ขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.แพร่ โพสต์แจงยิบ หลังโดน ชูวิทย์ แฉขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.แพร่ โพสต์แจงยิบ หลังโดน ชูวิทย์ แฉ ยันไม่เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติมิชอบกรณี นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ อดีตนักการเมือง ออกมาเปิดเผยข้อมูลโจมตี ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.แพร่ล่าสุด น.ส.ขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต 1 พรรคประชาชน หมายเลขผู้สมัคร 4 ขอชี้แจงต่อกรณีข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประวัติการพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ดังนี้เมื่อวันที่ 14 มี.ค.2566 นายโชคชัย พนมขวัญ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่ มีคำสั่งแต่งตั้งดิฉันให้ดำรงตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 17 มีนาคม 2566 เป็นต้นไป และต่อมา เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2566 นายโชคชัย มีคำสั่งให้ดิฉันพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ขวัญรัตน์ขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต 1 พรรคประชาชนซึ่งเป็นการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 48 โสฬส (2) แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 14) พ.ศ. 2562กล่าวคือ ดิฉันพ้นจากตำแหน่งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ จากการที่ นายกเทศมนตรีเมืองแพร่มีคำสั่งให้พ้นจากตำแหน่ง ดิฉันมิได้พ้นจากตำแหน่งเพราะกระทำทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่าทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบในวงราชการแต่อย่างใด ซึ่งกรณีดังกล่าวจะเป็นกรณีตามมาตรา 48 โสฬส ( ประกอบมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกันนอกจากนี้ การที่ดิฉันได้รับการแต่งตั้งเป็นรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ในขณะที่อายุยังไม่ครบ 35 ปีบริบูรณ์ในวันที่แต่งตั้ง ไม่ใช่การกระทำทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่า ทุจริตต่อหน้าที่และประพฤติมิชอบในวงราชการ เพราะดิฉันเป็นผู้รับคำสั่งแต่งตั้ง และถ้าจะมีประเด็นว่า ดิฉันขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง ก็มิใช่การใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งของดิฉันในการแต่งตั้งแต่ประการใดเมื่อพิจารณารัฐธรรมนูญฯ มาตรา 98 ( ที่กำหนดลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็เป็นลักษณะต้องห้ามเฉพาะกรณีเคยถูกสั่งให้ออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ เท่านั้นการออกจากตำแหน่งตามคำสั่งของผู้มีอำนาจแต่งตั้ง ก็ดี หรือพ้นเพราะขาดคุณสมบัติ ก็ดี ไม่เข้าข่ายลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดิฉันขอชี้แจงประเด็นถัดไปว่า ต่อข้อเท็จจริงกรณี นายโชคชัย มีคำสั่งแต่งตั้งดิฉันดังกล่าวข้างต้น ในเรื่องนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน ตามคำสั่งจังหวัดแพร่ ลับ ที่ 2260/2566 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน ลงวันที่ 25 กันยายน 2566กรณีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนนายโชคชัย พนมขวัญ ตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ กรณีออกคำสั่งแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และพิจารณาแล้วมีมติว่า เป็นกรณีกล่าวหาในเรื่องที่มิใช่ความผิดร้ายแรง และในการนี้ต่อมา คณะกรรมการสอบสวนเห็นว่า พฤติการณ์การกระทำของนายโชคชัย ยังไม่ถือว่าเป็นการประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย แต่เพื่อมิให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นอีก จังหวัดแพร่จึงตักเตือนและกำชับนายโชคชัย ในการดำเนินการแต่งตั้งรองนายกเทศมนตรีให้เป็นไปตามระเบียบกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ ตามหนังสือ ที่ พร 0023.4/002 เรื่อง ตักเตือนและกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของนายโชคชัย ฉบับลงวันที่ 4 มกราคม 2567ในเรื่องนี้ สืบเนื่องจาก เดิมมาตรา 48 เบญจ กำหนดอายุผู้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรี (ซึ่งเป็นคุณสมบัติเดียวกับ รองนายกเทศมนตรี) คือ 30 ปี ทั้งนี้ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2546 ต่อมา เมื่อปี 2562 เพิ่งปรับเกณฑ์อายุเป็น 35 ปี ในเรื่องนี้ นายโชคชัย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองแพร่ ตั้งแต่ปี 2547 เรื่อยมาติดต่อกัน จึงเข้าใจมาโดยตลอดในประเด็นอายุของรองนายกเทศมนตรีว่าใช้เกณฑ์อายุ 30 ปี อันเป็นความเข้าใจโดยสุจริตของนายโชคชัยอีกทั้ง การสั่งการก็เป็นการแสดงข้อมูลของดิฉันทั้งหมดต่อเจ้าหน้าที่ของหน่วยงาน โดยเจ้าหน้าที่ก็มิได้ทักท้วงเรื่องเกณฑ์อายุแต่อย่างใด แสดงให้เห็นว่า นายโชคชัย ไม่มีเจตนาปฏิบัติการไม่ชอบด้วยหน้าที่ตามมาตรา 73 แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. 2496 แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2552ด้วยเหตุผลดังกล่าว เมื่อนายโชคชัย ซึ่งเป็นผู้ทรงอำนาจ ได้รับการตรวจสอบจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. และจังหวัดแพร่ แล้วว่า ไม่ได้ทุจริตหรือประพฤติมิชอบแต่อย่างใด ในทางเดียวกันนี้ ดิฉันซึ่งเป็นผู้ได้รับการแต่งตั้ง จะมีความผิดในข้อหาดังกล่าวได้อย่างไรชูวิทย์ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ในเรื่องนี้ บุคคลที่มีใจเป็นธรรมย่อมตระหนักถึงความเป็นเหตุเป็นผลดังกล่าวนี้ได้ และดิฉันขอยืนยันว่า ดิฉันไม่เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือประพฤติมิชอบในวงราชการแต่อย่างใด ดิฉันมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามในการสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกประการด้วยเหตุนี้ ดิฉันจึงขอยืนยันว่าดิฉันยังมีสถานะผู้สมัคร สส. ทุกประการ ทุกคะแนนที่พี่น้องชาวแพร่จะมอบให้ดิฉัน จะไม่เสียเปล่า เหลือเวลาอีกเพียง 10 วัน ก่อนถึงวันเลือกตั้ง ดิฉันจะตั้งใจรณรงค์หาเสียง ขอให้พี่น้องประชาชนอย่าหวั่นไหวกับผู้ที่ปล่อยข่าวโจมตีโดยมีวัตถุประสงค์จะสกัดกั้นพรรคประชาชนจากการเดินหน้าสู่การจัดตั้งรัฐบาลแห่งการเปลี่ยนแปลง ตามที่พี่น้องประชาชนคาดหวังขวัญรัตน์ โพสต์ชี้แจงขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.แพร่ โพสต์แจงยิบ หลังโดน ชูวิทย์ แฉที่มา : ขวัญรัตน์ พนมขวัญ-Khwanrat Panomkwan-ทนายเก้าข่าวที่เกี่ยวข้องชูวิทย์ เปิดคลิปบิ๊กตร.ปูดดีลลับ ซัด 2 ผู้สมัคร สส.พรรคส้ม คุณสมบัติมีปัญหา-เมา ลั่นรักถึงอยากสั่งสอนอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.แพร่ โพสต์แจงยิบ หลังโดน ชูวิทย์ แฉติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th
ขวัญรัตน์ พนมขวัญ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน จ.แพร่ โพสต์แจงยิบ หลังโดน ชูวิทย์ แฉ
by
Tags: