ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิพากษาเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง นางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้สมัคร สว. กลุ่มที่ 13 อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ เป็นเวลา 10 ปี หลังพบข้อมูลประวัติการศึกษาและประสบการณ์ทำงานในใบสมัครไม่ตรงกับข้อเท็จจริง โดยระบุจบปริญญาตรีและเคยรับราชการ ขณะที่ผลไต่สวนพบวุฒิเทียบเท่าอนุปริญญาและเคยเป็นครูอัตราจ้าง ศาลเห็นว่าเป็นการทุจริตในการเลือกวันที่ 18 กันยายน 2569 ศาลฎีกาเผยแพร่คำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง ในคดีหมายเลขดำที่ ลต สว 6/2569 และคดีหมายเลขแดงที่ ลต สว 70/2569 ระหว่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ผู้ร้อง กับนางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว. กลุ่มที่ 13 อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้คัดค้านกกต. ขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือสิทธิเลือกตั้งของผู้คัดค้าน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 มาตรา 62คดีดังกล่าวมีที่มาจาก กกต. ได้รับรายงานว่ามีเหตุอันควรสงสัย หรือปรากฏข้อเท็จจริงจากการไต่สวนว่า เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2567 ผู้คัดค้านได้สมัครรับเลือกเป็น สว. กลุ่มที่ 13 ในพื้นที่อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ โดยกรอกข้อมูลในใบสมัครรับเลือกเป็น สว. หรือแบบ สว.2 ข้อ 11 ระบุวุฒิการศึกษาสูงสุดว่า ปริญญาตรี สาขาเอกวิทยาศาสตร์ จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์นอกจากนี้ ในข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัคร หรือแบบ สว.3 ส่วนประวัติการศึกษา ยังระบุว่า ปริญญาตรี วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ ขณะที่ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในการทำงานในกลุ่มที่สมัคร ระบุว่า เคยรับราชการจากการไต่สวนข้อเท็จจริงพบว่า ผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง วิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2522 จากมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นวุฒิการศึกษาเทียบเท่าระดับอนุปริญญา ตามหนังสือของมหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ที่ อว 0624.10/137 ลงวันที่ 16 มกราคม 2568ส่วนประวัติการทำงาน พบว่าผู้คัดค้านเคยทำงานเป็นครูอัตราจ้างที่โรงเรียนสตึก ทำหน้าที่สอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ ระหว่างปี 2523-2524 รวมระยะเวลา 2 ปี โดยใช้วุฒิประกาศนียบัตรวิชาการศึกษาชั้นสูง สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไป สมัครเข้าทำงาน ตามหนังสือของโรงเรียนสตึก ที่ ศธ 04313.51/19 ลงวันที่ 13 มกราคม 2568ระหว่างการให้ถ้อยคำ ผู้คัดค้านยอมรับว่า ไม่ได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาเอกวิทยาศาสตร์ และไม่เคยรับราชการ โดยเคยประกอบอาชีพเพียงครูอัตราจ้างที่โรงเรียนสตึก ระหว่างปี 2523-2524 เท่านั้นกกต. จึงเห็นว่ามีพยานหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้คัดค้านกระทำการหลอกลวงหรือจูงใจให้บุคคลอื่นเข้าใจผิดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ หรือชื่อเสียงเกียรติคุณของตนเอง เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนให้แก่ผู้คัดค้าน อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 77 (4)การกระทำดังกล่าวจึงเข้าข่ายเป็นการทุจริตในการเลือก และส่งผลให้การเลือกมิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งตรวจสำนวนและประชุมปรึกษาแล้ว เห็นว่าข้อเท็จจริงเบื้องต้นจากการไต่สวนรับฟังได้ว่า ผู้คัดค้านสำเร็จการศึกษาระดับอนุปริญญา สาขาเอกวิทยาศาสตร์ จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และไม่เคยรับราชการแต่ผู้คัดค้านกลับระบุในใบสมัครแบบ สว.2 ข้อ 11 ว่าวุฒิการศึกษาสูงสุดคือ ปริญญาตรี สาขาเอกวิทยาศาสตร์ จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์ รวมถึงระบุในข้อมูลแนะนำตัวของผู้สมัครแบบ สว.3 ในส่วนประวัติการศึกษาว่า ปริญญาตรี วิทยาลัยครูบุรีรัมย์ และในประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในกลุ่มที่สมัครว่า เคยรับราชการ ซึ่งเป็นข้อมูลที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงศาลเห็นว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแสวงหาประโยชน์อันมิชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเอง และถือเป็นการทุจริตในการเลือก ส่งผลให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภามิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 226 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา มาตรา 62ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งจึงพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนางนิ่มนวล พฤกษ์ปัญญากุล ผู้คัดค้าน เป็นระยะเวลา 10 ปี นับตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษาอ่านข่าวเพิ่มเติมด่วน! นายก อบต.หนองหมี ถูกจับคาโต๊ะทำงาน เปิดเบื้องหลังพฤติการณ์สุดฉาว ชัดเจน! กกต. แจงด่วน สาเหตุมติ 4 ต่อ 3 ยังไม่รับเอกสารดีเอสไอ คนไม่มีก็ไม่มีจริงๆ! ลูกชายวัย 25 ขี่ จยย. ชนเสาไฟดับ พบพ่อมีเงินจัดงานศพเพียง 35 บาท
งานเข้าแล้ว! ศาลตัดสิทธิผู้สมัคร สว.บุรีรัมย์ 10 ปี เปิดสาเหตุชัด
by
Tags: