ไพศาล พืชมงคล ทนายความ ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียวันนี้ (30 มิถุุนายน 2569) ว่า ชัดแล้ว!! ยกหลักฐานสำคัญยันว่าสรรพากรบังคับชำระหนี้ภาษีอากร 17,000 ล้านบาท จากพ่อใหญ่แม้วไม่ได้1. เดิมสรรพากรออกหมายแจ้งตรวจสอบการเสียภาษีไปยัง นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ชินวัตร อ้างว่า เป็นผู้มีเงินได้จากการขายหุ้น AIS และต่อมาก็ทำการประเมินภาษีจากการขายหุ้นดังกล่าว ดังนั้น นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ชินวัตร จึงได้อุทธรณ์การประเมินภาษี ตามขั้นตอนของกฎหมายคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ยกอุทธรณ์ดังนั้น นายพานทองแท้และนางสาวพินทองทา ชินวัตร จึงได้ฟ้องต่อศาลภาษีอากรกลาง ขอให้เพิกถอนการประเมินภาษีเสียกรมสรรพากรได้เข้าต่อสู้คดีอ้างว่ามีสิทธิ์ประเมินภาษีจากทั้ง 2 คน เพราะเป็นผู้ถือหุ้นในนามของตนเอง และมีเงินได้จากการขายหุ้นจึงยืนยันว่ามีสิทธิ์เรียกเก็บค่าภาษีจากทั้ง 2 คนนี้2. ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาว่า ทั้ง 2 คนนั้น ถือหุ้นแทนนายทักษิณ ค่าขายหุ้นจึงไม่ใช่เงินได้ของทั้ง 2 คน กรมสรรพากรก็มาแถลงในคดีของศาลภาษีอากรกลางว่า ศาลฎีกาไม่มีอำนาจวินิจฉัยเช่นนั้นศาลภาษีอากรกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า กรมสรรพากรประเมินภาษีไม่ชอบ จึงพิพากษาให้เพิกถอนการประเมินภาษีของกรมสรรพากรเสียการเรียกตรวจสอบภาษีและการประเมินภาษีอากรดังกล่าว จึงถูกเพิกถอนเด็ดขาดไปแล้ว ไม่สามารถนำไปใช้บังคับการเสียภาษีได้อีกต่อไป3. หลังจากศาลฎีกาพิพากษาแล้ว กรมสรรพากรก็ออกใบประเมินใหม่อีกฉบับในนามนายทักษิณ บังคับให้เสียภาษีจากการขายหุ้นดังกล่าว โดยถือว่าได้ประเมินภาษีกับทั้ง 2 คนซึ่งถือหุ้นแทนนายทักษิณแล้วซึ่งอ้างเช่นนั้นไม่ได้ เพราะการประเมินภาษีนั้นถูกศาลภาษีอากรกลางพิพากษาเพิกถอนไปเสียแล้ว จะมาใช้บังคับการเสียภาษีอีกไม่ได้ และถ้าถือเอาจากการแจ้งประเมินฉบับใหม่ก็เกินเวลา 5 ปี นับแต่วันที่มีเงินได้ จึงประเมินไม่ได้อีก การประเมินก็ผิดกฎหมายอีก และเกินเวลา 10 ปี นับแต่วันที่ต้องแจ้งแบบแสดงรายการเสียภาษี คดีภาษีนี้จึงขาดอายุความอีกสถานหนึ่งโดยสรุป กรมสรรพากรไม่สามารถประเมินเรียกเก็บภาษี 17,000 ล้านบาท จากนายทักษิณได้ และทรัพย์สินที่ยึดไปก่อนบางส่วนเพื่อบังคับชำระเสียภาษีก็ต้องคืน รวมทั้งต้องชดใช้ค่าเสียหายด้วยอีกไม่นานคงได้รู้หมู่จ่า ผมก็ว่าไปตามเนื้อผ้าอย่างนี้แหละ
ทนายไพศาล ยกหลักฐานยัน สรรพากรบังคับชำระหนี้ภาษีอากร 17,000 ล้านบาท จากอดีตนายกฯ ทักษิณ ไม่ได้
by
Tags: