“อีก ๖ วัน”….ตัดสินชะตา “อนาคตประเทศไทย”ว่าจะเป็น “ดอกไม้ในอุ้งมือโจร” หรือจะเป็น “เพชรในมือช่างที่เจียระไนได้ถึง ๕๘ เหลี่ยม”?๘ กุมภา.ไม่เกิน ๒ ทุ่ม….ก็รู้!“นายกฯ อนุทิน” ให้สัมภาษณ์รายการโทรทัศน์ว่า “๒๐๐ ที่นั่ง” คือความมั่นใจและมองข้ามช็อตไปถึงจะร่วมตั้งรัฐบาลกับพรรคไหน ไปถึงขั้นนั้นแล้ว“ทำไมนายกฯ อนุทินจึงมั่นใจสูงขนาดนั้น?”คนนอก “ตอบยาก” แต่ “คนใน” หมายถึงคนในพรรคภูมิใจไทย “ตอบง่าย”เพราะเขาอยู่ในสนามแข่งขัน เมื่อประดาบ ย่อมรู้ฝีไม้ลายมือแต่ละพรรค แต่ละคู่แข่งในพื้นที่ ว่าพรรคไหน-คนไหน “ตึงมือ” หรือ "สบายมือ"เมื่อคิดสะระตะแล้ว ไม่ยากประเมิน “ผลแพ้-ชนะ”!“ต่างจังหวัด” พรรคใหญ่ๆ อย่าง ภูมิใจไทย ประชาชน และเพื่อไทย ตอนนี้ แต่ละพรรคเขาพอจะรู้ตัวเลขแล้วว่าพรรคของตน จะได้จังหวัดไหน-เขตไหน เท่าไหร่?ที่มั่นใจไม่ได้ ๑๐๐% ก็ในกรุงเทพฯ ๓๓ เขตนี่แหละคนกรุงเทพฯ เดาใจยาก และเที่ยวนี้ ไม่ชิงกันแค่ ๓ พรรคยังมี “พรรคประชาธิปัตย์” เป็นตัวแข่ง ที่ทุกพรรคมองข้ามไม่ได้ด้วย!ในเมื่อ “อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์” กลับมาเป็นหัวหน้าพรรคไปที่ไหน “แฟนเก่า-แฟนใหม่” รุมกรี๊ดดดดด สาวๆ ถึงขั้นสวิงสวาย ส่วนแม่หม้ายสลบเหมือดไปเลย!ไปภาคใต้-ใต้แตกไปกรุงเทพฯ เขตไหน เขตนั้นแตก!แต่น่าเสียดายอยู่นิด พรรคแทนที่จะให้คุณอภิสิทธิ์ “ชูผู้สมัคร” แต่ละเขต ให้เป็นตัวพระเอกกลับให้คุณอภิสิทธิ์เล่นบทพระเอก “กลบผู้สมัคร” แต่ละเขตเป็นหางเครื่องไปเลยแล้วอย่างนี้ แทนที่จะได้ สส.กทม.ซักหลายๆ เขต กลับหวังได้ไม่กี่เขต จึงเป็นคำถามที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องตอบว่าวางกลยุทธ์ “หวังคะแนนปาร์ตี้ลิสต์”หรือต้องการให้มี “สส.เขต” ใน กทม.?ผมเห็นคุณ “เถกิง สมทรัพย์” โพสต์เฟซเมื่อวานว่า…………………………..เถกิง สมทรัพย์33 เขตในพื้นที่กรุงเทพฯ คาดว่า “พรรคส้ม” จะเป็นแชมป์แต่มีการรวบรวมข้อมูลวิเคราะห์ว่า พื้นที่ “ลุ้น” ของแดง ฟ้า และน้ำเงิน มีอยู่หลายเขต ที่อาจจะเจาะส้มได้ คือแดง เขต 20ฟ้า เขต 1 2 3 4 6 9 21 23 31 33 (นอกเหนือจากนี้ ควรเลือกน้ำเงิน)น้ำเงิน 14 11 (รวมทั้งเขตอื่นๆ ที่ไม่ตัดกับฟ้า)ถ้าโค้งสุดท้ายไม่ตัดคะแนนกันเองในเขตเหล่านี้ คงมีลุ้นกันจนถึงปิดหีบเชื่อกันว่า ถ้าบริหารดีๆ แดง ฟ้า น้ำเงินอาจเจาะได้ถึง 5-10 เขต เทกันให้แม่นๆ ก็แล้วกันส่วนคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ คงขึ้นกับกระแสใคร-กระแสมัน……………………………….นี่เป็นความเห็นคุณเถกิง แต่ผมว่า ๑๐ เขต น่าจะยาก เอาซัก ๓-๕ เขต ก็นับว่ามหาเฮงแล้วเนี่ย…จนป่านนี้ ผู้สมัคร สส.เขต ของประชาธิปัตย์ ผมยังไม่เห็นหน้า-เห็นบทบาทซักคน เพราะกระแสคุณอภิสิทธิ์กลบหมด?แล้วอย่างนี้ จะเอาถึง ๑๐ เขต พูดไปก็อายเค้า!?ผมพยายามค้นหา ๓๓ ผู้สมัคร สส.กทม.ของประชาธิปัตย์ กว่าจะรู้ว่าใคร-เขตไหน ก็เล่นเอาหิวข้าวเท่าที่ดู เป็นหน้าใหม่-รุ่นใหม่เกือบทั้งหมด ก็แสดงว่า แต่ละคน ต้องมี “จุดเด่น” ที่ขายได้แต่น่าเสียดาย พรรคเอาไปซุกไว้หลังร้านซะนี่แต่ก็ยังไม่สาย ที่จะปรับแผนให้คุณอภิสิทธิ์เป็นเซลส์แมนขายสินค้ารุ่นใหม่ ภายใต้แบรนด์ “มาร์ค สปอนเซอร์”!นายกฯ อนุทินก็อย่าใจร้ายไปนักเลย ที่กะกวาดไปตั้ง ๒๐๐ แบ่ง สส.กทม.ให้ประชาธิปัตย์เขาบ้างเหอะจะได้ไปร่วมตั้งรัฐบาล ช่วยกันเจียระไนประเทศไทยให้เป็นเพชร ๕๘ เหลี่ยมไงล่ะผมอยากเห็นคนเก่งๆ อย่าง “ดร.การดี เลียวไพโรจน์” ได้เข้ามาร่วมทำงานด้วยกันกับรัฐบาลภูมิใจไทยแต่ผมดูแล้ว ปาร์ตี้ลิสต์ “๕ อันดับ” ของประชาธิปัตย์๑.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ๒.นายชวน หลีกภัย ๓.นายกรณ์ จาติกวณิช ๔.นางการดี เลียวไพโรจน์ ๕.นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ก็น่าหนักใจ คิดตามสูตร ๔๐๐,๐๐๐ คะแนน ต่อ ๑ ปาร์ตี้ลิสต์ ถ้าจะได้ ๕ ปาร์ตี้ลิสต์ จะต้องได้คะแนนพรรคประมาณ ๒ ล้านย้อนไปดูคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ เลือกตั้ง ปี ๒๕๖๖ ประชาธิปัตย์ได้คะแนนพรรค แค่ ๙ แสนกว่าเท่านั้นเอง!ดูตามนี้ ก็การันตี ได้ “๒ อดีตนายกฯ” เท่านั้นเองคุณกรณ์กับคุณการดี ต้องลุ้นนิดๆส่วนคุณชัยวุฒิ “เลขาธิการพรรค” ต้องลุ้นหนัก ถ้าเป็นยุคก่อน ๒ ล้านคะแนน เรื่องสิวๆแต่ยุคนี้ ๒ ล้าน มัน “สิวหัวช้าง” เชียวล่ะ!ประชาธิปัตย์ก็ต้องคิดเอา ว่า ๘ กุมภา.นี้ จะเน้น สส.เขต หรือจะมุ่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ถ้าจะเอาทั้งเขต ทั้งปาร์ตี้ลิสต์ก็ต้องรีบ “ปรับแผน-ปรับกลยุทธ์” เป็นการด่วน!ไปดูทาง “พรรคภูมิใจไทย” เฉพาะในกรุงเทพฯ บ้าง“ภูมิใจไทย” เป็นพรรคบ้านนอกมาตลอด แต่วันนี้ ภูมิใจไทยในบทบาท “รัฐบาล ๒ เดือน”“พรรคบ้านนอก” กลับเป็นพรรค “ความหวังของประเทศ” ทั้งด้านยุทธการชายแดนไทย-เขมร นายกฯ อนุทินเฉียบขาด-เชื่อได้ทั้งบทบาทในเวทีโลก….ทำให้ไทยที่หลุดหายไปจากจอเรดาร์ ผงาดกลับคืนมาอีกครั้ง ด้วยเชิงชั้นการทูตท่าน “สีหศักดิ์” เจ้าของรอยยิ้มเพชฌฆาตทั้งบทบาทการค้า…“แต๋ม-ศุภจี” ของพี่ๆ น้องๆ แสดงบทแม่ค้าอินเตอร์ระเบิด-ระเบ้อ-ระบือโลก นาทีนี้ ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อ “ศุภจี-รัฐมนตรีพาณิชย์”๒ เดือน แม่เดินสาย…พลิกจากไทย..ไป “ง้อขาย” ให้กลายเป็นเขาต้อง “ง้อขอซื้อ” จากไทย!ทั้งบทบาทเศรษฐกิจ-การคลังกับปัญหาเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้านแห้งโหย “หนุ่ม…เอกนิติ” ใช้การคลังแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้วยนโยบาย “คนละครึ่ง”จากเรือเกยแห้ง “คนละครึ่ง” เป็นน้ำไหลมาหล่อเลี้ยงท้องเรือรากหญ้าให้ขยับเขยื้อน พ่อค้า-แม่ขาย คนกิน-คนใช้ ชอบอก-ชอบใจ เรียกหากันขรมปราศรัยใหญ่ของภูมิใจไทย ที่สวนลุมพินี เมื่อศุกร์ ๓๐ มกรา. การที่ “สวนลุมพินีแตก” เป็นบทสรุปได้ว่าภูมิใจไทย “พรรคบ้านนอก” เลือกตั้ง ๘ กุมภา. โอกาสขึ้นชั้นเป็น “พรรคคนกรุง” มีโอกาสกว่า ๙๐%ชนิดไม่หวังเลย “๑ เขต” ภูมิใจไทยได้ปักธงแน่ๆ!ตัวชี้ขาดที่ “ชนะใจคนกรุง” คือใคร ถ้าอยากรู้…อ่านนี่…………………………..The Momentum‘ศุภจี’ ถามคนไทย ต้องการให้ประเทศนี้ อยู่ด้วยความโกรธแค้น เกลียดชัง หรืออยากอยู่ด้วยความหวัง?วันนี้ (30 มกราคม 2569) ที่สวนลุมพินี “ศุภจี สุธรรมพันธุ์”กล่าวตอนหนึ่ง ในการปราศรัยของพรรคภูมิใจไทยว่า“แต๋มเองไม่ใช่นักการเมือง แต่ทำเพื่อบ้านเมือง ถามว่าทำไมตอนนี้ ต้องมีนักการเมืองที่สร้างความโกรธแค้นกัน?”เพราะชีวิตหลังเลือกตั้ง ทุกคนจำเป็นต้องอยู่ดี-กินดี ต้องมีปากท้องที่ดี ด้วยเหตุนี้ คนที่ไม่ใช่นักการเมือง จึงจำเป็นต้องมาทำงาน“แต๋มอาสาทำงานเพื่อบ้านเมือง เพราะแต๋มกลัวสำหรับสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นเราเห็นความท้าทายรอบตัวเรามากมายเราเห็นภัยความมั่นคงสิ่งที่สลักสำคัญอย่างหนึ่งคือ ภัยเศรษฐกิจที่มาจากการที่โลกวันนี้แบ่งแยก แบ่งขั้ว แบ่งค่าย น่ากลัวมากแล้วเราผู้ประกอบการ คนตัวเล็ก-ตัวน้อย ผู้ทำอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เราจะอยู่อย่างไรถ้าประเทศไทยไม่วางตัวเองให้อยู่ในจุดที่พอเหมาะ พอสม พอดีจังหวะนี้ เราไม่สามารถเสี่ยงได้อีกต่อไป เสี่ยงที่จะลองใหม่ เราต้องสร้างความเชื่อมั่น สร้างความต่อเนื่องสร้างความไว้วางใจให้คนที่เขามาทำมาค้าขายกับเรามีความตั้งใจว่า “เราเป็นพันธมิตรที่ดี”ไม่มุ่งเน้นเรื่อง “การสร้างรายจ่าย”แต๋มเป็นขาหารายได้ และรายได้ต้องตอบโจทย์กับโลกที่รายล้อมเราอยู่”ศุภจีกล่าวอีกว่า “เพิ่งจบจากเวทีนานาชาติ ทั้งเวที ASEAN Summit, APEC และ World Economic Forumทั่วโลกพูดถึงเรื่องการจับคู่ห่วงโซ่ อุปสงค์ อุปทานทุกคนพูดถึงโอกาส……“โอกาส” ตอนนี้อยู่ที่เอเชีย โอกาสในเอเชียอยู่ที่ “อาเซียน”และหัวใจของอาเซียน “อยู่ที่ประเทศไทย”ถ้าไม่ฉวยโอกาสนี้ ประเทศไทยจะตกขบวน ฉะนั้นต้องทำเรื่องนี้ให้ต่อเนื่อง”“มีพรรคไหนที่พูดว่า เราจะตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ความท้าทายทั่วโลกอย่างไร พรรคที่พูดคือพรรคนี้….พรรคภูมิใจไทยหลายคนบอกว่า….“แต๋ม-ศุภจี ไม่ใช่นักการเมือง เธอเป็นนางแบก”ทำเพื่อพรรคภูมิใจไทย เพื่อนายกฯ อนุทินแต๋มบอกตรงนี้ชัดๆ กับพี่น้องทุกคน แต๋มไม่ได้ทำเพื่อภูมิใจไทย…ไม่ได้ทำให้นายกฯ อนุทินแต๋มทำให้ทุกคนตรงนี้…แต๋มทำเพื่อบ้านเมือง…เพื่อคนไทยทุกคน ไม่ว่าจะอยู่จังหวัดไหน ไม่ว่าจะเลือกหรือไม่เลือก ไม่ว่าคนตัวเล็ก ตัวใหญ่ ต้องทำทั้งนั้นเพราะนั่นคือ “หน้าที่”คือ สิ่งที่แต๋มตั้งใจที่จะเข้ามาทำเต็มที่ เต็มความสามารถที่สุด“การที่มายืนตรงนี้ ไม่มีใครในครอบครัวสนับสนุน ครูบาอาจารย์ เพื่อนฝูง ไม่มีใครสนับสนุนเลยการที่เรามายืนกับนักการเมือง…น่ากลัวมาก ตัวแต๋มเองก่อนเข้ามา แต๋มก็กลัวเหมือนกับที่ทุกคนกลัว แต๋มโดนเต็มไปหมดเลยเรื่องที่ไม่เคยพูด ก็มีคนบอกว่าพูด ไม่เคยเคลม ก็บอกว่าเคลม ทำดี ก็ไปพูดอีกเรื่องหนึ่งนี่คือ การเมืองที่เราอยากให้เป็นเหรอคะ?แต๋มสละทิ้งซึ่งความกลัวทุกอย่างต่อให้จะต้องดำกว่านี้จะต้องถูกสาดโคลนมากกว่านี้จะถูกโจมตีมากกว่านี้ก็จะยืนอยู่ตรงนี้ เพราะคนที่นั่งอยู่ตรงนี้ และคนไทยทุกคนที่อยู่ในประเทศนี้…นี่คือ สิ่งที่ตั้งใจจะทำ”ศุภจียังกล่าวตอนหนึ่งด้วยว่า“ขอให้ทุกคนคิดให้ดีว่า ต้องการให้ประเทศเดินไปแบบไหนหลังเลือกตั้ง ต้องการให้ประเทศเต็มไปด้วยความขัดแย้ง เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เกลียดชังหรือต้องการให้ประเทศเดินหน้าอย่างมีความหวัง?สำหรับนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย แตะทุกอย่าง-แตะทุกคน ทั้งคนตัวเล็กตัวน้อย คนสูงวัยและเศรษฐกิจทั้งในเรื่องอุตสาหกรรม ผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ประกอบการรายเล็กทั้งนี้ ปัจจุบันประเทศไทยเหลืองบประมาณไม่มาก ประเทศไทยมีรายได้แค่ 3 ล้านล้านบาทแต่มีค่าใช้จ่าย 4 ล้านล้านบาท!!!รัฐบาลเหลืองบประมาณ 5 แสนล้านบาท ต้องแบ่งมาใช้ให้ดีที่สุดสำหรับพรรคภูมิใจไทย “ไม่ได้เน้นนโยบายประชานิยม”และในระดับนานาชาติ ไม่ว่าเวที ASEAN Summit, APEC, Davos ไม่มีใครพูดเรื่องประชานิยม(มัน) เลยจุดนั้นไปแล้ว…..แต่พูดเรื่องการลงทุน หาตลาดและพันธมิตรทางการค้า ซึ่งวันนี้ ไม่มีพรรคอื่นพูด นอกจากพรรคภูมิใจไทย“ช่วยแต๋มหน่อย ว่าเราจะเดินหน้าประเทศเราไปอย่างไร อนาคตท่านอยู่ในมือท่าน ชีวิตหลังเลือกตั้งอยู่ในมือท่านตัดสินใจให้แน่ใจ ว่าคนจะนำพาให้ท่านข้ามก้าวผ่านความท้าทาย มีชีวิต ปากท้องที่มีความมั่นคงคือใคร ให้ช่วยเลือกเบอร์นั้นล่ะค่ะ”……………………………….คำปราศรัยของศุภจีคืนนั้น ช่วยทำให้คนกรุงและทุกคนที่ได้ฟัง “ตัดสินใจ” ได้ทันที ว่า ๘ กุมภา.นี้…จะเลือกพรรคไหน “นำประเทศ”?.-เปลว สีเงิน๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๙คนปลายซอย
ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์
by
Tags: