‘ปวิน’ เผย ‘หนุ่ม กรรชัย’ ส่งข้อความขออภัย ทำนักสิทธิมนุษยชน ไม่พอใจ

16 ตุลาคม 2568 – จากกรณี หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย พิธีกรรายการโหนกระแส ได้ตั้งคำถามถึงนางอังคณา นีละไพจิตร สมาชิกวุฒิสภาว่า "ผมต่อสายหาคุณอังคณาไม่รับเลย ผมอยากรู้ส่วนตัว กรณีเชฟไทยเสียชีวิตที่กัมพูชา มันชัดเจนมาก เขาไม่รักษาให้คนไทย อันนั้นคุณเรียกร้องให้เราหรือยัง ผมอยากรู้จากใจ อันนั้นมันตรงเป้าเลย ผมว่าเป็นเรื่องของนักสิทธิมนุษยชนที่จะยื่นมือเข้าไป แต่วันนี้ก็ยังไม่เห็น กลับกลายเป็นเรื่องนี้ อยากทราบ "ล่าสุด นายปวิน ชัชวาลพงศ์พันธ์ อาจารย์สถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ม.เกียวโต และผู้ต้องหาคดี 112 ที่หลบหนีอยู่ในต่างประเทศ โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กว่า คนไทยเป็นหนึ่งในชาติที่ไม่มีความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยนชน ถึงเข้าใจ ก็เข้าใจอย่างผิดๆ หรือนำมันไปใช้ define จุดยืนทางการเมืองของตัวเอง โดยมักมองว่า สิทธิมนุษยชนของตัวเองเท่านั้นที่สำคัญ ที่ผ่านมา มีหลายกรณีมากที่สะท้อนความคิดอุบาทว์ของคนไทยประเภทนี้เมื่อวานรายการโหนกระแส บทสนทนาและแขกรับเชิญล้วนสะท้อนการมองประเด็นสิทธิมนุษยชนแบบนี้ แบบที่ไม่เข้าใจ แบบที่ลดค่าดูหมิ่นเหยียดหยามหลังจากที่ดิชั้นวิพากษ์วิจารณ์โหนกระแสเมื่อคืน ดิช้้นได้รับข้อความจากพี่หนุ่มกรรชัย ขออภัยที่ทำให้ดิชั้น (และอาจจะรวมถึงคนดูทางบ้าน) ไม่พอใจ และก็เข้าใจประเด็นที่ดิชั้นสื่อสารทั้งหมด คือดิชั้นคิดว่า มันมี fine line ระหว่างการเป็นสื่อ(?) การจัดรายการตีแผ่สังคม และความเป็น "ธุรกิจ" ของรายการแบบนี้แต่ประเด็นเมื่อวานมันอ่อนไหวมากกว่าที่จะพูดถึงมันผ่านเลนส์ธุรกิจหรือยอด engagement อย่างเดียว มันต้องมีสามัญสำนึกด้วย และที่สำคัญ การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องว่าไอ้หลักสิทธิมนุษยชนสากลมันเป็นแบบไหน ไม่ใช่หลักสิทธิมนุษยชนแบบไทยๆ แบบที่ define โดยมนุษย์กะลาโหนกระแสวันนี้คือความตกต่ำของสื่อ(?)ไทย พิธีกร พี่หนุ่มกรรชัยก็น่าผิดหวัง การเชิญอีมนุษย์ตลาดล่างทั้ง 2 มาออกรายการนี่ก็คือการตบหน้าคนดูแล้ว แต่พี่หนุ่มไปไกลกว่านั้น ท้าทายอังคณาว่าได้ปกป้องสิทธิ์เชฟคนไทยที่ตายที่เขมรไหม แต่กลับไม่ถามคำถามเดียวกันกับรัฐบาลถ้าจะเล่นบทสื่อ พี่หนุ่มต้องบาลานซ์มุมมองหลากหลายที่มีอยู่ แต่นี่กลับ “โหนกระแส” ชาตินิยม ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ความระยำตำบอนที่เกิดจากฝ่ายไทยเป็นสิ่งที่มีความชอบธรรม ผิดหวังค่ะ นอกจากรายการจะไม่ให้การศึกษาแก่ประชาขน กลับทำให้สถานการณ์ที่ขายแดนมันเลวร้ายลงไปอีก


Posted

in

by

Tags: