นายกฯ ลั่นสันติภาพจบแล้ว ฉีกปฏิญญา 4 ข้อกับเขมร เมินรายงาน ‘ทรัมป์’

นายกฯ ร่วมร้องเพลงชาติกับทหาร ลั่นสันติภาพจบแล้ว ฉีกปฏิญญา 4 ข้อกับเขมร เมินรายงาน 'ทรัมป์' วันนี้ต้องรักษาอธิปไตย จะไม่ยอมเสียดินแดนเมื่อเวลา 15.50 น. วันที่ 11 พ.ย. 2568ตนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนรี และรมว.มหาดไทย พร้อมคณะ เดินทางมาถึงสนามบินอุบลราชธานี ก่อนขึ้นเฮลิคอปเตอร์มายังจุดจอดเฮลิคอปเตอร์ โรงเรียนภูมิซรอลวิทยา ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ และเดินทางต่อมายังฐานปฏิบัติการอินทุมาน (ภูมะเขือ) อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษจากนั้นเวลา 17.00 น. นายอนุทิน และคณะเดินทางถึงฐานปฏิบัติการอินทุมาน (ภูมะเขือ) โดยตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของกองพันทหารราบที่ 11 พร้อมรับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ทหารเหยียบทุ่นระเบิดจนได้รับบาดเจ็บ 4 นาย ซึ่งหนึ่งในนั้นต้องเสียขาจากการเหยียบทุ่นระเบิด ทั้งนี้ จากรายงานสถานการณ์การเกิดเหตุเหยียบทุ่นระเบิดที่ผ่านมา จำนวน 7 ครั้งโดยนายกฯ ได้ตรวจสอบทุ่นระเบิดที่ได้เก็บกู้แล้ว ทั้งแบบเก่า และแบบใหม่ พร้อมรับรายงานว่าเป็นทุ่นระเบิดที่ถูกฝังอยู่ตามแนวลาดตระเวนของทหารฝ่ายไทย ซึ่งจากการพิสูจน์ทราบจุดเกิดเหตุ ร่องรอยดินบริเวณรอบข้างเพิ่งถูกรบกวนใหม่ๆ รวมถึงรากไม้เพิ่งถูกตัด คาดว่าเป็นทุ่นระเบิดที่เพิ่งนำมาฝัง ซึ่งบริเวณจุดเกิดเหตุทหารไทยได้นำรั้วลวดหนามไปวางไว้ แต่ทางทหารกัมพูชาได้นำออก คาดว่ากัมพูชาได้นำทุ่นระเบิดมาฝังไว้ไม่เกิน 1 วันก่อนเกิดเหตุนายกฯ กล่าวให้กำลังใจพลทหารว่า ขอแสดงความเป็นห่วง และขอแสดงความชื่นชมที่ทำหน้าที่รักษาบ้านเมือง รักษาประชาชน ต้องถือว่าเป็นวีรกรรมที่กล้าหาญมาก พวกเราจะไม่ทิ้งกัน เราจะไม่มีวันที่จะยอมเสียเปรียบ หรือยอมเสียดินแดน และไม่ยอมให้กำลังพลเป็นอะไร พวกเราจะดูแลอย่างเต็มที่ และให้กำลังใจกันอย่างเต็มที่ ขอให้พวกเรายึดมั่น และตั้งมั่นอยู่ในความระมัดระวังอยู่ตลอดเวลา เราจะเร่งแก้ปัญหาทั้งหมดให้เร็วที่สุดนายกฯ กล่าวด้วยว่า วันนี้ชัดเจนแล้วว่าฝ่ายตรงข้ามละเมิดสิ่งที่ตกลงกันไว้ ชัดเจนแล้วเราจะทำในสิ่งที่เราเห็นว่าสมควรจะทำไม่อยู่ภายใต้เงื่อนไขใดๆ อีกต่อไป เราต้องมีการเตรียมพร้อม และรับฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา ต้องโชคดี และปลอดภัย เพราะเราทำหน้าที่เพื่อประเทศชาติของเรา และตนจะมาหาบ่อยๆจากนั้น นายกฯ พร้อมคณะได้มอบถุงยังชีพให้กับทหารแนวหน้า ก่อนจะเดินขึ้นเนินภูมะเขือเพื่อตรวจสอบเส้นทางธรรมชาติ และร่วมยืนตรงเคารพธงชาติที่เสาธงร่วมกับนายทหารต่อมาเวลา 18.05 น. นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงความรู้สึกที่มายืนบนฐานปฏิบัติการอินทุมาน (ภูมะเขือ) ว่า ประเทศไทยเป็นของเรา ที่ที่เรายืนอยู่คือประเทศไทย ใครจะมาแอบอ้างอธิปไตยเหนือดินแดนของไทยไม่ได้ แต่ว่าวันนี้การที่จะพูดเรื่องนี้ เราถือว่าสิ่งที่เราได้มีข้อตกลงกันไว้ เพื่อจะเดินไปสู่การมีสันติภาพมันจบลงแล้ว จากนี้ไปรัฐบาลไทยจะดำเนินการในสิ่งที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์สำหรับประเทศไทย เป็นสิ่งที่ประเทศไทยจะทำโดยที่ไม่ต้องไปหารือหรือขออนุญาตใครนายกฯ กล่าวต่อว่า เรามีการหารือพูดคุยกับทางกองทัพเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (11 พ.ย.) ได้ข้อสรุปมาค่อนข้างชัดเจนในการปฏิบัติ ซึ่งกระทรวงกลาโหมรับทราบอยู่แล้วว่าจะต้องปฏิบัติอย่างไร แต่ต้องขอความกรุณาผู้สื่อข่าวว่าเราอยากจะบอกว่าเราไม่ตอบ และขอความกรุณาว่าไม่ต้องถาม เพราะเราจะทำอะไรในเรื่องของความมั่นคงของชาติเราบอกไม่ได้นายกฯ กล่าวอีกว่า ถ้าถามมาแล้ว พอเราไม่ตอบก็กลายเป็นว่าเราย่อหย่อน หย่อนยาน แต่ความจริงเราไม่เคยหย่อนยาน เราไม่เคยคิดที่จะยอมหรือเสียเปรียบใดๆ กับฝ่ายตรงข้าม ตรงกันข้ามเราวางตัวเป็นผู้กำหนดบทบาทอยู่เสมอนายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้ก็เช่นกัน ยิ่งทำให้ตนในฐานะรัฐบาลที่เป็นคนลงนามในปฏิญญาก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ขณะนี้ 4 ข้อในปฏิญญา ประเทศไทยจะไม่ปฏิบัติแล้ว และจะกำหนดแนวทางดำเนินการของตัวเอง โดยรัฐบาลจะให้การสนับสนุนข้อกำหนดต่างๆ และการดำเนินการของกองทัพอย่างเต็มที่เมื่อถามว่า มาเลเซียจะขอรื้อฟื้นเรื่องของการลงนามปฏิญญา ทางเราจะทบทวนหรือไม่ นายกฯ ย้อนถามว่า รื้อฟื้นเรื่องอะไรผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เรื่องการทำปฏิญญาเพื่อนำไปสู่สันติภาพนายกฯ กล่าวว่า มันชัดเจนแล้วว่าผู้ร่วมสัญญาไม่ได้ปฏิบัติตามปฏิญญา ยิ่งวันนี้ที่มาตรงนี้เพื่อมาให้มาเห็นกับตา เมื่อผู้นำไม่ว่าจะเป็นผู้นำประเทศต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสักขีพยานที่ลงนามอยู่ในปฏิญญาในวันนั้น ถ้าท่านทั้ง 2 จะถามมา ตนก็จะสามารถตอบได้ว่าตนมาอยู่ในพื้นที่นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนได้เห็นกับตาตัวเองแล้วว่าคู่สัญญาของประเทศไทยก็คือประเทศกัมพูชา ได้มีการละเมิดสิ่งที่ตัวเองจะต้องทำอย่างไรบ้าง บนความชัดเจนทุ่นระเบิด 4 ทุ่น ที่วันนี้เหลือ 3 ทุ่น เพราะว่าทหารของเราเหยียบไป 1 ทุ่น เป็นทุ่นระเบิดใหม่ที่วางในเขตของเรา หลังจากวันที่เราได้ลงนามในข้อตกลงนายอนุทิน กล่าวอีกว่า ประเทศไทยทำทุกอย่างตามข้อตกลง และการพยายามที่จะดึงให้มีความล่าช้าเกิดจากฝ่ายกัมพูชา ประเทศไทยก็ยังใช้ความอดทน เรายังเชื่อมั่นว่าการที่เรามีโลกทั้งใบเป็นพยาน มีประชาคมอาเซียนเป็นพยาน อย่างไรเสียอาจจะช้าในวันหรือสองวันข้อตกลงจะได้รับการปฏิบัติ แต่วันนี้มันพิสูจน์แล้วว่าไม่ใช่ ในเมื่อไม่ใช่ก็ไม่มีข้อตกลง และเราจะทำในสิ่งที่เห็นว่าเราต้องทำเมื่อถามอีกว่า เราต้องรายงานไปที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา หรือไม่ นายกฯย้อนถามว่า รีพอร์ตใคร เราเป็นประเทศอธิปไตยไม่รีพอร์ตใครทั้งนั้น ถ้าเขาถามมา ถ้ามีความจำเป็นที่จะต้องตอบ ตนจะตอบอย่างเช่นเอกอัครราชทูตประเทศต่างๆ ทำหน้าที่ ก็ถามตน ถ้าไม่มีมีความจำเป็นจะต้องตอบ ตนก็ไม่ตอบนายอนุทิน กล่าวต่อว่า วันนี้เราก็จะดำเนินการตามที่ รมว.กลาโหม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แม่ทัพภาคที่ 2 และคนที่อยู่หน้างาน ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี วันนี้ถ้าตนบอกแล้วว่ารักษาอธิปไตย รักษาเกียรติยศ เกียรติภูมิ รักษาจิตใจของทหาร และพี่น้องประชาชน ตนมาวันนี้ก็ขอให้ภาพมันเป็นการอธิบายตัวมันเอง หลายอย่างไม่ต้องพูดแล้วเมื่อถามอีกว่า วันนี้ได้บอกเจ้าหน้าที่ และกำชับให้กำลังใจอย่างไรบ้างนายกฯ กล่าวว่า ก็เต็มที่ ตนกับพี่น้องทหารไม่ต้องใช้คำพูด ใช้สายตา ใช้แรงบีบกำมือซึ่งกันและกัน เราจะเข้าใจกันดี ตนมั่นใจว่าผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารีแรงบีบขนาดนี้คือต้องการให้มันเป็นอย่างไรอ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นายกฯ ลั่นสันติภาพจบแล้ว ฉีกปฏิญญา 4 ข้อกับเขมร เมินรายงาน 'ทรัมป์'ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.khaosod.co.th


Posted

in

by

Tags: