“ก่อนหน้านี้ยังไม่ทันโปรดเกล้าฯก็เรียกบรรดาข้าราชการที่คุมคดีเข้าบ้าน เอ่ยวาจาศักดิ์สิทธิ์ “หากไม่ทำตามก็โดนย้าย”ข้าราชการจึงหนาวถึงกระดูก รีบกลับตัวแทบไม่ทัน”นี่..อ่านข้อความที่คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ โพสต์เสียยืดยาว แต่มาสะดุดตา-สะกิดใจเอากับประโยคถ้อยคำข้างต้นนี้ซึ่งถ้าเป็นความจริงก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง-ไม่เหมาะสม แต่หากแค่ได้ยินคนกระซิบเล่าโดยไม่มีหลักฐาน ก็เกรงว่าคุณชูวิทย์จะต้องมานั่งขอโทษ-ขอโพยกันอีกเพราะเมื่อวันที่ 15 ก.ค.68 ที่ผ่านมา ก็เคยเห็นโพสต์.. “ผมเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่อยากเห็นความยุติธรรมในสังคม แต่ความยุติธรรมนั้นย่อมมีต้นทุนเสมอต้นทุนนั้นคือ การต่อสู้ ที่นำไปสู่คดีความต่างๆ ในศาล คดีที่คุณเนวินฟ้องผมในข้อหาหมิ่นประมาทที่ศาลบุรีรัมย์ จากการที่ผมพูดพาดพิงคุณเนวินด้วยถ้อยคำที่รุนแรงผมรับสารภาพ และศาลลงโทษปรับ ขอกราบขอบพระคุณศาลที่ได้โปรดเมตตาผม ด้วยเห็นแก่สภาพร่างกายที่ป่วยอีกทั้งในโอกาสนี้ ผมต้องขอโทษคุณเนวิน และขอบคุณที่ไม่คัดค้าน ผมกับคุณเนวินนั้นไม่เคยมีเรื่องบาดหมางโกรธเคืองกันมาก่อน เพียงแค่มีอุดมการณ์ที่แตกต่างกันบางคำพูดอาจรุนแรงเกินไป จนไปทำร้ายจิตใจของคุณเนวิน และครอบครัวรวมไปถึงประเด็นโพสต์ “แผนสมรู้ร่วมคิด” ที่ไม่มีเจตนากล่าวหาว่าคุณเนวิน หรือพรรคภูมิใจไทย เกี่ยวข้องกับ “ฮุน เซน” เรื่องผลประโยชน์กาสิโนขอยืนยันว่าเขียนโดยไม่ได้คิดไปไกลถึงขนาดนั้น และผมขอขอบคุณคุณเนวินที่เข้าใจ ให้อภัย เพราะสุดท้ายผมคิดว่าการให้อภัยน่าจะทำให้เรื่องจบลงด้วยดีโดยผมยินดีขอโทษ ที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อคุณเนวิน และลบโพสต์ดังกล่าวที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด ขอบคุณประชาชนทุกคนที่ให้กำลังใจผมตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา”ที่จริง คุณชูวิทย์ก็เพิ่งจะฟื้นจากการอาการป่วย น่าจะได้พักผ่อนทั้งร่างกาย สมองและจิตใจด้วยความสงบเย็น ควรจะละวางเรื่องของการบ้าน-การเมืองเอาไว้ชั่วครู่-ชั่วยามไม่เป็นไรหรอกกระมัง? หากจะปล่อยให้คนอื่นที่เขารักชาติ-รักความยุติธรรม (มีอยู่มาก) ได้แบกรับภาระกันไปก่อนน่ะ?เอาไว้สุขภาพร่างกายสมบูรณ์ดีแล้ว ค่อยออกมาฟัดกับหนูกับเนหรือกับใครต่อใครก็ยังไม่สาย เชื่อเถอะนักการเมืองน่ะหนังเหนียว-ตายยาก!เนี่ย..ผมในฐานะเป็นคนหนึ่งที่ให้กำลังใจคุณชูวิทย์มาตลอด โดยเฉพาะในห้วงชีวิตที่ต้องต่อสู้กับโรคร้าย ยังหวังให้คุณชูวิทย์ได้หายเป็นปลิดทิ้งและตอนนี้เมื่อเห็นคุณชูวิทย์สุขภาพดีขึ้นมากแล้ว ก็ไม่อยากให้เครียดกับปัญหาชาติบ้านเมือง เป็นห่วงก็เท่านั้นแหละ!เอ้า..ยังไม่รู้วันเวลาที่จะได้อิสรภาพเมื่อไหร่ แต่เห็นจาก “แนวหน้าออนไลน์” รายงาน.. “เพจทางการของเสก โลโซ สร้างแรงสั่นสะเทือนทั้งวงการเพลงเมื่อออกมาประกาศข่าวประวัติศาสตร์! เตรียมจัดคอนเสิร์ตครบรอบ “30 ปี LOSO” ที่ สนามราชมังคลากีฬาสถานงานนี้การันตีความมันส์ทะลุขีดสุด ยิ่งใหญ่ อลังการ สมการรอคอยของแฟนเพลงทั่วประเทศเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังโพสต์ถูกเผยแพร่ แฟนคลับต่างแห่กดไลก์ กดแชร์กันถล่มทลาย พร้อมตั้งคำถามเดียวกันว่า…“วันจริงจะจัดเมื่อไหร่กันแน่?” บ้างทายว่าปลายปีนี้ บ้างมั่นใจว่าเป็นปีหน้า ขณะที่หลายเสียงย้ำว่าอาจตรงกับวันครบรอบสุดพิเศษของวง LOSOความตื่นเต้นยังไม่หมดแค่นั้น เพราะภรรยา กานต์ วิภากร ได้ออกมาเผยผ่านคลิปสุดเอ็กซ์คลูซีฟว่าตอนนี้ ได้เซ็นสัญญาและรับเงินงวดแรกเรียบร้อยแล้ว แถมยังมีอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ใหญ่ที่แฟนๆ ไม่คาดคิด… “กำลังจะมีโปรเจกต์ภาพยนตร์ตามมา!”แต่สิ่งที่ทำให้แฟนๆ น้ำตาคลอและรู้สึกถึงพลังแห่งการกลับมา คือคำพูดทิ้งท้ายอันทรงพลังว่า “พี่เสก ออกมาจากข้างใน ก็ต้องลุยงานใหญ่เลย!”แม้วันเวลาและปีที่แน่นอนยังคงถูกเก็บเป็นความลับ แต่สิ่งเดียวที่แฟนๆ มั่นใจได้คือ… นี่จะเป็นคอนเสิร์ตที่ปลุกตำนาน และทำให้แฟนๆ หายคิดถึงอย่างแน่นอน!”ครับ..ถ้าเริ่มต้นนับจากวันที่ 20 พ.ค.68 ที่ศาลฎีกามีคำสั่งพิพากษาจำคุก “เสก โลโซ” หรือคุณเสกสรรค์ ศุขพิมาย 2 ปี 12 เดือน 20 วัน ก็เท่ากับถูกจองจับผ่านมาได้แค่ 4 เดือนเองฉะนั้น..คอนเสิร์ตที่ว่านี้ก็น่าจะไม่ใช่ในเร็ววันนี้ กระทั่งปีหน้าก็ยังเอาแน่-เอานอนไม่ได้ หรือว่าจะได้รับสัญญาณอะไรพิเศษ เพจของเสกจึงได้ปล่อยข่าว (ดี) นี้ออกมา..งั้น..ขอแสดงความยินดีล่วงหน้าละกัน!.สันต์ สะตอแมน
ข่าวดี..‘เสก โลโซ’
by
Tags: