1 มิถุนายน 2569 – วิมล ไทรนิ่มนวล นักเขียนรางวัลซีไรต์ โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า "ท า ส"ผมเห็นด้วยครับว่า "หากประเทศใดผู้นำยังมีจิตสำนึกแห่งความเป็นทาสดำรงอยู่อย่างเข้มข้น ย่อมไม่อาจะหวังได้ว่าเขาจะส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนและประชาธิปไตย"ผมคิดว่าประเด็นนี้คุณพิชายหมายถึงคุณอนุทินกับสถาบันพระมหากษัตริย์ผมก็อยากบอกว่า ความอคติและความเป็นทาสลัทธิคอมมิวนิสต์นั่นแหละที่ทำให้ตาและใจมืดบอด ไม่รู้ว่าในหลวงรัชกาลที่ 5 ได้ทรงยกเลิกทาสไปนานแล้ว ส่วนในหลวงรัชกาลที่ 7 ก็ทรงเริ่มวางรากฐานระบอบประชาธิปไตย แต่ถูกปล้นชิงพระราชอำนาจไปเสียก่อนดังนั้นสถาบันพระมหากษัตริย์จึงไม่ใช่ "นายทาส" และคนที่จงรักภักดีก็ไม่ใช่ "ทาส" แต่คือความผูกพันกันระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับราษฎร ในฐานะที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นผู้นำสร้างประเทศนี้มาแต่ทาสนั้นยังมีอยู่จริง คือ1.ทาสลัทธิบริโภคนิยมหรือ ที่เรียกว่า"อเมริกันดรีม" ซึ่งส่วนมากนักเรียนไทยนำเข้ามาจากสหรัฐอเมริกา แต่เมื่อนำเข้ามาเผยแพร่แล้วคนไทยส่วนมากทำตามได้แค่ "บริโภค" แต่ "ผลิต" ไม่เป็น ล่วงมาถึงยุคนี้ก็เบ่งบานจนถึงขนาดจะไม่ทำอะไร หรือทำน้อย แต่อยากรวย-อยากประสบความสำเร็จเร็ว จึงอยากจะได้รัฐสวัสดิการ หรือปล้นชิงทรัพย์สินของพระมหากษัตริย์ นายทุน และพวกเศรษฐี2.ทาสลัทธิคอมมิวนิสต์ พวกนี้ไปยอมเป็นทาสมาจากยุโรป โดยเฉพาะฝรังเศส ตัวเองเป็นทาสแล้วก็นำเข้าลัทธิอุดมการณ์ทาสข้ามาปลุกปั่นคนไทย ด้วยหวังว่าพวกตนจะได้เป็นทาสที่มี "ทาส" อีกชั้น ที่จะใช้รองมือรองตีนให้พวกตนมีอำนาจ จึงถึงขนาดปล้นชิงพระราชอำนาจทาสทั้ง 2 ลัทธิอุดมการณ์นี้ ก็ยังสืบทอดปั่นหวักันมาจนถึงวันนี้ เวลาผ่านไปนานมาก จนหลงคิดว่าพวกตนเป็นเสรีชนไปแล้ว และคนอื่น ๆที่ไม่ได้คิดและเชื่ออย่างพวกตนนั้นเป็นทาสทั้งที่พวกเขาเป็นเสรีชน ที่มีความรักความผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์เพราะสำนึกแห่งความเป็นทาสนั่นแหละ จึงคิดอะไรไม่เคยพ้นจาก "คอกแห่งลัทธิอุดมการณ์ทาส" และทำได้แต่เป็นพวกปากหอยปากปูตามประสาทาส
นักเขียนซีไรต์ ฉะเดือด ‘พิชาย’ ว่าด้วย ‘ทาส’
by
Tags: