อ่านพระคติธรรม เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในอภิลักขิตสมัยขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๖๙ ได้ข้อคิดหลายประการด้วยกันประการแรกตอกย้ำอุปนิสัยใจคอของคนไทย มีความพิเศษยากที่จะหาได้จากซีกโลกตะวันตกเรามีหลายอย่างไม่เหมือนฝรั่ง ซึ่งก็เป็นที่รับทราบกันอยู่แล้ววัฒนธรรม อ่อนน้อมถ่อมตน ความเห็นอกเห็นใจ ความกตัญญู ล้วนอยู่ในสายเลือดซึมเข้าไปอยู่ในดีเอ็นเอลึกระดับเซลล์“…ตลอดปีที่ผ่านมา คนไทยจำต้องประสบความสูญเสียอันยังให้เกิดความโทมนัสอาลัยอย่างใหญ่หลวง กล่าวคือ การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ทั้งยังเผชิญภยันตรายอย่างหนักหน่วง ทั้งธรณีพิบัติภัย ยุทธภัย และอุทกภัย เป็นที่ประหวั่นพรั่นพรึงกันทั่วหน้า แต่ท่ามกลางความทุกข์ทั้งปวงนั้น คุณธรรมสำคัญซึ่งเป็นรากฐานของสังคม วัฒนธรรม และวิถีชีวิตไทย คือ 'ความกตัญญูกตเวที' กลับแจ่มจรัสเด่นชัดขึ้นอุปมาดุจแสงอรุณ ที่เรื่อเรืองขึ้นในยามมืดมน ดังจะเห็นประจักษ์ว่า แม้ในยามทุกข์ยาก ทุกคนทุกฝ่ายต่างแสดงความกตัญญูกตเวที รำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน โดยสมฐานะแห่งความเป็นลูกไทยในขณะเดียวกัน ก็ยังเต็มเปี่ยมด้วยน้ำใจกตัญญูกตเวทีต่อมาตุภูมิ ต่างร่วมแรงร่วมใจกัน บำบัดทุกข์ บรรเทาภัย อุทิศสรรพกำลังเข้าช่วยปกป้อง คุ้มครอง และเกื้อกูลเพื่อนร่วมชาติ ให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตการณ์นานา นำพาขวัญและกำลังใจให้ฟื้นฟูคืน ด้วยเจตจำนงจะสนองคุณของผู้เสียสละ รักษาปณิธานของบรรพชน ผู้สู้อุตสาหะปกป้องคุ้มครองประเทศชาติ ให้ยืนยงสืบมานับร้อยนับพันปี…”ครับ…นี่คือลักษณะอุปนิสัยที่มีมาแต่ดั้งเดิม และหลงเหลือมาจวบจนปัจจุบัน ซึ่งจะปรากฏชัดในยามที่ประเทศเจอกับภาวะวิกฤต หรือเกิดการสูญเสียครั้งใหญ่ฉะนั้นไม่ว่าเรื่องน้ำท่วม ตึกถล่ม ยันสงคราม หรือกระทั่งการสูญเสียบุคคลสำคัญของชาติ คนไทยจะรวมเป็นหนึ่งเดียวกันเสมอมาแต่เกิดปรากฏการณ์ไม่รู้ร้อนรู้หนาวในช่วงหลังๆ มานี้ โดยคนที่เกิดในแผ่นดินไทยกลุ่มหนึ่ง ปฏิเสธรากเหง้าของตัวเองมาที่พระคติธรรมของ สมเด็จพระสังฆราชก่อนที่ควรนำมาขยายความคือ สงฆ์พูดเรื่องสงครามได้เพียงมิติเดียวคือการให้ยุติสงครามให้โลกมีสันติภาพนอกนั้นถือว่าไม่บังควรอย่างยิ่งและสมเด็จพระสังฆราชทรงแสดงให้เห็นแล้วว่า บทบาทของผู้นำศาสนานั้นควรเป็นอย่างไรสมเด็จพระสังฆราชไม่ได้พูดถึงสงคราม แต่พูดถึงการปกป้องมาตุภูมิ ความเสียสละ ซึ่งเกิดขึ้นได้กับทุกชนชาติ ศาสนาไม่ใช่เรื่องผิดหรือถูก แต่พูดถึงการปกป้องคุ้มครองเพื่อนร่วมชาติเฉกเช่นผู้นำทางศาสนาทุกศาสนา การสนับสนุนการรบราฆ่าฟัน ไม่ได้ทำให้สังคมมนุษย์เจริญขึ้น มีแต่จะแย่ลงในทุกด้านโดยเฉพาะความเป็นมนุษย์อดีตที่ผ่านมารวมถึงปัจจุบันในบางสถานการณ์ ผู้นำศาสนามีบทบาทที่สำคัญและความซับซ้อนในการก่อสงครามเป็นได้ทั้งผู้ปลุกสงคราม โดยอ้างความเชื่อทางศาสนาและผู้นำมาซึ่งสันติภาพบางยุคสมัย ผู้นำศาสนามีอำนาจเหนือพระมหากษัตริย์ สามารถก่อสงครามได้โฟกัสที่พุทธศาสนาศาสนาพุทธห้ามเรื่องการฆ่าให้หลีกเลี่ยงสงครามขณะเดียวกันเน้นเรื่องสันติภาพ เรื่องความเมตตาเพราะยึดหลักเหตุผล พิสูจน์เป็นวิทยาศาสตร์ได้ค้นหาความจริงโดยอาศัยการสังเกตและพิสูจน์ไม่ใช่เชื่ออย่างไม่มีเหตุผลพระพุทธเจ้าทรงสอนว่าสงครามนำมาซึ่งความทุกข์ ความเกลียดชัง และการฆ่าฟัน แม้จะได้ชัยชนะมา ก็หาความสุขมิได้แต่มีกรณียกเว้นเช่นกันนั่นคือ สงครามที่ชอบธรรมในคัมภีร์เถรวาท และมหายานบางส่วน มีแนวคิดว่าการทำสงครามเพื่อปกป้องชาติ ศาสนา และประชาชนจากผู้รุกรานที่มีคุณธรรมน้อย อาจเป็นความจำเป็นที่บาปน้อยกว่าฉะนั้นแม้พุทธศาสนาเน้นสันติภาพและเมตตา แต่ในบริบทของโลกจริง พระสงฆ์อาจต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากระหว่างหลักธรรมกับภัยสงคราม ทำให้มีทั้งผู้ที่ยึดมั่นในสันติภาพ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการปกป้องบ้านเมืองภายใต้หลักคิดสงครามชอบธรรมครับ…พระคติธรรมของ สมเด็จพระสังฆราช จึงมีลักษณะให้กำลังใจที่ร่วมกันปกป้องชาติ ศาสนา และประชาชน รักษาปณิธานของบรรพชนแต่น่าเสียดายครับ ชนรุ่นหลังบางกลุ่มบางคณะ ไม่รู้สึกรู้สา ไม่เอาธุระเรื่องทำนองนี้ จะเอาแต่เดินตามก้นฝรั่ง เดินท่อง “คนเท่ากัน”ช่วงนี้ใกล้เลือกตั้ง บรรดาวีรกรรมเก่าๆ ของนักการเมืองกลุ่มนี้ถูกแชร์ผ่านโลกโซเชียลกันเยอะมาก บางกรณีรับรู้กันมาแล้ว แต่หลายกรณีก็เพิ่งจะรู้กันเป็นพฤติกรรมที่ห่างไกลคำว่า “รักษาปณิธานของบรรพชน”เพราะพวกนี้พยายามทำลายแทบทุกอย่างที่บรรพชนสร้างมาตั้งคำถามเรื่องความรักชาติปฏิเสธที่จะนับถือศาสนา เพราะคิดว่าตัวเองคือศูนย์กลางของทุกสิ่งในจักรวาลอ้างว่าอำนาจต้องอยู่ในมือประชาชนเท่านั้น ทุกคนต้องเท่าเทียมกัน แต่ถ้าใครเห็นต่างถือว่าไม่ใช่พวกบางคนคิดการใหญ่โต แต่ยังแบมือขอเงินพ่อแม่ ยังอาศัยอยู่กับพ่อแม่ไม่แม้จะสร้างบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรงตัวเอง แต่ดันไปคิดเรื่องสร้างชาติเรื่องช่วยเหลือสาธารณะแทบไม่ได้อยู่ในสมองครับ บางคนไปงานศพไม่ใส่ซองแถมเอาแกงกลับบ้านแต่เพราะต้องเล่นการเมือง การช่วยเหลือแต่ละครั้งจึงดูเคอะเขิน ไม่รู้ว่าต้องเอาไม้เอามือไปวางตรงไหน ก็แน่สิครับหลายคนไม่เคยทำงานบ้านด้วยซ้ำจับไม้กวาดยังไม่เป็นแต่จะไปปฏิรูปไม้จิ้มฟันยันเรือรบเขาคิดเป็นอยู่แค่ไม่กี่เรื่องครับ หนึ่งในนั้นคือแก้รัฐธรรมนูญ คิดว่าแก้แล้วทุกปัญหาจะแก้ได้หมดอนาคตประเทศไทยนี้คือภัยที่น่ากลัวกว่าภัยไหนๆ.
ภัยที่น่ากลัวในอนาคต
by
Tags: