“น้ำเงินอ่วม” เกมอำนาจสะดุด

ท่ามกลางสมรภูมิการเมืองปัจจุบัน ปฏิเสธไม่ได้ว่าเครือข่ายอำนาจ “ระบอบสีน้ำเงิน” ยึดโยงกับ “พรรคภูมิใจไทย” และกลุ่มการเมือง “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ได้ก้าวมาเป็นขั้วอำนาจหลักที่มีอิทธิพล ด้วยจำนวน สส.ที่เป็นตัวแปรสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาลการเข้าควบคุมกระทรวงกลไกหลักของรัฐบาล ภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย รวมถึงข้อสังเกตเรื่องการกุมเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จในวุฒิสภาชุดปัจจุบัน ทำให้เป็นเครือข่าย “ลมใต้ปีก” ที่แข็งแกร่งยากที่จะทลายลงง่ายๆแต่อำนาจที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับการถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ขณะนี้ “ระบอบสีน้ำเงิน” กำลังเผชิญมรสุมทางการเมืองลูกใหญ่หลายระลอก หากไม่สามารถชี้แจงข้อกังขาต่อสังคมได้อย่างโปร่งใส ความชอบธรรมทางการเมืองที่ทำมาอาจพังลงได้ในที่สุดมรสุมแรกที่สั่นคลอนความเชื่อมั่นของสังคม คือ ข้อกังขาเกี่ยวกับฮั้วเลือก สว. ถัดมาคือ มหากาพย์ข้อพิพาทที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์วิกฤติศรัทธายังลุกลามไปถึงระบบข้าราชการประจำ จากกรณีภาพหลุดในไลน์ ที่ปรากฏข้อความ “ช่วยน้ำเงินด้วย” ซึ่งถูกอ้างว่าเป็นคำสั่งจากอธิบดีกรมการปกครอง ที่สั่งการให้ข้าราชการระดับปลัดจังหวัด และนายอำเภอในพื้นที่จ.ภูเก็ต ช่วยเหลือพรรคการเมืองในการเลือกตั้ง แม้เจ้าตัวออกมาแถลงข่าวปฏิเสธแต่เรื่องนี้ “วิโรจน์ ลักขณาอดิศร” รองหัวหน้าพรรคประชาชน ยื่นร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. และ กกต. อย่างเป็นทางการแล้ว เพื่อให้ตรวจสอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และการฝ่าฝืนความเป็นกลางทางการเมืองของข้าราชการนอกจากนี้ ยังมีกรณีโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวง ดีอี ภายใต้กำกับดูแลของ “ไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี โครงการมูลค่ากว่า 1.6 พันล้านบาท ที่ถูกตรวจสอบอย่างหนัก ถึงความเร่งรีบผิดปกติในการจัดซื้อจัดจ้าง และเอื้อประโยชน์ให้เอกชนหรือไม่“ไอซ์ “รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธาน กมธ.ศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณ ยืนยันว่า ในวันที่ 18 มิ.ย. กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ จะประชุมร่วมกับ กมธ.กฎหมายการยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ และจะเชิญ รมว.ดีอี ปลัดกระทรวงดีอี คณะยกร่าง TOR ป.ป.ช. และสตง. มาร่วมประชุมด้วย เพื่อดำเนินการตรวจสอบต่อไป และหากพบความผิดจะยื่น ป.ป.ช. ทันทีขณะเดียวกัน “สส.ไอซ์” ยังโพสต์ข้อความว่า “สนิทแค่ไหน ให้รูปอธิบาย” พร้อมเปิดภาพ “ปรินทร์ โลจนะโกสินทร์” ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) หรือ PLAN B ร่วมเฟรมกับบุคคลใน “ตระกูลชิดชอบ”จากนั้น “ไชยชนก” ให้สัมภาษณ์ยอมรับว่า รู้จัก และคุ้นเคยกับบริษัทชนะประมูล คือ “บริษัทPLAN B” จริง แต่ยืนยันว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเอื้อประโยชน์ในการประมูลโครงการ TH-AI Passport แต่อย่างใด และล่าสุดมีการปล่อยรูปโต้ “สส.ไอซ์ ” ว่าผู้บริหารดังกล่าวเป็นนักธุรกิจ ไม่ได้มีเพียงภาพร่วมกับบุคคลใน “ตระกูลชิดชอบ” เท่านั้นแต่ยังมีภาพร่วมกับ “ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “ปิยบุตร แสงกนกกุล” ซึ่งมีบทบาทสำคัญทางความคิดของ “พรรคประชาชน” เพื่อขอคำปรึกษา และหารือเกี่ยวกับการประชาสัมพันธ์และการสื่อสารของ “พรรค ปชน.” เพื่อบลัฟกลับว่า เป็นเรื่องปกติที่ “ผู้บริหาร PLAN B” จะรู้จัก และสนิทสนมกับใคร และไม่ได้เลือกข้างกับการเมืองฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นพิเศษเมื่อ “ระบอบสีน้ำเงิน” เผชิญกับมรสุมเหล่านี้ กลยุทธ์หลักที่แกนนำ และผู้เกี่ยวข้อเลือกใช้ คือวิธีตั้งรับเท่านั้น เป็นการอ้างอิงและยึดมั่นในข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมักชี้แจงว่า ทุกกระบวนการเป็นไปตามขั้นตอนของคณะกรรมการ และกติกาที่กำหนดไว้ หากมีข้อสงสัยพร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมให้เป็นเครื่องตัดสินฉะนั้น เมื่อมองในมุมการเมืองต้องจับตาแม้ “ระบอบสีน้ำเงิน” ในปัจจุบันจะดูมั่นคง แข็งแกร่ง หรือมีตัวเลข สส. ในสภาคอยคุ้มกัน มีเสียง สว.คอยสนับสนุน และมีกลไกรัฐที่ “เป็นลมใต้ปีก” คอยพยุง แต่หากไม่สามารถตอบคำถามสังคมด้วยข้อเท็จจริงที่โปร่งใส ปล่อยให้ข้อกังขา และวาทกรรมเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนกัดกร่อนความเชื่อมั่นไปเรื่อยๆอาจทำให้สะดุดขาตัวเองล้มก็เป็นได้ ///


Posted

in

by

Tags: