หมดทุกคน#ไม่รู้จักหวัน : แปลว่า ไม่รู้จักกาลเทศะ"#นิพิฏฐ์อินทรสมบัติ…
-
เผาซะเลยดีมั้ย?
เงิน “สแกมเมอร์” เขมร…..สามารถ “จ้างผี UN” ให้โม่แป้งได้จริงหรือ?ผมก็ไม่รู้แต่เรื่องนี้น่าคิด สมควรยกขึ้นเป็น “กรณีศึกษา”คือเคสของ “นาย Tom Andrews”ผู้เสนอรายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชาหลังจากไปฟังความในฝั่งเขมรเป็นทางการมา ๑๐ วันก็แถลงการณ์พาดพิงถึงประเทศไทย ชนิดไม่น่าเชื่อว่า“นายแอนดรูว์ส”จะทำให้ UN “ต่ำค่า” ทางความเชื่อถือได้ขนาดนี้!?ประเด็นความมันมีว่า…..“พวกเขมร ที่เคยพักพิงชั่วคราวที่หนองจาน หนองหญ้าแก้ว ซึ่งเป็นแผ่นดินไทย แต่ไทยเปิดให้พวกมันพักพิงชั่วคราว ตามหลักมนุษยธรรม เมื่อปลายทศวรรษ ๑๙๗๐แผ่นดินเขมรสงบแล้ว มันก็ไม่ยอมกลับซ้ำเนรคุณ ทึกทักบ้านหนองจาน เป็นแผ่นดินเขมรไทยเพิ่งผลักดันเสนียดออกไป เอาแผ่นดินไทยคืนมาประวัติศาสตร์ตรงนี้ เขมรรู้ โลกรู้และ UN ยิ่งรู้เพราะเป็นตัวตั้ง-ตัวตี ยกมนุษยธรรมค้ำคอให้ไทยเปิดแผ่นดินให้เขมรหนีตายเข้ามาพักพิงชั่วคราวมาวันนี้UN ส่งนายแอนดรูว์สไปสังเกต-สังกาสถานการณ์ในเขมรแล้วปล่อยให้ “นายแอนดรูว์ส” แถลงได้ไง ว่า“มีผู้พลัดถิ่นภายในประเทศชาวกัมพูชา ๖๕๐,๐๐๐ คน”!“๖๕๐,๐๐๐ คน…..ที่นายแอนดรูว์ส เรียกว่า “ผู้พลัดถิ่น” นั้นก็คือ เขมรที่หนีตายเข้ามาซุกหัวในแผ่นดินไทย ที่หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว นั่นแหละมันใช่ “ผู้พลัดถิ่น” ซะที่ไหนล่ะ นายแอนดรูว์ส!เขาเรียก “ผู้ซุกหัวอาศัย” ตะหากเมื่อผู้ซุกหัวไม่ยอมกลับออกไปก็เข้าข่ายเป็น “ผู้รุกล้ำ” แผ่นดินไทยกับผู้รุกล้ำ ก็ต้อง…
-
ถอดบทเรียนคำพิพากษา ครอบครองที่ดินคนอื่นครบ 10 ปี ไม่ได้แปลว่าได้เป็นเจ้าของทันที
2 ส.ค.2569-นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์เฟซบุ๊กเรื่อง ครอบครองที่ดินคนอื่นครบ 10 ปี ไม่ได้แปลว่า "ได้เป็นเจ้าของ" ทันที! ถอดบทเรียนจากคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีอายัดที่ดิน เนื้อหาดังนี้หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่พูดต่อๆ กันมาจนคุ้นหูว่า… "แค่เข้าไปอยู่หรือทำประโยชน์ในที่ดินของคนอื่นโดยสงบ เปิดเผย ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันครบ 10 ปี ก็ได้เป็นเจ้าของที่ดินแปลงนั้นแล้ว!" ประโยคนี้เป็นความเข้าใจที่แพร่หลายในสังคมไทย แต่ถ้าพิจารณาตามหลักกฎหมายอย่างลึกซึ้งแล้ว จะพบว่าเป็นความจริงเพียง "ครึ่งเดียว" เท่านั้น!คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในคดีหมายเลขดำที่ อ.793/2565 คดีหมายเลขแดงที่ อ.294/2569 (ลงวันที่ 2 เมษายน 2569) ถือเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนอย่างยิ่งในการไขความกระจ่างในเรื่องนี้ และช่วยอธิบายความสัมพันธ์ระหว่าง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์, ประมวลกฎหมายที่ดิน ตลอดจน เส้นแบ่งอำนาจระหว่างศาลยุติธรรมกับฝ่ายปกครอง ได้อย่างมีเอกภาพและเป็นระบบที่สุด1. จุดเริ่มต้นของคดีพิพาท: เมื่อการ "อายัดที่ดิน" ถูกปฏิเสธเรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ นาย ข. กับพวกรวม 15 คน (ผู้ฟ้องคดี) ได้อ้างว่า พวกตนและชุมชนได้เข้าครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2502 ในเขตสะพานสูง…
-
เดือดกลางดึก! ‘แก้วตา’ ซัดพรรคโจรข่มขืนเต็มไปด้วยแฟนคลับ ‘victim blamer’ งงผลักภาระผู้เสียหายพิสูจน์ตัว
แฟ้มภาพ3 ส.ค.2569-ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมา เวลา 21.21 น. น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “ธิษะณา ชุณหะวัณ – แก้วตา – Tisana Choonhavan” ระบุว่า “เหตุใดดิฉันจึงต้องเป็นฝ่ายเข้าไปชี้แจงต่อพรรค ทั้งที่ในกรณีนี้ดิฉันคือผู้เสียหายจากการกระทำที่เข้าข่ายความรุนแรงทางเพศ สิ่งที่ควรเกิดขึ้นคือพรรคต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายเข้ามาชี้แจงต่อดิฉันว่า เหตุใดจึงจัดการเรื่องนี้เช่นนั้น เหตุใดจึงไม่ปกป้องผู้เสียหาย และเหตุใดกระบวนการภายในจึงไม่สามารถสร้างความเป็นธรรมและความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายได้ในทุกองค์กรที่ยึดมั่นในหลักสิทธิมนุษยชน การตั้งคำถามต่อผู้เสียหายไม่ควรเกิดขึ้นก่อนการตรวจสอบผู้ถูกร้องเรียนและความรับผิดชอบขององค์กร เพราะหน้าที่ขององค์กรคือการคุ้มครองผู้เสียหาย แสวงหาความจริง และสร้างกระบวนการที่เป็นธรรม มิใช่ผลักภาระให้ผู้เสียหายต้องเป็นผู้พิสูจน์ตนเองอยู่ฝ่ายเดียวต่อมาน.ส.ธิษะณา โพสต์เฟซบุ๊กอีกครั้งเวลา 22.46 น. ระบุว่า “พรรคโจรข่มขืนเต็มไปด้วยแฟนคลับที่เป็น victim blamer ตามคาด สันดานอาชญากรเหมือนผู้แทนไม่มีผิด”
-
จับตา 7 ส.ค.! กัมพูชาดัน MOU43 เข้า UN ใช้แผนที่ 1:200,000 เป็นฐานเจรจาชายแดน
จับตาความเคลื่อนไหวในการประชุมวันที่ 7 สิงหาคมนี้ หลังฝ่ายกัมพูชามีท่าทีผลักดันให้นำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดนทางบกไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2543 (MOU 2543) รวมถึงแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 มาใช้อ้างอิงในการหารือประเด็นชายแดนผ่านเวทีองค์การสหประชาชาติ (UN)จับตาความเคลื่อนไหวในการประชุมวันที่ 7 สิงหาคมนี้ หลังฝ่ายกัมพูชามีท่าทีผลักดันให้นำบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจและปักปันเขตแดนทางบกไทย–กัมพูชา พ.ศ. 2543 (MOU 2543) รวมถึงแผนที่มาตราส่วน 1:200,000 มาใช้อ้างอิงในการหารือประเด็นชายแดนผ่านเวทีองค์การสหประชาชาติ (UN)ประเด็นดังกล่าวได้รับความสนใจจากหลายฝ่าย เนื่องจากรัฐบาลไทยยืนยันมาโดยตลอดว่า MOU 2543 เป็นเพียงกรอบความร่วมมือสำหรับการเจรจาและการดำเนินงานของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย–กัมพูชา (JBC) เท่านั้น ไม่ได้หมายถึงการยอมรับเส้นเขตแดนหรือแผนที่ตามข้ออ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งขณะเดียวกัน ไทยยังย้ำจุดยืนว่าการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทด้านเขตแดนควรดำเนินการผ่านกลไกทวิภาคีที่ทั้งสองประเทศมีร่วมกัน และเป็นไปตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ รวมถึงข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายเคยตกลงร่วมกันไว้ทั้งนี้ การประชุมในวันที่ 7 สิงหาคม ถูกมองว่าเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่อาจสะท้อนท่าทีและแนวทางของทั้งสองประเทศต่อประเด็นชายแดน ซึ่งยังคงเป็นเรื่องละเอียดอ่อนและอยู่ในความสนใจของสาธารณชนอย่างต่อเนื่อง
-
อยู่ไม่ไหวต้องเปลี่ยน
มีคนออกมาปลุกม็อบแล้วครับ…คงประเมินแล้วว่ารัฐบาลอนุทินไม่น่าจะไปรอด!เชื่อว่าเรื่องที่รุมเร้าไม่ว่าจะเป็น ฮั้ว สว., ทุจริตสอบท้องถิ่น, ๒น.-๑พ. ยันปัญหาเศรษฐกิจ จะทำให้รัฐบาลหมดความน่าเชื่อถือ ไม่ควรบริหารประเทศอีกต่อไปฉะนั้นมีคนคิดว่าได้เวลาแล้ว จะทำอะไรก็รีบทำ เพื่อเปลี่ยนแปลงประเทศไทยคนปลุกม็อบคือ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ครับโพสต์ของปิยบุตร มาในแนวโยนหินถามทาง เหมือนถามว่ามีใครพร้อมบ้าง——————-“…ถ้าคนจำนวนมากมายมหาศาลเห็นพ้องต้องกันว่า ไม่ว่าอย่างไร ประเทศไทยต้องเปลี่ยน พรรคการเมืองที่ประกาศตนเป็น 'กองหน้า'ในการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยขนานใหญ่ ต้องทำอย่างไรต่อไป?พรรคต้องปลุกเร้าทางความคิดต่อไปให้คนเห็นว่า มีโอกาส มีความเป็นไปได้ที่การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น และจะเกิดขึ้นในไม่ช้านี้แน่นอน ภายหลังการเลือกตั้ง ๓ ครั้งผ่านไป และ 'นิติสงคราม'ยังคงเดินหน้าบดขยี้ประชาชนและนักการเมืองของพรรค ก็อาจเป็นสถานการณ์ที่ยากกว่าช่วงปี ๒๕๖๑-๒๕๖๖แต่ก็ยังพอมีหนทางผมเห็นว่า มีวิธีการอันเป็นรูปธรรมที่พรรคควรเร่งทำ ๒ เรื่องเรื่องแรก การรณรงค์ฉายภาพประเทศไทยในฝันให้สังคมไทยได้เห็นเมื่อคนจำนวนมากรู้สึกว่า 'ต้องเปลี่ยน'แต่เปลี่ยนอะไรล่ะ เปลี่ยนอย่างไร เปลี่ยนไปเป็นอย่างไรเราจะแปลงความรู้สึกนึกคิดอันเป็นนามธรรมนั้นให้เป็นรูปธรรมได้ ก็ต้องวาดภาพให้คนเห็นว่า การเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นนั้น เปลี่ยนแล้วจะได้อะไรมาแทนที่สิ่งเก่าพรรคควรอธิบายการปฏิรูประบบราชการ การปฏิรูปกองทัพ การปฏิรูประบบบริการสาธารณสุขและสวัสดิการ การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบภาษี และงบประมาณ การปฏิรูปที่ดิน การปฏิรูปการเกษตร และอีกสารพัดการปฏิรูปหากการปฏิรูปเหล่านี้เกิดภายในกี่ปี ประเทศไทยจะหน้าตาเป็นอย่างไรพูดง่ายๆ คือ พรรคต้องทำหน้าที่วาดภาพจินตนาการให้คนเห็นว่า สิ่งใหม่ ที่จะมาแทนที่ สิ่งเก่า คืออะไร…
-
“ปิยบุตร” ชี้ไทยถึงจุด “ต้องเปลี่ยน” แต่คนยังไม่เชื่อ “เปลี่ยนได้” จี้พรรคกองหน้าเร่งปลุกความหวัง
"ปิยบุตร" ชี้ไทยถึงจุด “ต้องเปลี่ยน” แต่คนยังไม่เชื่อ “เปลี่ยนได้” จี้พรรคกองหน้าเร่งปลุกความหวัง เตือนหากปล่อยความสิ้นหวังยืดเยื้อ อาจกัดกินความเชื่อว่า “ต้องเปลี่ยน” จนคนยอมรับสภาพเดิมนายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ขนานใหญ่ จะเกิดขึ้นได้หรือไม่ จำต้องมีเงื่อนไขทางอัตวิสัย 2 ข้อ เกิดขึ้นเสียก่อนกล่าวคือ ภายในจิตใจ ความรู้สึกนึกคิดของผู้คนจำนวนมหาศาลในสังคม เห็นพ้องต้องกันว่า1. จำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ อยู่แบบนี้ต่อไปอีกไม่ได้2. เชื่อว่ามีโอกาสและความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่พรรคการเมืองที่ประกาศตนว่า กำเนิดขึ้นมาเพื่อภารกิจเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ ต้องเป็น “กองหน้า” ในการเร่งเร้า ปลุกความคิดจิตใจของผู้คน เพื่อให้สองเงื่อนไขดังกล่าวครบถ้วนณ เวลานี้ ในประเทศไทยอันเป็นที่รักของเรา น่าจะเกิดเงื่อนไขข้อแรกแล้วนับตั้งแต่รัฐประหาร 19 กันยายน 2549 + รัฐประหาร 22 พฤษภาคม 2557 สภาพสังคมไืทย ดำเนินมาจนถึงขนาดที่ว่า คนจำนวนมากมายมหาศาล ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวัยใด การศึกษาใด อาชีพใด ภูมิลำเนาใด สถานะทางสังคมและเศรษฐกิจใด ต่างก็เห็นพ้องต้องกันว่า ประเทศไทยต้องมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเห็นตรงกันเสมือนเป็นฉันทามติว่า…
-
อนุทิน-ยศชนัน ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม พล.ต.ท.ผ่อน บิดา พญ.พักตร์พิไล ภริยา เศรษฐา อดีตนายกฯ
อนุทิน-ยศชนัน ร่วมพิธีสวดพระอภิธรรม พล.ต.ท.ผ่อน บิดา พญ.พักตร์พิไล ภริยา เศรษฐา อดีตนายกฯเมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 2 ส.ค.2569 ที่ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) วัดเทพศิรินทร์ทราวาส นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดาของ พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน ภริยา นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ โดยมี นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และพล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต ร่วมในพิธีด้วยสำหรับกำหนดการสวดพระอภิธรรมศพจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 ส.ค.2569 เวลา 18.30 น. โดยงดสวดพระอภิธรรมศพวันที่ 5 และ 8 ส.ค.2569ทั้งนี้ พิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา มีขึ้นวันที่ 9…
-
‘อนุทิน’ เป็นประธานสวดพระอภิธรรมศพ ‘พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา’ พ่อตา ‘อดีตนายกฯเศรษฐา’
‘อนุทิน’ เป็นประธานสวดพระอภิธรรมศพ ‘พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา’ พ่อตา ‘อดีตนายกฯเศรษฐา’ ที่วัดเทพศิรินทราวาสเมื่อวันที่ 2 ส.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พล.ต.ท.ผ่อน ปลัดรักษา บิดา พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน และเป็นพ่อตาของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรม และพล.อ.ท.ภักดี แสง-ชูโต มาร่วมในพิธีด้วยที่ศาลากวีนิรมิต (ศาลากลางน้ำ) วัดเทพศิรินทร์ทราวาสโดยกำหนดการสวดพระอภิธรรม จัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-7 ส.ค. เวลา 18.30 น. ซึ่งงดสวดพระอภิธรรม วันที่ 5 ส.ค. และ 8 ส.ค. และพิธีพระราชทานเพลิงศพ จัดขึ้นวันที่ 9 ส.ค. เวลา 17.00 น.
-
สายไปแล้ว! ‘แก้วตา’ สวน ‘ปชน.’ จะให้คุยอะไร ซัดเลือกจะย่ำยีศักดิ์ศรีโดยเจตนา-ปกป้องผู้กระทำผิด
2 ส.ค.2569-น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ อดีตสส.กรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน (ปชน.) โพสต์เฟซบุ๊ก “ธิษะณา ชุณหะวัณ – แก้วตา – Tisana Choonhavan” ถามกรณีน.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ รองโฆษกพรรคปชน.ระบุทำหนังสือเชิญมาให้ข้อมูลเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการคุกคามหรือความรุนแรงทางเพศว่า “จะให้ไปคุยอะไร”1.) เคยพูดไปหมดแล้วกับผู้บริหาร 2.) ไม่มีใครทำอะไร 3.) ตอนนี้ผู้กระทำไม่ได้ดำรงตำแหน่ง (แต่ได้ลงสส.ต่อนะหลังจากเกิดเรื่องและมีคนทราบ และยังได้ดำรงตำแหน่งสำคัญมากมายขณะยังดำรงตำแหน่ง) 4.) จะเยียวยายังไง? ต่อให้ให้เงินเดือนของผู้กระทำผิดทั้งเดือนทุกเดือนตลอดชีวิตก็ไม่พอกับการกระทำที่ย่ำยีศักดิ์ศรีสายไปแล้วคุณเลือกที่จะย่ำยีศักดิ์ศรีดิฉันโดยเจตนาและปกป้องผู้กระทำผิด