‘พรนภา’ กรวดน้ำให้ ‘สมบัติ’ ลั่นไม่ต้องมารับผิดชอบ ต่างคนต่างรับผลวิบาก

“พรนภา” โพสต์ภาพกรวดน้ำให้ “สมบัติ” พร้อมข้อความ “ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไร ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ต่างคนต่างรับผลวิบากกันไปเถอะ” หลัง บก.ลายจุด ชี้แจงความสัมพันธ์เมื่อ 20 ปีก่อน ยอมรับผิดที่จบความสัมพันธ์อย่างไร้ความรับผิดชอบ แต่ปัดข่มขืนและล่วงละเมิดทางเพศ24 สิงหาคม 2569 – น.ส.พรนภา เอี่ยมสำอางค์ อดีตนักกิจกรรมการเมืองและนักเขียน โพสต์ข้อความอีกครั้งเกี่ยวกับเรื่องราวความสัมพันธ์ในอดีตระหว่างเธอกับนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ “บก.ลายจุด” ภายหลังนายสมบัติออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าวผ่านพื้นที่สาธารณะของตนเอง จากที่ก่อนหน้านี้ได้ส่งข้อความชี้แจงถึง น.ส.พรนภาเป็นการส่วนตัวทางอินบ็อกซ์ล่าสุด น.ส.พรนภาโพสต์ภาพการกรวดน้ำ พร้อมข้อความว่า“ไม่ต้องมารับผิดชอบอะไร… ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว… ต่างคนต่างรับผล ‘วิบาก’ กันไปเถอะ …”ก่อนหน้านี้ นายสมบัติระบุถึงเหตุผลที่เลือกส่งข้อความส่วนตัวไปถึงคู่กรณีว่า เห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของคนสองคนที่เกิดขึ้นเมื่อ 20 ปีก่อน และมีเนื้อหาค่อนข้างละเอียดอ่อน อีกทั้งต้องการโต้แย้งข้อเท็จจริงที่ฝ่ายคู่กรณีกล่าวถึงตนก่อนหน้านี้ ซึ่งมีลักษณะหมิ่นเหม่ไปในทางการล่อลวง บังคับ หรือขืนใจนายสมบัติระบุว่า จึงเลือกแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงกับคู่กรณีโดยตรง เพื่อให้อีกฝ่ายได้ทบทวนเรื่องราว และหากมีข้อเท็จจริงส่วนใดที่คู่กรณีโต้แย้ง ตนก็พร้อมอธิบายเพิ่มเติม จนทั้งสองฝ่ายนิ่งอยู่บนข้อเท็จจริงก่อน แล้วจึงค่อยมาพิจารณาว่า ภายใต้ข้อเท็จจริงเหล่านั้นมีความผิดพลาดอะไรที่ต้องรับผิดชอบหรือเรียนรู้พร้อมกันนี้ นายสมบัติกล่าวขอบคุณคู่กรณีที่อโหสิกรรมเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังอ่านข้อความของตน และยอมรับว่า การจบความสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นความผิดของตนโดยลำพัง จึงได้กล่าวคำขอโทษและยอมรับความผิดอย่างไรก็ตาม นายสมบัติปฏิเสธกรณีที่มีผู้กล่าวหาว่า ตนข่มขืนหรือล่วงละเมิดทางเพศ โดยระบุว่าเป็นข้อกล่าวหาที่เกินจริงและไม่เป็นความจริง พร้อมระบุว่า ทั้งสองฝ่ายบรรลุนิติภาวะ ต่างคนต่างเคยมีคู่รักมาก่อน และมีการพูดคุยกันอย่างชัดเจนก่อนที่จะขับรถไปรับที่บ้านและพัฒนาความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาวนายสมบัติยืนยันว่า ระหว่างที่คบหากันไม่มีการบังคับหรือมีท่าทีใดที่เข้าข่ายการขืนใจ ส่วนเรื่องการหย่าร้างของตนกับอดีตภรรยานั้น คู่กรณีรับทราบ และหลังจากเลิกคบหากันแล้ว ทั้งสองฝ่ายยังเคยทักทายและพูดคุยกันตามปกติเมื่อพบกันตามการชุมนุมทางการเมืองหลายครั้งสำหรับข้อวิจารณ์เรื่องความสัมพันธ์เชิงอำนาจ นายสมบัติระบุว่า ในปี 2549 ตนยังไม่ได้มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักในสังคมภายนอก ยกเว้นคนในแวดวงเดียวกัน และไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่ใด ๆ ที่มีอำนาจเหนือคู่กรณี โดยอีกฝ่ายไม่ได้ทำงานที่มูลนิธิ ไม่ได้เป็นอาสาสมัคร ไม่ได้รับค่าตอบแทน และไม่ได้เกี่ยวข้องกับองค์กร เพียงแต่เข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองในช่วงปี 2549 ขณะที่ตนนั่งทำงานอยู่ที่มูลนิธินายสมบัติระบุต่อว่า การตัดสินใจคบหากันเกิดขึ้นจากการพูดคุยผ่าน MSN ขณะที่ต่างฝ่ายต่างอยู่คนละบ้าน เมื่อตกลงกันแล้ว ตนจึงขับรถไปรับ โดยยืนยันว่าไม่มีการใช้อำนาจใด ๆ ชี้นำความสัมพันธ์ตามที่มีผู้หยิบยกทฤษฎีเรื่องอำนาจขึ้นมาอธิบายกรณีดังกล่าว“ใช่ครับผมผิด แต่ก็ผิดที่ปิดจบความสัมพันธ์แบบไร้ความรับผิดชอบ จะเรียกว่าเฮงซวยก็ใช่ แต่ผมไม่ใช่อาชญากร ผมเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเหมือนกับคนทั่วไปมีความผุๆพังๆไม่สมบูรณ์แบบอย่างที่บางคนคาดหวัง การคบหาและเลิกรากันเกิดขึ้นเป็นวงจรความสัมพันธ์กับคู่ต่างๆและก็เกิดขึ้นกับผมและเธอ”นายสมบัติกล่าวด้วยว่า ต้องขอโทษคู่กรณีที่เขียนข้อความดังกล่าวสู่สาธารณะ โดยไม่มีเจตนารังควาน แต่ต้องการให้ข้อเท็จจริงชัดเจน ส่วนสังคมจะตัดสินเรื่องนี้อย่างไรให้เหมาะสม ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณของแต่ละคน โดยขอให้อยู่บนข้อเท็จจริงในกรณีนี้ก่อน และตนจะก้มหน้ารับเสียงวิจารณ์จากเรื่องราวความสัมพันธ์ที่ก่อไว้เมื่อ 20 ปีก่อน.


Posted

in

by

Tags: