ปมร้าว ‘2 บิ๊ก น.’ น้ำเงิน ‘เด็กนาย’ เป็นพิษ ชนวนป่วนรัฐบาล

รอยร้าว 2 น. ระหว่าง“น.หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กับ “น.เน” เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรฟุตบอล บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ครูใหญ่แห่งค่ายสีน้ำเงิน ปฐมเหตุส่วนหนึ่งมาจาก “คนใกล้ชิด-เด็กในสังกัด” แทบทั้งสิ้นไม่เว้นแม้แต่การที่พยายามรอยร้าวในพรรคภูมิใจไทย ที่นอกจาก “2 น.” แล้ว ยังลากไปถึง “1 พ.” พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม “แม่ทัพใหญ่” ในพื้นที่ภาคใต้ของค่ายสีน้ำเงินแน่นอนว่า รอยร้าวที่เกิดขึ้น ยังไม่ไปไกลถึงขนาดจะทำให้กลายเป็น “ความแตกแยก” หากแต่ “คนใกล้ชิด-คนในสังกัด” ยังไม่หยุดเคลื่อนไหวในลักษณะของการปะทะ นั่นย่อมไปถึงวันนั้น เข้าสักวันได้เหมือนกัน“คนใกล้ชิด-คนในสังกัด” หรือเรียกง่ายๆ ว่า พวก “สายตรง” ที่เคลื่อนไหวโดยมี “เจ้านาย” เป็นแบ็กอัป นี่แหละ “ตัวดี” ที่ทำให้เรื่องใหญ่โตและลุกลามขณะที่ “ระดับหัว” อาจจะมีความไม่เห็นตรงกันบ้าง ถือเป็นเรื่องปกติ เหมือนที่ “น.นก” ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่า มีบ้าง“ยอมรับว่า มีเป็นเรื่องปกติของทุกคนในการทำงาน ในการดำรงชีวิต ที่จะมีความเห็นต่างกันบ้าง แต่ความเป็นพรรคภูมิใจไทย เรามีความสามัคคี และเป็นน้ำหนึ่งอันเดียวกัน”อย่างไรก็ตาม จุดเริ่มต้นของข่าวลือ “รอยร้าว” ดังกล่าว มันลามมาจากศึกในกระทรวงมหาดไทย ที่เป็นการปะทะกันระหว่าง “สาย น.หนู” กับ “สาย น.เน” ที่เล่นกันแรงมากขึ้นทุกวัน นับตั้งแต่ “ครม.หนู 2” บริหารประเทศ เรียกว่า บานปลายจนกลายเป็นคดีความไปหลายเรื่องมูลเหตุคือ มีข่าวว่า มีความพยายามที่จะเปลี่ยนตัว “ปลัดกระทรวงมหาดไทย” จาก “ปลัดป็อบ” อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ที่ถูกมองว่า เป็นสายตรงพรรคเพื่อไทย และยังเป็น “สิงห์ดำ” น้องรักของ “เสี่ยอ้วน” ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรมว.มหาดไทย แล้วดัน “บิ๊กพวง” นฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง “สายตรงบุรีรัมย์” ที่เหลืออายุราชการอีกแค่ปีเดียวขึ้นเป็นปลัดแทนแต่การเปลี่ยนตัวไม่ง่าย เพราะ “ปลัดป็อบ” ไม่ได้เป็นแค่น้องรักของ “เสี่ยอ้วน” หากแต่ยังเป็นน้องรักของ “น.หนู” นายกรัฐมนตรี ที่นั่งควบเก้าอี้ รมว.มหาดไทยอีกตำแหน่งด้วย ทำให้ปฏิบัติการเปลี่ยนตัวไม่ง่าย แม้อีกฝ่ายจะพยายามใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อเล่นงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโยกย้าย “บิ๊กพวง” มิชอบ ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) ที่มีการเดินเรื่องไปถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อแล้วหรือแม้แต่เรื่องคลิปเสียงพาดพิงภรรยา “ปลัดป็อบ” ที่หลายฝ่ายจับตาว่า ผู้อยู่ข้างหลังปล่อยคลิปเสียงดังกล่าวคือ คู่กรณีหรือไม่แต่จนแล้วจนรอด ไม่ว่าอย่างไร “น.หนู” ยังคงโอบอุ้ม “ปลัดป็อบ” เอาไว้อย่างเหนียวแน่น แม้จะมีข่าวออกมาว่า ครูใหญ่อยากจะเปลี่ยนตัวปลัดกระทรวงมหาดไทยแบบชัดเจนก็ตามไม่เพียงเท่านั้น ยังมีช็อตที่ถูกมองว่า เป็นการตอบโต้กลับฝ่ายตรงข้ามแบบรุนแรง อย่างเรื่องแชตหลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือเรื่องการทุจริตการสอบข้าราชการส่วนท้องถิ่น ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ “บิ๊กพวง” นั่งเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.)อย่างไรก็ดี สาเหตุที่เชื่อกันว่า “ครูใหญ่บุรีรัมย์” อยากเปลี่ยนตัว “ปลัดป็อบ”มาจากการเคลื่อนไหวต่อเนื่องของ “บิ๊กพวง” และองคาพยพในสายตรงด้วยอีกส่วนหนึ่งหลายฝ่ายมองว่า ต่างฝ่ายต่างไม่หยุดรบ เพราะมี “แบ็กอัป” ระดับบิ๊ก จนทำให้มองว่า เป็นรอยร้าวของ “2 น.” แต่แท้จริง คนใกล้ชิดต่างหากที่ “เป็นพิษ”เช่นเดียวกับกรณีของ “พ.พิพัฒน์” ที่ถูกมองว่า มีรอยร้าวกับ “น.หนู” ก็มาจากหลายๆ เรื่องที่ชวนให้คิด โดยเฉพาะการดึงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) กลับมาดูเอง ทั้งที่ “โกเกี๊ยะ” เป็น รมว.คมนาคมอยู่อีกทั้งการโยกย้ายข้าราชการในกระทรวงมหาดไทยที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกรณีเด้งรองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต 2 ราย คือ ธีระพงศ์ ชูช่วย และอดุลย์ ชูของ ออกจากจังหวัด ซึ่งมีข่าวว่า ทั้งคู่เป็นสายตรงของ “พิพัฒน์” แม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทยเรียกว่า โดนริบอำนาจไม่พอ คนของตัวเองที่อยู่ในพื้นที่ดีๆ ยังถูกเด้ง จนเหมือนไม่ไว้หน้ากันเรื่องเด็กใครเด็กมัน กำลังสร้างปัญหาในพรรคภูมิใจไทยพอสมควร และอาจไม่ใช่แค่แวดวงข้าราชการ หากแต่กลุ่มก้อนต่างๆ ภายในค่ายสีน้ำเงินเองก็มีขบๆ กันให้เห็น“ก๊วนลูกเทพ” ตกเป็นเป้าใหญ่ของ “สส.อาวุโส” ที่มองว่า เด็กพวกนี้ได้ดีเพราะสายเลือดมากกว่าฝีมือ และพร้อมที่จะเสียบหากได้รับโอกาส อีกทางรัฐมนตรีในสายตรง “น.หนู” ผลงานไม่ออก และถูกมองว่า ควรจะต้องเปลี่ยนตัวออกมาทั้งหมดทั้งมวล ล้วนเป็น “รอยร้าว” ที่ยัง “ไม่แตกแยก” แต่ไม่อาจปล่อยผ่านไปได้


Posted

in

by

Tags: