ด่วน! มติศาลรัฐธรรมนูญ ‘แพทองธาร’ ไม่รอด พ้นตำแหน่งนายกฯ ครม.พ้นทั้งคณะ

มติศาลรัฐธรรมนูญ ล่าสุดวันนี้ (29ส.ค.68) วินิจฉัยว่า นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีคนที่ 31 ของไทย ขาดคุณสมบัติลักษณะต้องห้าม ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลง และครม.พ้นทั้งคณะ เนื่องจากขาดคุณสมบัติและผิดจริยธรรมร้ายแรง กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จฮุน เซน ทางโทรศัพท์ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2568โดยคำวินิจระบุว่าในประเด็นไม่ซื่อสัตย์สุจริต ศาลชี้ว่า "ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ" การกระทำของผู้ถูกร้อง (แพทองธาร) ยังไม่มีพฤติกรรมไม่ซื่อสัตย์สุจริตไม่เป็นที่ประจักษ์จากนั้นคำวินัจฉัยลงรายละเอียดถึงเนื้อหาการเจรจาที่นางสาวแพทองธารระบุว่า เป็นการเจรจาในเวลาส่วนตัวนั้น แต่เนื้อหาการเจรจาเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศไม่ใช่เรื่องส่วนตัว จึงไม่ใช่การกระทำส่วนตัวในฐานะประชาชน แต่เป็นการทำหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีส่วนประเด็นในคลิปพูดถึง "แม่ทัพภาคที่2 ว่าเป็นคนของเขา" ถ้อยคำดังกล่าวย่อมพูดได้ว่าเป็นความอ่อนแอทางการเมือง ถ้าถูกเผยแพร่ออกไปจะเปิดช่องให้กัมพูชานำข้อมูลมาแทรกแซงกิจการในประเทศได้ส่วนเทคนิคการเจรจานั้นผู้ถูกร้องประสงค์เจรจาช่องทางทางการและไม่เป็นทางการนั้น คำวินิจฉัยระบุว่า แม้จะใช้เทคนิคการเจรจาแบบใดก็ตามจึงต้องปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรีตาม รธน.ตามมาตรา 3 เพื่อประเทศชาติโดยรวม ใช่จะเจรจาได้อย่างอิสระตามอำเภอใจเพราะเป็นเรื่องความมั่นคงของประเทศ เมื่อเลือกเจรจาด้วยวิธีการนี้ต้องรับผิดชอบต่อการกระทำ ระมัดระวังรอบคอบต่อผลประโยชน์ของประเทศส่วนประเด็นที่บอกว่า "อยากได้อะไรก็บอกมาเลยค่ะ…" เป็นการเจรจาก่อให้ฮุนเซนเห็นใจเพื่อแก้ไขปัญหาชายแดน แต่ด้วยมีความสัมพันธ์อันดี จึงโน้มน้าวให้เปิดด่านพร้อมกัน เป็นการยอมจำนนล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ถูกร้องทราบเพื่อดำเนินการอย่างไม่มีเงื่อนไขเป็นการเปิดช่องให้ฝ่ายกัมพูชาเรียกร้องได้คำวินิจฉัยระบุด้วยว่า ผู้ถูกร้องมุ่งหวังเพียงทำให้คะแนนนิยมดีขึ้นมีเสถียรภาพของรัฐบาล ไม่ได้นึกถึงความมั่นคงของชาติเป็นที่ตั้งแต่อย่างใด ทำให้เกิดความสงสัยว่าจะทำตามฝ่ายกัมพูชาโดยไม่นึกถึงผลประโยชน์ของชาติ เป็นการเอื้อประโยชน์แก่กัมพูชาโดยเมื่อวันที่ 16 มิ.ย. ผู้ถูกร้องเรียกประชุมฝ่ายความมั่นคงชุดเล็ก และไม่ได้แจ้งการเจรจา เป็นการปกปิดไม่ให้ผู้เข้าร่วมประชุมทราบข้อเท็จจริงรวมทั้ง เลขาสมช.ให้ข้อมูลว่า วันที่ 18 มิ.ย. เพิ่งทราบรายละเอียดการสนทนากับสมเด็จฮุนเซน และไม่มีการแจ้งฝ่ายความมั่นคงชุดเล็ก จึงไม่สามารถไม่ลบล้างเจตนาความผิดที่แท้จริงของวันที่ 15 มิ.ย. จึงไม่ใช่เทคนิคการเจรจา แต่ขาดความรอบคอบ นายกฯต้องวิจารณญาณในการทำหน้าที่เมื่อมีเรื่องคะแนนนิยมเกี่ยวเนื่องกับการทำหน้าที่ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง ไม่รักษาเกียรติภูมิของประเทศไทย ไม่พิทักษ์รักษาเกียรติภูมิ เอาประโยน์ส่วนตัวมากกว่าประโยชน์ของชาติคดีนี้สมาชิกวุฒิสภา 36 คน นำโดยประธานวุฒิสภา ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าการกระทำของนางสาวแพทองธารเข้าข่ายขาดคุณสมบัติและฝ่าฝืนจริยธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) (5) หรือไม่ก่อนหน้านี้ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเอกฉันท์รับคำร้องเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 และมีมติสั่งให้นางสาวแพทองธารหยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 โดยได้ไต่สวนพยาน 2 ปาก และมีการอ่านคำวินิจฉัยในวันนี้การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในวันนี้ส่งผลให้นางสาวแพทองธาร จะต้องพ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีทันที และจะมีการหาผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ ซึ่งอาจนำไปสู่กระบวนการโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากรัฐสภาจากบัญชีรายชื่อแคนดิเดตที่เหลืออยู่ ประกอบด้วยนายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตลำดับที่ 3 จากพรรคเพื่อไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคภูมิใจไทยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากพรรครวมไทยสร้างชาตินายจุรินทร์ ลักษณวิศษฏ์ จากพรรคประชาธิปัตย์นางสาวแพทองธาร นับเป็นนายกรัฐมนตรีในเครือข่ายชินวัตรที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งเช่นเดียวกับอดีตนายกฯก่อนหน้านี้ ได้แก่ นายสมัคร สุนทรเวช, นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์, นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายเศรษฐา ทวีสิน


Posted

in

by

Tags: