ดร.ดิเรกฤทธิ์ ชี้หาก กกต.ไม่ส่งคำร้องฮั้วสว.ไปศาลฎีกา ทั้งที่มีพยานหลักฐาน เสี่ยงเกิดผล 4 มิติสำคัญ

14 มิ.ย.2569-ดร.ดิเรกฤทธิ์ เจนครองธรรม ประธานสถาบันประชาธิปไตยสุจริตและอดีตสว. โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า หากสมมติว่า กกต. มีมติ ไม่ส่งคำร้องกรณีฮั้ว ส.ว. ไปยังศาลฎีกา หรือศาลที่มีอำนาจพิจารณาตามกฎหมายเลือกตั้ง ทั้งที่มีพยานหลักฐานจำนวนมากและเป็นคดีที่สังคมจับตา ผลที่อาจเกิดขึ้นมีหลายมิติ ดังนี้1. ผลทางกฎหมายกระบวนการเพิกถอนสิทธิหรือวินิจฉัยความชอบด้วยกฎหมายของการได้มาซึ่ง ส.ว. จะไม่เข้าสู่การพิจารณาของศาล ส.ว. ที่ถูกร้องเรียนจะยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ คำถามสำคัญจะย้ายจาก "มีฮั้วหรือไม่" ไปเป็น "เหตุใด กกต. จึงไม่ส่งเรื่องให้ศาล?"2. ผลต่อ กกต.กกต. จะถูกเรียกร้องให้เปิดเผยว่า พยานหลักฐานที่มีอยู่ไม่เพียงพอหรืออย่างไร? ใช้หลักกฎหมายใดในการวินิจฉัย? เหตุใดข้อกล่าวหาที่สังคมเห็นว่าร้ายแรง จึงไม่ควรได้รับการวินิจฉัยโดยศาล? หากไม่อธิบายอย่างเพียงพอ อาจเกิดข้อครหาว่า "กกต. กำลังตัดตอนคดี ไม่ให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน" ซึ่งกระทบต่อความน่าเชื่อถือขององค์กรโดยตรง3. ผลทางการเมืองเนื่องจาก ส.ว. มีอำนาจสำคัญหลายเรื่อง เช่น เห็นชอบบุคคลในองค์กรอิสระ เห็นชอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เห็นชอบกรรมการ ป.ป.ช. เห็นชอบผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในองค์กรตามรัฐธรรมนูญ หากยังมีข้อสงสัยเรื่องที่มาของ ส.ว. อยู่ จะเกิดคำถามต่อความชอบธรรมของกระบวนการแต่งตั้งบุคคลเหล่านั้นในอนาคต4. ผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชนนี่อาจเป็นผลกระทบที่สำคัญที่สุดเพราะประชาชนจำนวนมากไม่ได้ต้องการเห็นใครถูกตัดสิทธิ์ล่วงหน้า แต่ต้องการเห็นว่า "เมื่อมีข้อกล่าวหาร้ายแรง กระบวนการยุติธรรมโดยศาลต้องได้รับโอกาสทำงาน"ในทางการเมือง หาก กกต. ไม่ส่งเรื่องให้ศาล สิ่งที่น่ากังวลที่สุดอาจไม่ใช่ผลคดี แต่คือการที่สังคมยังคงมีคำถามค้างคา และความคลางแคลงใจนั้นอาจอยู่กับระบบการเมืองไทยตลอดไป


Posted

in

by

Tags: