ทำไมเจ้าสัวต้องมาปลูกกะเพรา? หลายคนด่า CP ว่า “จะยึดกะเพราทั้งประเทศ”

ร.อ.ทรงกลด เผย เหตุผลที่รัฐบาลทุกประเทศในโลกเขามีนโยบายเดียวกัน ให้มหาลัยจับมือเอกชนผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า ผู้กองปูเค็ม หรือ ร.อ.ทรงกลด ชื่นชูผล นักเคลื่อนไหวทางการเมืองโพสต์ระบุว่า…เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องกะเพรา แต่เป็นเรื่องว่า ประเทศเราจะเอายังไงกับงานวิจัย !ทำไมเจ้าสัวต้องมาปลูกกะเพรา?หลายคนด่า CP ว่า "จะยึดกะเพราทั้งประเทศ"ผมอยากให้ลองคิดมุมกลับแบบชาวบ้านนะครับสมมติพี่เปิดร้านกะเพราหมูสับ ขายวันละ 1,000 กล่องปัญหาของพี่คืออะไร? ไม่ใช่หมูแพง แต่คือ "กะเพราบางวันหอม บางวันไม่หอม บางวันใบเล็ก บางวันขม"ลูกค้าด่า โรงงานทำซอสส่งออกก็โดนตีกลับเจ้าของโรงงานแปรรูปก็คิดเหมือนกัน เขาต้องการวัตถุดิบที่ "เหมือนกันทุกวัน" เพื่อควบคุมคุณภาพจะไปบอกลุงป้า 10,000 คนให้ปลูกให้เหมือนกันหมด เป็นไปไม่ได้วิธีเดียวคือ ต้องวิจัยพันธุ์ใหม่ที่ใบใหญ่ กลิ่นนิ่ง ทนขนส่งแล้วใครจะวิจัยให้? จะให้อาจารย์ ม.เกษตรฯ เอาเงินเดือนตัวเองไปวิจัยหรือครับ?นี่คือเหตุผลที่รัฐบาลทุกประเทศในโลกเขามีนโยบายเดียวกัน – ให้มหาลัยจับมือเอกชนอเมริกา ญี่ปุ่น อิสราเอล เขาทำแบบนี้มา 30 ปีแล้ว เรียกว่า "งานวิจัยขึ้นหิ้ง ต้องเอาลงมาขายได้"รัฐบาลไทยก็มีนโยบาย BCG เศรษฐกิจชีวภาพ สนับสนุนให้มหาลัยรับทุนเอกชน 100% เพื่อทำงานวิจัยเคส "แก้วจุรี" คือตัวอย่างที่ตรงเป๊ะCPRAM ออกทุน 100% ให้ ม.เกษตรฯ กำแพงแสน วิจัยปี 63-66 จนได้พันธุ์ใบใหญ่ 4 เบอร์เอกชนไม่ได้ขอฟรี เขาเสียภาษีปีละหลายหมื่นล้าน เป็นบริษัทที่จ่ายภาษีต้นๆ ของประเทศ เขาก็คือประชาชนคนหนึ่งที่มีสิทธิ์ขอรับบริการวิชาการจากรัฐ เหมือนเราไปขอพันธุ์ข้าวจากกรมการข้าวนั่นแหละครับคำถามคือ ถ้าเราไล่ CP ออกไป ใครจะมาจ่ายค่าวิจัย?ประเทศไทยมีจุดอ่อน – เราลงทุนวิจัยต่ำมาก เทียบกับเกาหลี ญี่ปุ่น เขาลงทุน 3-4% ของรายได้ประเทศ เราลงทุนไม่ถึง 1%โครงสร้างเศรษฐกิจเดิมๆ ขายของสด ขายแรงงาน มันพาเราไม่รอดจากวิกฤตโลกร้อน โรคระบาด สงครามการค้าแล้วครับถ้าอาจารย์เก่งๆ ไม่มีทุนวิจัย พันธุ์ดีๆ ก็อยู่ในตู้เย็นห้องแล็บ ไม่ได้ออกมาเป็นข้าวกล่องให้เรากินถ้าเอกชนที่พร้อมจ่าย 100% อย่าง CP โดนด่าว่าจะผูกขาดจนไม่กล้ามาลงทุนอีก สุดท้ายใครเสีย? ก็เกษตรกรที่อยากได้พันธุ์ดีๆ และเด็กจบใหม่ที่อยากเป็นนักวิจัยนั่นแหละครับผมไม่ได้บอกว่า CP ถูกทุกอย่างนะครับ แต่เรื่องนี้ต้องแยกกันเรื่อง "ควบคุมคุณภาพวัตถุดิบตัวเอง" = สิทธิ์ของเขา ไม่ได้ไปห้ามเราปลูกกะเพราบ้านขายเรื่อง "ทุนใหญ่ผูกขาด" = ต้องไปสู้กันด้วยกฎหมายแข่งขัน ไม่ใช่ด่างานวิจัยม.เกษตรฯ เองก็ไม่ได้ทิ้งชาวบ้าน อาจารย์บอกแล้วว่าปลายปีนี้จะมีพันธุ์ใหม่แจกประชาชนฟรี นี่คือ 2 ทางคู่กัน ที่มหาลัยรัฐต้องทำถ้าเราหวาดระแวงทุนเดิมจนไม่ให้ทำวิจัยเลย ประเทศเราจะเหลืออะไรขาย !นอกจาก..กะเพราป่า..เหมือนเดิม ?#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS


Posted

in

by

Tags: