จวกเขมรนำ ‘อดีตเชลยศึกป่วยจิตเวช’ กลับสู่สงคราม ขัดอนุสัญญาเจนีวา จี้ ICRC-UNHRC ตรวจสอบ

'ประชาคมแพทย์' ชี้การนำอดีตเชลยศึกที่มีอาการทางจิตเวชกลับสู่สนามรบของกัมพูชา เป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมสากล ทำร้ายมนุษย์ที่มีความเปราะบางทางจิตใจอย่างร้ายแรง ขัดต่ออนุสัญญาเจนีวา จี้กสม. ICRC ,UNHRC และ OHCHR ตรวจสอบแล้วให้กัมพูชารับผิดชอบ19 พ.ย. 2568- เพจเฟซบุ๊ก ประชาคมแพทย์ โพสต์ ความเห็นของ “ประชาคมแพทย์” ต่อกรณีการนำอดีตเชลยศึกที่มีอาการทางจิตเวชกลับสู่สนามรบของกัมพูชา ว่า“นี่ไม่ใช่เพียงการละเมิดข้อตกลง แต่เป็นการทำร้ายมนุษย์ที่มีความเปราะบางทางจิตใจอย่างร้ายแรงที่สุด”กรณีที่เพจ SMART Soldiers Strong ARMY รายงานว่า“ซึม ซ็อมแอง” อดีตเชลยศึกกัมพูชาซึ่งไทยช่วยชีวิต ดูแลรักษา และปล่อยตัวกลับไปตามหลักมนุษยธรรมเมื่อปี 2568 — กลับไปปรากฏตัวในบังเกอร์พร้อมอาวุธในแนวรบอีกครั้ง ทั้งที่ได้ลงนาม Parole ยืนยันว่าจะไม่กลับเข้าสู่การรบ —สิ่งนี้ ไม่ใช่เพียงการผิดข้อตกลง แต่เป็นปัญหา “มนุษยธรรม” และ “จริยธรรมทางการแพทย์–สิทธิมนุษยชน” ที่รุนแรงมากบุคคลรายนี้เป็นหนึ่งในผู้ที่ไทยส่งตัวกลับเพราะมี อาการป่วยหนักและมี อาการทางระบบประสาทหรือจิตเวชแต่กลับถูกนำไปใช้ในแนวรบ และถูกสื่อบางสำนักยกย่องเป็น “วีรบุรุษ”ทั้งที่ การนำผู้ป่วยจิตเวชกลับเข้าสู่สงคราม ถือเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรมสากล อย่างโจ่งแจ้ง และขัดต่อ อนุสัญญาเจนีวาฉบับที่ 3 ข้อ 21–22 ซึ่งกัมพูชาเป็นภาคีร่วมกับไทยด้วย—หลักการทางการแพทย์และมนุษยธรรมที่ถูกละเมิดอย่างชัดเจน1) ผู้ป่วยจิตเวชคือ “ผู้เปราะบาง” ตามมาตรฐานสากลบุคคลที่มีภาวะความผิดปกติทางจิตPTSDความผิดปกติทางระบบประสาทล้วนเป็นกลุ่มที่ต้องได้รับการรักษา ประเมินซ้ำ และติดตามอาการอย่างใกล้ชิดไม่ใช่ถูกส่งกลับเข้าสู่สถานการณ์คุกคามชีวิต2) การใช้ผู้ป่วยเป็นกำลังรบ = การทำร้ายมนุษย์ที่ไร้ความสามารถในการตัดสินใจอย่างเป็นเหตุเป็นผลทหารที่มีอาการทางจิตอาจไม่สามารถประเมินความเสี่ยงควบคุมอารมณ์รู้เท่าทันสถานการณ์รบหรือมีวิจารณญาณที่เพียงพอต่อการทำงานในสนามรบการส่งผู้ป่วยเข้าสมรบคือการผลักให้เขาไปสู่ ”สนามมรณะ” โดยตรง3) ละเมิด Geneva Convention III มาตรา 21–22 อย่างชัดแจ้งซึ่งกำหนดว่าอดีตเชลยศึกต้องไม่ถูกบังคับกลับไปสู่การสู้รบทันทีต้องได้รับการคุ้มครองจากเหตุการณ์ที่เป็นภัยต่อชีวิต—รวมถึงสภาพจิตใจที่ไม่พร้อมการกลับไปปรากฏตัวพร้อมอาวุธหลังลงนาม Parole เป็นหลักฐานว่าข้อตกลงไม่ถูกเคารพ4) ละเมิดจริยธรรมขั้นพื้นฐานของมนุษย์การนำบุคคลที่ป่วยทางจิตเข้ารบ เทียบได้กับ> “การส่งผู้ป่วยเข้าไปในกองไฟ เพราะรู้ว่าเขาไม่มีแรงจะหนี”นี่ไม่ใช่สงครามอย่างเป็นธรรม แต่เป็นการใช้ “ผู้ป่วย” เป็นเครื่องมือ—ความเห็นในฐานะแพทย์ประชาคมแพทย์ขอชี้อย่างหนักแน่นว่า การกระทำลักษณะนี้เป็นความรุนแรงทางสิทธิมนุษยชนการละเมิดจิตวิญญาณของการแพทย์ที่เน้นการปกป้องชีวิตความโหดร้ายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังภาพการยกย่องในสื่อในฐานะคนทำงานด้านแพทย์ เรารับไม่ได้กับการที่> “ผู้ป่วยถูกใช้เป็นอาวุธ”แทนที่จะได้รับการรักษา—ข้อเรียกร้องจาก “ประชาคมแพทย์” ต่อองค์กรสิทธิมนุษยชน (ไทยและสากล)1) ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ตรวจสอบอย่างเป็นทางการรวมถึงประสานงานกับกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อยืนยันสถานะทางการแพทย์ของบุคคลดังกล่าว และประเมินการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้น และดำเนินการประท้วงอย่างจริงจัง2) ขอให้คณะกรรมการกาชาดสากล (ICRC) ส่งทีมตรวจสอบภาคสนามโดยเฉพาะเรื่องสภาพของอดีตเชลยศึกการละเมิด Geneva Conventionการใช้ผู้ป่วยจิตเวชในกองกำลัง3) ขอให้ UNHRC และ OHCHR ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพราะเป็น precedent อันตราย ที่อาจเกิดซ้ำ และเปิดช่องให้มีการ “ใช้ผู้ป่วยเป็นทรัพยากรสงคราม”4) ขอให้รัฐบาลกัมพูชาแสดงความรับผิดชอบและปฏิบัติตามพันธกรณี Geneva Conventionโดยเฉพาะหลักการคุ้มครองผู้ที่เปราะบางทางจิตใจและอดีตเชลยศึก5) ขอให้สื่อมวลชนทั้งสองประเทศรายงานบนพื้นฐานข้อเท็จจริง ไม่สร้างภาพฮีโร่บนความเจ็บป่วยของมนุษย์การทำให้ผู้ป่วยกลายเป็น “เครื่องมือเชิดชูความกล้าหาญ” เป็นการทำร้ายเขาซ้ำสอง—เสียงสุดท้ายจากประชาคมแพทย์ประเทศไทยได้ทำหน้าที่ในฐานะรัฐภาคี Geneva Convention อย่างครบถ้วนแล้วช่วยชีวิตให้การรักษาส่งตัวกลับด้วยมนุษยธรรมแต่เมื่อฝ่ายตรงข้ามนำผู้ป่วยกลับสู่สนามรบนั่นไม่ใช่เพียงการ “แหกกฎ”แต่เป็น การเหยียบย่ำศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ที่ป่วยและเปราะบางที่สุดประชาคมแพทย์ยืนอยู่ข้างหลักมนุษยธรรมหลักกฎหมายสากลและความเป็นมนุษย์เหนือการเมืองและสงครามเราขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายปกป้องชีวิตหนึ่งชีวิตที่ไม่มีทางป้องกันตัวเองจากคำสั่งที่ไม่เป็นธรรมเช่นนี้Admin ประชาคมแพทย์


Posted

in

by

Tags: