นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เผยภาพพร้อมข้อความ ผ่านสื่อโซเชียลมีเดีย วันนี้ (19 พฤษภาคม 2569) ว่า หลังประกาศยุติการชุมนุมในเวลาประมาณ 13.15 น. วันที่ 19 พฤษภาคม 2553 ผมและเพื่อนแกนนำส่วนที่ยังอยู่บนเวที ไปมอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติขบวนรถตำรวจหลายคันนำโดย พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผบ.ตร.ในขณะนั้น พาผม วิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นิสิต สินธุไพร ขวัญชัย ไพรพนา ยศวริศ ชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก มุ่งหน้าสู่โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานจากสถานที่อันเป็นแหล่งผลิตนายร้อยสีกากี พวกเราถูกพาลงจากรถขึ้นเฮลิคอปเตอร์มาที่กองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน ค่ายนเรศวร เพชรบุรีตอนพลบค่ำได้ตั้งหลักพักนั่งไม่นานนัก ตำรวจจากกรุงเทพฯก็เดินทางตามมาถึงเพื่อสอบปากคำ เราแทบไม่ได้กำหนดสมาธิกับการตอบคำถาม ให้การไปใจก็ลอยกลับไปที่เวที ไม่รู้เหตุการณ์หลังจากพวกผมออกมาจะเป็นอย่างไร พี่น้องที่เราบอกให้เดินไปขึ้นรถทางสนามศุภชลาศัย ป่านนี้ถึงบ้านหรือยังคล้อยดึกตำรวจหน่วยสอบสวนยกพลกลับ เหลือเพียงเรา 5 คนกับนักรบนเรศวร 261 ที่ทำหน้าที่ควบคุมเฝ้าระวังรายรอบที่พักผมหลับไปด้วยความอ่อนเพลียจากการกรำศึกมาแรมเดือน แต่ก็ตื่นขึ้นก่อนฟ้าสาง นาฬิกาข้างฝาบอกเวลาตี 3 เศษ นอนไม่หลับแน่แล้วจึงยื่นหน้าไปริมหน้าต่างสังเกตุการณ์ข้างนอก แล้วบทสนทนาสั้นๆกับเจ้าหน้าที่ซึ่งเป็นยามเฝ้าก็เริ่มขึ้น“ทางกรุงเทพฯเป็นไงบ้างครับ”“มีตายอีกหลายคน ถูกยิงตอนเย็น เห็นว่าเป็นหน่วยพยาบาล”ตชด.นายหนึ่งตอบคำถามผมแล้วเดินออกห่าง ปิดการสนทนาผมนอนไม่หลับอีกเลย เพื่อนบางคนก็เริ่มตื่น เรานั่งคุยกันเรื่องที่ผมเพิ่งได้ยินมาไม่มีใครนึกว่าจะยิงกันอีก6 ศพวัดปทุมวนารามคือการตอกย้ำความอำมหิตของฝ่ายผู้มีอำนาจ ที่กระทำต่อคนมือเปล่ากับอาสาพยาบาล ทุกคนไม่มีอาวุธ ถูกยิงร่วงเรียงกันเพราะแต่ละคนพยายามช่วยคนที่ถูกยิงก่อนหน้าพี่น้องอีกหลายพันชีวิตซ่อนตัวหนีตายอยู่ในวัดปทุมวนาราม ที่ซึ่งองค์กรต่างๆเรียกร้องให้เป็นเขตอภัยทานมีหน่วยงานเข้ามาพบผมหลังเวทีก่อนยุติการชุมนุม 2-3 วัน ผมทำตามทุกอย่าง บอกให้พี่น้องที่มีลูกหลานเล็กๆอยู่ด้วยในที่ชุมนุมพาเด็กๆเข้าไปในวัด ที่นั่นจะเป็นเขตอภัยทาน มีหน่วยงานช่วยดูแลแต่ประชาชนถูกฆ่าตาย ประชาชนถูกยิงในเขตอภัยทานตลอดคืนนั้นไม่มีใครกล้าออกมาเพราะรังสีฆ่าฟันยังรุนแรง ร่างไร้วิญญาณ 6 ศพ นอนอยู่ตรงพื้นหน้าวัดจนรุ่งเช้า …ถ้าย้อนเวลาไปได้ ผมจะยังไม่มอบตัวไปกับเจ้าหน้าที่ จนกว่าจะส่งพี่น้องออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย เหมือนที่เคยทำเมื่อปี 2552 ซึ่งผมกับ พล.ต.ต.จักรทิพย์ ชัยจินดา รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลเวลานั้นยืนบนหลังคารถ มือถือโทรโข่ง ต่างคนต่างทำหน้าที่ให้ทุกคนออกจากที่ชุมนุม แล้วตำรวจค่อยควบคุมตัวผมไปเรื่องนี้คืออีก 1 แผล ที่เป็นรอยในใจตลอดมา16 ปี 19 พฤษภา 53ไม่เคยลืมเพื่อนของเรา คนเสื้อแดง
‘ณัฐวุฒิ’ เปิดแผลใจ ตลอด 16 ปี 19 พฤษภา 53 ถ้าย้อนเวลาได้ จะยังไม่มอบตัว จนกว่าจะส่งพี่น้องคนเสื้อแดงออกจากพื้นที่อย่างปลอดภัย
by
Tags: