‘ภูมิใจไทย’ ล็อก‘15 กระทรวง’ เปิดโผครม.’อนุทิน2′ สัดส่วน‘5-19-8-3’

เส้นทางรัฐบาล"อนุทิน 2" ผ่านสูตรจัดตั้ง“รัฐบาลภูมิใจไทยพลัส 300” สัญญาณที่ชัดเจนจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เตรียมประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งทั้งนี้ ยังคงเหลือในส่วนของบางเขตเลือกตั้ง และ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง 100 คน ที่ กกต.สั่งให้มีการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ ซึ่งกกต.ให้นโยบายกับทางสำนักงาน กกต.ว่า ให้ดำเนินการในส่วนนี้ให้แล้วเสร็จทั้งหมด ภายในวันที่ 1 มี.ค. 2569 และคาดว่าจะสามารถประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง รวมถึงแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน ในต้นเดือน มี.ค.ตามรัฐธรรมนูญระบุว่า กกต.จะต้องรับรองสส.ได้เกินกว่า 95% หรือ 475 คน จากทั้งหมด 500 คน จากนั้นภายใน 15 วัน สภาฯ จะต้องประสานไปยังสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี(ครม.) เพื่อให้นายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อขอเปิดประชุมสภาฯ นัดแรกเพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร หรือภายในเดือนมี.ค.จากนั้นช่วงกลางมี.ค.-ต้นเม.ย. ประธานสภาฯจะ นัดประชุมสภาฯ โหวตเลือกนายกฯ เบ็ดเสร็จโดยรวมคาดว่า ในเดือนเม.ย. จะเห็นการฟอร์มทีมครม. ก่ออนส่งชื่อตรวจสอบประวัติ นำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯต่อไปคาดว่า ช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค. "ครม.อนุทิน2" จะมีการแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาก่อนเริ่มปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มรูปแบบต่อไปสอดคล้องกับสัญญาณจาก“พิพัฒน์ รัชกิจประการ” แม่ทัพภาคใต้ค่ายสีน้ำเงิน พูดถึงกระแสปิดปิดดีลสมการจัดตั้ง“รัฐบาลภูมิใจไทยพลัส”ที่สูตร300 เสียง โดยยอมรับว่า ใกล้เคียงตัวเลขความเป็นจริง และคาดว่าน่าจะจบก่อนสงกรานต์ครม.อนุทิน2 สูตร “5-19-8-3”สำหรับสัญญาณที่เริ่มเห็นความชัดเจน โฉมหน้า ครม.อนุทิน 2 หากมองในแง่เสถียรภาพ ถือว่ามีความเข้มแข็งจากจำนวนเสียงในสภาฯ ที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จ ทั้งสภาสูงและสภาล่างทว่า หากมองในแง่ของการจัดสรรโควตา ครม.อาจมีจุดอ่อนตรงที่ ยิ่งรัฐบาลมีเสียงมากเท่าไหร่ แรงต่อรองในการจัดสรรโควตารัฐมนตรีย่อมมีสูงตามไปด้วยผ่าโควตารัฐมนตรีในครมอนุทิน 2 ภายใต้โครงสร้างอำนาจรัฐบาล 298 ผ่านสูตรจัดสรร“5-19-8-3” การแบ่งเก้าอี้รัฐมนตรีที่ชัดเจนโดยล็อก “5 โควตากลาง” ให้ผู้เชี่ยวชาญนอกพรรคดูแลงานสำคัญ (อาทิ ภาคการเงิน) เฉพาะ“ภูมิใจไทย” ในฐานะแกนนำถือครอง 19 ตำแหน่ง 15 กระทรวง ประกอบด้วยอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ควบรมว.กลาโหมเอกนิติ นิตทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ ควบรมว.คลัง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกฯ ควบรมว.ต่างประเทศพิพัฒน์ รองนายกฯควบรมว.คมนาคมสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ ควบรมว.พาณิชย์ทรงศักดิ์ ทองศรี ลุ้นขยับขึ้นรมว.มหาดไทยซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม หรืออาจมีลุ้นโยกไปเป็นรมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยมี สุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล บ้านใหญ่พระนครศรีอยุธยาเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณะสุข ภราดร ปริศนานันทกุล มีลุ้นเป็นรมต.สำนักนายกฯอีกรอบกระทรวงอุตสาหกรรมมีชื่อ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เป็นตัวเต็งนั่งรมว.อุตสาหกรรมส่วนกระทรวงยุติธรรม ยังต้องจับตา หากเลือกสายตรงบุรีรัมย์ นั่งรมว.อาจถูกตั้งคำถามไปถึงความชอบธรรมจากบรรดาคดีความต่างๆที่ค้างคาอยู่ในกระบวนการ เช่นเดียวกับกระทรวงพลังงานที่จะเป็นสัดส่วนคนนอกส่วนบรรดาบ้านใหญ่ อาทิ นภินทร ศรีสรรพางค์ สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ไตรศุลี ไตรสรณกุล มีชื่อติดโผเป็นรัฐมนตรี แต่ยังต้องลุ้นว่าจะได้รับการจัดสรรลงกระทรวงใดพท.เสียงแตก ลุ้น"ยศชนัน"นั่งรมต.เพื่อไทย 8 ตำแหน่ง 3 กระทรวงหลัก คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีชื่อ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นตัวเต็งกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ซึ่งมีชื่อ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นตัวเต็ง แต่ว่ากันว่า พรรคเพื่อไทยยังเสียงแตก โดยกลุ่มคนรุ่นใหม่สนับสนุนเป็นรัฐมนตรี แต่อีกฝั่งเห็นว่า ยังไม่ควรรับตำแหน่งในเวลานี้นอกจากนี้ ยังมีในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ มีชื่อประเสริฐ จันทรรวงทอง สมศักดิ์ เทพสุทิน จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และ มนพร เจริญศรี ที่มีลุ้นนั่งรัฐมนตรีขณะที่ พรรคพลังประชารัฐ + พรรคเล็ก ได้ 3 ตำแหน่ง 1 กระทรวงหลัก คือ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีชื่อ ตรีนุชเทียนทอง เป็นรัฐมนตรีจากนี้ต้องจับตาการจัดสรรโควตารัฐมนตรี ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าภายใน 1-2 วัน จะมีความชัดเจนว่า พรรคใดจะได้คุมกระทรวงใดบ้าง


Posted

in

by

Tags: