การขยับของพรรคเพื่อไทย โดย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นประธานเปิดงาน MOONSHOP FORUM "ยกเครื่อง 30 บาท ด้วย AI: รักษาดี อยู่ดี ตายดี" เมื่อวันก่อนมีขึ้นหลังผลสำรวจของนิด้าโพล ปรากฏผลชัดว่า คะแนนนิยมทั้งจากตัวบุคคลและพรรคเพื่อไทย ในภาคอีสานและภาคเหนือ ดำดิ่งลดวูบสะท้อนว่า หัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ที่ผสมผสานระหว่างคนรุ่นกลางกับคนรุ่นใหม่ และคนในพรรคอ้างว่า กระแสตอบรับดี มีอนาคต แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง ยังไม่ปังพอไม่ต่างจากการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. 3 ล็อตเข้าไปแล้ว แต่ยังไม่เตะตาผู้คน แม้แต่เอฟซีมวลชนคนเสื้อแดง ยังพอจะมีโชคอยู่บ้าง ตรงเปอร์เซ็นต์ของกลุ่มพลังเงียบ ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใครหรือเลือกพรรคไหน ด้วยยังหาที่เหมาะสมไม่ได้ ยังมีอยู่มาก พอให้ได้ลุ้นโดยเฉพาะแคนดิเดตนายกฯ ที่ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้ สูงถึง 36.6 % ในภาคเหนือ และ 32.4% ในภาคอีสาน เพราะเชื่อว่า น่าจะส่งผลโดยตรงถึงการเลือกพรรคด้วย หากได้คนชื่อดี มีต้นทุนสูง มีผลงานเป็นที่ยอมรับ และหากจะจำกัดความให้แคบลง น่าจะเป็นคนรุ่นใหม่เข้ายุคสมัยจึงได้เห็นการเปิดแย้มชื่อแคนดิเดตนายกฯ 3 คนของพรรค ซึ่งล้วนสอดคล้องตามกูรูทางการเมือง คือประกอบไปด้วย ทายาทหรือคนในเครือข่ายตระกูลชินวัตร ที่ปั้นให้ปังได้ กับมือบริหารอาชีพหรือผู้เชี่ยวชาญภาคธุรกิจจากภายนอก เหมือนกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน และตัวแทนจากคนในพรรค ซึ่งเป็นที่ไว้เนื้อเชื่อใจทั้งจากหุ้นส่วนสำคัญในพรรค และคนในพรรคจึงมีชื่อนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ เขยคนโตของนายทักษิณและคุณหญิงพจมาน ณ ป้อมเพชร ที่มีการโยนหินถามทางมาก่อนหน้านี้แล้ว นายยศชนัน หรือ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ ทายาทของ "เจ๊แดง" นางเยาวภา และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นอกจากนี้มีนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผอ.เลือกตั้ง และเป็น "หัวจ่าย" คนสำคัญของพรรคแม้นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคป้ายแดง จะออกโรงปฏิเสธว่าพรรคยังไม่ได้พิจารณาหรือเคาะชื่อใครเป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่เมื่อข่าวออกจากวงใน และกูรูการเมืองส่วนหนึ่งเห็นว่า น่าจะอยู่ในรายชื่อนี้ หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง ก็ไม่น่าจะเกิน 1 ชื่อนายณัฐพงศ์นั้น แม้จะเคยให้สัมภาษณ์สื่อสั้นๆ ว่ายังไม่ได้คิดเรื่องเข้าวงการการเมือง แต่เคยโพสต์ภาพที่มีนัยอย่างยิ่ง เมื่อต้นเดือนกันยายน 68 พร้อมข้อความ "ภูมิใจทุกวัน ที่เดินตามคนนี้" โดยเป็นภาพของนายทักษิณนายณัฐพงศ์ ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท จำกัด (มหาชน) บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของตระกูลชินวัตร ไม่เพียงเป็นผู้บริหารที่นำพาเอสซีแอสเส็ท เติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้แต่ปี 67 ที่สภาพเศรษฐกิจง่อนแง่น แต่ยังทำกำไรทั้งปี 1.7 พันล้านบาทเขายังมีภาพของการเป็นผู้นำคนรุ่นใหม่ ที่มีวิสัยทัศน์ และขับเคลื่อน MISSION สำคัญ ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 1 แสนตันคาร์บอน ภายใน 5 ปี ลดโลกร้อน เมื่อเดือนมีนาคม ปี 68 โดยมีพันธมิตรชั้นนำเข้าร่วมมากมาย อาทิ SCG, Tata, TOA, เบเยอร์, บลูสโคป, ไดกิ้น, มิตซูบิชิ รวมถึงกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้างขณะที่ ดร.ยศชนัน เป็นรองอธิการบดีฝ่ายวิจัย มหาวิทยาลัยมหิดล (ภาควิชาวิศวกรรมชีวการแพทย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์) ก่อนหน้านี้ ครม.รัฐบาล น.ส.แพทองธาร ได้เห็นชอบ ให้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เมื่อเดือนมกราคม 68 เรียกว่าคลุกคลีและเรียนรู้งานการเมืองมาแล้วไม่น้อยส่วนนายสุริยะ แทบไม่ต้องพูดถึงบทบาทในพรรค เพราะเป็นคนเก่าคนแก่ร่วมงานและร่วม ครม.กับนายทักษิณมาตั้งแต่พรรคไทยรักไทย ขึ้นชื่อเรื่อง "คนใจถึงพึ่งได้"จากนี้ไป จึงอยู่กับไทม์ไลน์ของพรรคเพื่อไทย ทั้งการเปิด "นโยบายเรือธง" และการเปิดตัว ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ จะเป็นเมื่อไหร่ เชื่อว่าคงไม่นานเกินไปเพราะสถานการณ์ในพื้นที่และจากโพลกำลังเพลี่ยงพล้ำแคนดิเดตนายกฯ อาจไม่เปลี่ยนแปลงไปจากนี้นักเว้นเสียแต่จะเปลี่ยนเป้าหมายการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ชิงอันดับ 1 แต่ขอไปลุ้นเป็นพรรคอันดับ 3 -4 ที่จะมีโอกาสเข้าร่วมรัฐบาลแน่ๆแคนดิเดตนายกฯ จึงอาจเปลี่ยนรายชื่อไปเป็นบัญชีอื่นวิเคราะห์ : ประจักษ์ มะวงศ์สา บรรณาธิการอาวุโสอ่านข่าว :พท. ยุ ปชน.ร่วมซักฟอก ทาง 3 แพร่งของ "พรรคส้ม"ภท.-ปชน.-พท.สร้างดาวคนละดวง จับ "แก้ รธน." เป็นตัวประกัน"นายกฯ อนุทิน" ไม่มีแผนการตายตัว ยุบสภาฯ
พท.แย้ม 3 ชื่อแคนดิเดตนายกฯ “ณัฐพงษ์-ยศชนัน-สุริยะ” ดึงแต้ม
by
Tags: