“พิชาย” ชี้ “ค่าการกลั่น” ที่แพงขึ้น ไม่ใช่แค่ “ตลาดโลก” แต่มาจาก 3ปัจจัย อยู่ที่ “รัฐ” เลือกปกป้องใคร

">วันที่ 6 เม.ย.2569 รศ.ดร.พิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผอ.หลักสูตรการเมืองและยุทธศาสตร์การพัฒนา สถาบันบัณฑิตพัฒนาบริหารศาสตร์ (นิด้า)โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุก เรื่อง " ทำความเข้าใจค่าการกลั่นแบบง่าย ๆค่าการกลั่นเป็นอะไรที่ลึกลับและเข้าใจยากสำหรับประชาชนและหลายคนตั้งคำถามว่าทำไมค่าการกลั่นซึ่งปกติจะอยู่ที่ 2-3 บาท ต่อลิตร แต่ยามนี้กลับพุ่งสูงเป็นสิบกว่าบาทต่อลิตรค่าการกลั่นที่แพงขึ้น…เกิดอะไรขึ้นกันแน่?ลองนึกภาพแบบนี้ครับน้ำมัน = อาหารจานหนึ่งน้ำมันดิบ = วัตถุดิบ (ข้าวสาร เนื้อ ผัก)โรงกลั่น = ครัวค่าการกลั่น = “ค่าทำอาหาร + กำไรของร้าน”ปกติแล้ว ร้านควรคิดค่าทำอาหารพอสมเหตุสมผลแต่ตอนนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นคือค่าทำอาหารมันแพงขึ้นเร็วมาก…จนแพงกว่าวัตถุดิบบางช่วงด้วยซ้ำคำถามคือ ทำไม?1. ครัวมีน้อย แต่คนกินเยอะ(ปัญหาโครงสร้าง)สมมติว่าในเมืองหนึ่งมีร้านอาหารแค่ 4–5 ร้านแต่คนทั้งเมืองต้องกินร้านอาหารไม่ต้องแข่งกันมากจะตั้งราคาสูงขึ้นก็ยังมีคนซื้อนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ “โรงกลั่น”โรงกลั่นมีจำนวนจำกัดเพิ่มกำลังผลิตก็ยากคนยังต้องใช้น้ำมันทุกวันผลคือ “ค่าการกลั่น” สูงขึ้นได้ง่าย2. โลกวุ่นวาย = ของแพงขึ้นทั้งระบบ(ภูมิรัฐศาสตร์)ถ้าวัตถุดิบบางอย่างหายไปจากตลาดโลกเช่น เนื้อ หรือ น้ำมันดิบจากบางประเทศร้านอาหารจะต้องหาแหล่งใหม่ปรับสูตรต้นทุนเพิ่มแต่สิ่งสำคัญคือ…ตอนขาย เขาสามารถ “บวกราคาเพิ่มได้ทันที”เลยเกิดช่องว่าง: ต้นทุนเพิ่มนิดเดียว แต่ราคาขึ้นมาก= ค่าการกลั่นพุ่ง3. ตั้งราคายังไงก็ได้…เพราะอิง “ร้านข้างบ้าน”ในไทย เรามีวิธีตั้งราคาน้ำมันแบบหนึ่งที่สำคัญมาก คือ“แม้จะผลิตเอง ก็อิงราคาตลาดสิงคโปร์”ลองนึกภาพว่าคุณทำข้าวผัดเองที่บ้านแต่ตั้งราคาขายเท่าร้านหรูในห้างทั้งที่ต้นทุนคุณไม่ได้เท่าร้านนั้นนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงราคาขายไม่ได้อิง “ต้นทุนจริงในประเทศ”แต่อิง “ราคาตลาดโลก”4. แล้วใครได้ ใครเสีย?คนที่ได้คือเจ้าของโรงกลั่นกำไรเพิ่มนักลงทุนได้ผลตอบแทนมากขึ้นคนที่เสียคือประชาชนเติมน้ำมันแพงคนทำมาหากินค่าขนส่งสูงขึ้นของทุกอย่างแพงตาม5. รัฐทำอะไรอยู่?ตรงนี้สำคัญมากรัฐเหมือน “กรรมการสนาม”มี 2 ทางเลือกทางที่ 1 ปล่อยตามตลาดร้านจะตั้งราคาเท่าไรก็ได้นักลงทุนแฮปปี้แต่ประชาชนจ่ายแพงทางที่ 2 เข้าไปคุมราคาช่วยประชาชนแต่ร้านอาจไม่อยากผลิตเสี่ยงของขาดรัฐไทยส่วนใหญ่เลือกไม่แตะโครงสร้างแต่ใช้เงินประชาชนที่เก็บผ่านกองทุนน้ำมันไปจ่ายให้บางส่วน6. สถานการณ์ตอนนี้เหมือนมีร้านอาหารไม่กี่ร้านในเมืองตั้งราคาอาหารสูงแล้วรัฐเอาเงินสะสมที่เก็บจากประชาชนไปช่วยจ่ายค่าอาหารแทนที่จะไปจัดการราคาของร้าน7. ข้อสรุปค่าการกลั่นที่แพงขึ้นไม่ใช่แค่ “เพราะตลาดโลก”แต่มันเกิดจาก 3 อย่างรวมกัน1 โครงสร้างตลาดที่มีผู้เล่นน้อย2 ราคาที่ผูกกับตลาดโลก3 รัฐเลือก “ช่วยปลายเหตุ” มากกว่า “แก้โครงสร้าง”“ปัญหาไม่ได้อยู่ที่น้ำมันอย่างเดียวแต่อยู่ที่ “ใครมีอำนาจตั้งราคา”และ “รัฐเลือกจะปกป้องใคร”


Posted

in

by

Tags: