คู่รักช็อก! ใช้ชีวิตคลีนแต่เป็น “มะเร็ง” ทั้งคู่ หมอถอนหายใจเฉลย “เครื่องดื่ม” ทำพิษ

หมอถอนหายใจ คู่รักป่วยมะเร็งทั้งที่ดูแลตัวเองดี เพราะ อุทาหรณ์คู่รัก! ใช้ชีวิตคลีนแต่เป็น "มะเร็ง" ทั้งคู่ หมอเฉลยพฤติกรรมดื่ม "น้ำร้อน" ทำพิษเตือนด่วน ใครชอบซด "ของร้อนจัด" ระวังมะเร็งหลอดอาหารถามหา เคสนี้ป่วยคู่เพราะความเชื่อผิดๆเรื่องราวอุทาหรณ์เตือนใจสายสุขภาพ เมื่อคู่สามีภรรยาที่ใช้ชีวิตถูกสุขลักษณะมาตลอด กลับต้องช็อกเมื่อตรวจพบว่าเป็น "มะเร็งหลอดอาหาร" พร้อมกันทั้งคู่ แพทย์ซักประวัติจนพบสาเหตุที่น่าตกใจ นั่นคือพฤติกรรมการดื่ม "เครื่องดื่มร้อนจัด" ที่ทำเป็นประจำโดยไม่รู้ตัวว่าเป็นอันตรายอาการเตือนและจุดเริ่มต้นของโรคนางหลิน (นามสมมุติ) หญิงชาวเจ้อเจียง ประเทศจีน ตัดสินใจไปพบแพทย์หลังจากมีอาการเสียงแหบและกินยาไม่หาย ผลตรวจออกมาว่าเป็นมะเร็งหลอดอาหาร ในขณะเดียวกัน สามีของเธอก็เริ่มมีอาการกลืนลำบากและสำลักอาหาร เมื่อตรวจร่างกายก็พบว่าเป็นโรคร้ายชนิดเดียวกัน ทั้งคู่ตกตะลึงมากเพราะมั่นใจว่าดูแลสุขภาพดีและทานอาหารที่มีประโยชน์มาตลอดความเชื่อผิดๆ เรื่อง "ของร้อน"จากการสอบถามประวัติเชิงลึก แพทย์พบว่าทั้งคู่มีนิสัยชอบทานอาหารร้อนจัด โดยเฉพาะการดื่ม "ชาร้อนจัด" หลังมื้ออาหารเป็นประจำ โดยมีความเชื่อผิดๆ ว่าการดื่มของร้อนจะช่วยดีท็อกซ์และดีต่อสุขภาพ หารู้ไม่ว่าความร้อนระดับที่สูงเกินไปนั้น คือตัวการทำลายเซลล์เยื่อบุทางเดินอาหารอย่างรุนแรงทำไม "น้ำร้อน" ถึงเสี่ยงมะเร็ง?แพทย์อธิบายว่า เยื่อบุหลอดอาหารของคนเราทนความร้อนได้จำกัดเพียง 40°C – 60°C เท่านั้น หากบริโภคเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 65°C ต่อเนื่อง จะทำให้เยื่อบุเกิดการอักเสบเรื้อรัง บวม และเกิดการเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายสภาพเป็นเซลล์มะเร็งได้ในที่สุดสอดคล้องกับข้อมูลจาก สถาบันวิจัยมะเร็งนานาชาติ (IARC) ที่จัดให้เครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิสูงกว่า 65°C เป็นสารก่อมะเร็งกลุ่มที่ 2A นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยระบุว่า การดื่มชาร้อนจัดปริมาณ 700 มล. ต่อวัน เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหารสูงถึง 90% เมื่อเทียบกับคนที่ดื่มชาอุ่นๆลี่ยงได้เลี่ยง! 4 มื้อเช้าที่ “ชวนป่วย” บำรุงเซลล์มะเร็งแบบเงียบๆ หลายคนกินไม่รู้ตัวหนุ่มรู้ตัวช้า มือบิดเบี้ยวเหมือน "แง่งขิง" ใช้งานไม่ได้ตลอดชีวิต เพราะดื่ม 2 เครื่องดื่มมากไป!ดื่มอย่างไรให้ปลอดภัย?กรณีของสามีภรรยาคู่นี้ แม้แพทย์จะระบุว่าของร้อนเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ แต่ก็แนะนำให้ทุกคนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อความปลอดภัย ดังนี้:รอให้เครื่องดื่มเย็นลงต่ำกว่า 60°C ก่อนดื่ม (อุ่นพอดี ไม่ลวกปาก)เพิ่มการทานผักผลไม้และกากใย เพื่อช่วยต้านการอักเสบระวังโรคกรดไหลย้อน หากเป็นเรื้อรังควรรีบรักษา เพราะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยเสี่ยงมะเร็งหลอดอาหาร


Posted

in

by

Tags: