“ปวีณา” เปิดเหตุผลร่วมกล้าธรรม บอกอยากทำให้สังคมดี ระบุ ไม่แก้ไขวันนี้ล่มสลายแน่

“ปวีณา” เปิดเหตุผลร่วมกล้าธรรม บอก อยากทำให้สังคมดีร่วมกับ กธ. ระบุ ไม่แก้ไขวันนี้ล่มสลายแน่ “ธรรมนัส” ยกเป็นบุคลากรทรงคุณค่า แย้ม ยังมีคนมาอีกเรื่อยๆวันที่ 28 ธ.ค. 2568 ที่ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์ แจ้งวัฒนะ นางปวีณา หงสกุล ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมและการคุ้มครองประชาชน พรรคกล้าธรรม (กธ.) ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุผลในการเข้าร่วมพรรค กธ. ว่า พรรค กธ.ได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสังคม และอยากที่จะให้เรามาช่วยกันพัฒนาสังคมด้วยกัน ซึ่งปัญหาสังคมขณะนี้เกิดช่องโหว่ขึ้นมา จากที่ตนได้คร่ำหวอดปัญหานี้มา 30 กว่าปีได้เห็นปัญหาที่แท้จริง เป็นเรื่องที่ยากที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาที่แท้จริง และยากที่จะนำไปสู่นโยบาย โดย ร.อ.ธรรมนัส อยากให้มาอยู่พรรค กธ. เมื่อ พรรค กธ.กล้าที่จะทำงานเพื่อสังคมร่วมกับตน เมื่อเขาให้โอกาสที่จะเข้าไปสู่กระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อนำเรื่องทั้งหลายทั้งปวงไปสู่นโยบายถ้าได้เป็นรัฐบาล เรื่องสังคมยังมีหลายปัญหาที่ต้องแก้ไข ตนอยากทำงานเพื่อให้สังคมดีร่วมกับ พรรค กธ. ถ้าเราไม่แก้ไขวันนี้สังคมจะล่มสลายร.อ.ธรรมนัส กล่าวถึงเหตุผลในการเชิญนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาเพื่อเด็กและสตรี เข้าร่วมทำงานกับพรรคกธ.ในตำแหน่ง ประธานที่ปรึกษาด้านความยุติธรรมและการคุ้มครองประชาชน และผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อว่า เป็นบุคลากรที่มีคุณค่าทางสังคม และดูแลสังคมมาโดยตลอด ทางพรรคก็เลยมีมติว่าเชิญมาเป็นที่ปรึกษาดูแลประชาชนภาคสังคม สวัสดิการในหลายๆเรื่องผู้สื่อข่าวถามว่า มีการพูดคุยกันนานหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เห็นท่านทำงานอย่างจริงๆ จัง ๆ เป็นคนคล้ายๆ กัน เคมีตรงกัน เมื่อถามว่า จะเชิญบุคคลสำคัญอื่นๆ มาอีกหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า จะมีมาเรื่อยๆ เป็นบุคคลที่มีประโยชน์ต่อประชาชน และประเทศชาติ“ธรรมนัส” ขออภัยดีเบตทุกเวทีไม่ได้ เพราะต้องหาเสียง 17 จังหวัด เชื่อได้ลงพื้นที่สัมผัสประชาชนเป็นสิ่งดีที่สุดร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการหาเสียง ว่า ยอมรับว่ายังไม่ได้เริ่มการหาเสียงของพรรค และจะทำให้ดีที่สุดเพื่อจะกวาดที่นั่งสส.พรรคกล้าธรรม และในฐานะเป็นผู้นำของพรรค และคณะกรรมการบริหารทั้งหมด รวมถึงคณะกรรมการยุทธศาสตร์ของพรรคได้มีการตั้งเป้า และมีการแบ่งงานกันในการลงพื้นที่แต่ละจังหวัด ซึ่งเตรียมที่จะจัดเวทีใหญ่ ซึ่งมีการเตรียมการไว้แล้ว สำหรับการขึ้นเวทีดีเบตของตนนั้น จะต้องหารือกับกรรมการบริหารพรรคโดยเฉพาะน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรค จะพิจารณาว่าเวทีไหนควรไปหรือไม่ไป ซึ่งจะต้องดูเวลาของพรรคเพราะจะมีการจัดเวทีปราศรัยในต่างจังหวัดเป็นจำนวนมาก แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้ปฏิเสธทั้งหมด โดยจะดูว่าเวลาตรงกันหรือไม่ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่าการลงพื้นที่ของพรรคในภูมิภาคต่างๆ ดังนั้นพรรคกล้าทำก็จะมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีเพียงหนึ่งคนคือ ร.อ.ธรรมนัส จึงจำเป็นต้องจัดสรรเวลา และให้ความสัมพันธ์กับผู้สมัครในแต่ละเขต ซึ่งจะต้องมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีลงไปหาเสียงช่วย ไม่เช่นนั้นอาจจะกระทบกับฐานเสียงได้ ซึ่งจะมีการจัดถึง 17 เวทีใหญ่ ในทั่วประเทศ ถือเป็นยุทธศาสตร์ของพรรคกล้าธรรม ดังนั้นจึงอาจจะกระทบกับเวทีดีเบสได้ทั้งพรรคจึงขออภัยในแต่ละเวทีที่ได้รับเชิญเข้ามาด้านร.อ.ธรรมนัส ชี้แจงถึงการออกเวทีดีเบตจะครอบคลุมทั่วประเทศว่า เป็นคนละอย่างกันระหว่างประเทศกับระหว่างทั่วประเทศกับการไปสัมผัสพื้นที่จริง กันซึ่งมีความแตกต่างกัน สอดคล้องกับ น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า มีความตั้งใจที่จะที่จะจัดเวทีพบปะประชาชน สิ่งที่ดีที่สุดคือการลงไปเจอกับประชาชนโดยตรง


Posted

in

by

Tags: