‘นักวิชาการ’ เปิดเบื้องลึก ทำไมไม่ควรให้ ‘พรรคส้ม’ ขึ้นมา ‘ทดลองบริหารเศรษฐกิจ’ ในช่วงเปราะบางที่สุด

4ก.พ.2569 – ดร.สุวินัย ภรณวลัย อดีตอาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไมโครงสร้างการเมือง–เศรษฐกิจไทย ไม่ควรให้พรรคแบบพรรคส้มขึ้นมา “ทดลองบริหารเศรษฐกิจ” ในช่วงเปราะบางที่สุดของประเทศ มีเนื้อหาดังนี้////ประเทศไทยในวันนี้ไม่ใช่ประเทศที่ “กำลังจะเริ่มต้นใหม่”แต่เป็นประเทศที่กำลัง “แบกอดีตไว้เต็มหลัง”หนี้โครงสร้างประชากรระบบการคลังระบบการผลิตและความเปราะบางทางภูมิรัฐศาสตร์ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เรื่องถกเถียงเชิงอุดมการณ์แต่คือ ข้อเท็จจริงเชิงฟิสิกส์ของระบบและในโลกของระบบสิ่งที่อันตรายที่สุดไม่ใช่คนเลวแต่คือ คนที่คิดว่าความถูกต้องทางศีลธรรมสามารถเอาชนะแรงโน้มถ่วงของความจริงได้—พรรคส้มกับโรคเรื้อรังชื่อ “主体論” (จู่ถี่หลุ่น) (อัตวิสัยนิยมทางการเมือง)หากต้องอธิบายปัญหาของพรรคส้มให้ถึงรากต้องพูดตรง ๆ ว่าพรรคส้มไม่ได้คิดการเมืองแบบเศรษฐศาสตร์แต่คิดการเมืองแบบ 主体論 (จู่ถี่หลุ่น)主体論 คือกรอบคิดที่เชื่อว่า“ตัวผู้กระทำ” คือศูนย์กลางของความจริงถ้า– ฉันตั้งใจดี– ฉันยืนข้างประชาชน– ฉันกล้าท้าทายอำนาจเก่าระบบจะ ต้อง เปลี่ยนตามฉันนี่ไม่ใช่ตรรกะของรัฐศาสตร์ไม่ใช่ตรรกะของเศรษฐศาสตร์และไม่ใช่ตรรกะของการบริหารประเทศนี่คือ ตรรกะของการปฏิวัติแบบวัยรุ่นทางความคิด—主体論 (จู่ถี่หลุ่น) = การเมืองที่ปฏิเสธโครงสร้างพรรคส้มมองโครงสร้างไม่ใช่ในฐานะ “กลไกที่ต้องจัดการ”แต่ในฐานะ “ศัตรูทางศีลธรรม”ทุน = เอาเปรียบระบบราชการ = ล้าหลังสถาบันเดิม = กดขี่ความระมัดระวัง = สมรู้ร่วมคิดนี่คือภาษาเดียวกับเรดการ์ดในช่วงต้นของการปฏิวัติวัฒนธรรมจีนเรดการ์ดไม่เคยคิดว่าตนกำลังทำลายประเทศพวกเขาเชื่อว่ากำลัง “ชำระล้าง” ประเทศผลลัพธ์คืออะไร?ประเทศหยุดทำงานทั้งระบบ—พรรคส้มเข้าใจ “ความอยุติธรรม”แต่ไม่เข้าใจ “ความเปราะบาง”พรรคส้มเก่งมากในการชี้ให้เห็นความอยุติธรรมแต่ การบริหารประเทศไม่ใช่การแข่งขันชี้นิ้วเศรษฐกิจไม่ตอบสนองต่อความโกรธตลาดไม่ฟังคำปราศรัยและระบบการเงินไม่เคยสนใจว่าใครมีเจตนาดีการตัดสินใจเชิงนโยบายในช่วงเปราะบางต้องอาศัย– จังหวะ– ลำดับ– และความอดทนเชิงโครงสร้างสิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ 主体論 (จู่ถี่หลุ่น) ดูแคลน—ปัญหาใหญ่: พรรคส้ม “ไม่กลัวผลลัพธ์”คนที่คิดแบบ 主体論 (จู่ถี่หลุ่น)จะไม่กลัวผลลัพธ์เชิงระบบเพราะเชื่อว่าถ้าเกิดปัญหาแปลว่า “ยังเปลี่ยนไม่พอ”นี่คือจุดที่อันตรายที่สุดเศรษฐกิจพัง → ต้องปฏิรูปให้แรงขึ้นทุนหนี → แปลว่าทุนเห็นแก่ตัวตลาดผันผวน → เพราะยังไม่เด็ดขาดพอนี่คือวัฏจักรของการทำลายระบบด้วยความมั่นใจทางศีลธรรมของพวกตน—พรรคสีน้ำเงิน: การเมืองของคนที่ “กลัวระบบพัง”พรรคน้ำเงินไม่ได้ใสสะอาดกว่าและไม่ได้มีอุดมการณ์สูงส่งกว่าแต่พวกเขามีคุณสมบัติหนึ่งที่สำคัญกว่าทั้งหมดในช่วงเวลานี้คือพวกเขากลัวผลลัพธ์กลัวตลาดพังกลัวเงินไหลออกกลัวเครดิตประเทศพังกลัวระบบล้มแล้วไม่มีใครเก็บซากความกลัวแบบนี้ไม่ใช่ความขลาดแต่คือ สัญชาตญาณของผู้เข้าใจระบบ—ประเทศไม่ใช่สนามทดลองของคนที่ “มั่นใจในตนเอง”ในภาวะปกติประเทศอาจทนความผิดพลาดได้แต่ในภาวะที่– โลกกำลังแตกเป็นขั้ว– ระบบการเงินโลกผันผวน– และรัฐไทยแทบไม่มี buffer เหลือการมอบอำนาจให้พรรคที่คิดแบบ 主体論 (จู่ถี่หลุ่น)แทบไม่ต่างจากเอาระเบิดมือไปให้เด็กทารกแกะเล่นนี่คือการเอาทั้งประเทศไปเดิมพันกับความมั่นใจของคนกลุ่มเดียวแต่ประวัติศาสตร์บอกเราอย่างชัดเจนว่าประเทศไม่ได้พังเพราะคนตั้งใจร้ายแต่พังเพราะคนที่“มั่นใจว่าตัวเองถูกต้องเกินไป”—บทสรุปพรรคส้ม เป็นพรรคที่ อันตราย ต่อการทดลองบริหารประเทศในช่วงเวลานี้อันตรายเพราะคิดว่าอุดมการณ์สามารถแทนที่ความเข้าใจระบบได้และประเทศไทยไม่มีต้นทุนพอสำหรับการเรียนรู้ผ่านความพังพินาศอีกแล้ว~ สุวินัย ภรณวลัยมหาวิทยาลัยไร้รอย


Posted

in

by

Tags: