มติศาลรธน.6:2 พิจารณาภูมิธรรม–ทวีแทรกแซงฮั้วสว.ต่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ

เมื่อวันที่ 9ตุลาคม2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 2 เห็นว่าควรดำเนินการพิจารณาคดีที่สมาชิกวุฒิสภายื่นร้อง ขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ ต่อไป แม้ว่าทั้งสองจะพ้นจากตำแหน่งแล้ว เนื่องจากเห็นว่า “คดีมีประโยชน์ต่อสาธารณะ” ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ มาตรา 51คำร้องดังกล่าวเสนอโดยสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งอ้างว่าผู้ถูกร้องทั้งสองมีมติให้การกระทำความผิดทางอาญาอื่นเป็นคดีพิเศษตาม พ.ร.บ.การสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. 2547 มาตรา 21 วรรคหนึ่ง (2) เพื่อใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เป็นเครื่องมือแทรกแซงการทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในคดีฮั้วเลือกสว.อันเป็นการครอบงำฝ่ายนิติบัญญัติ ขัดต่อหลักแยกอำนาจ และหลักนิติธรรม ถือเป็นการฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) ซึ่งเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170ศาลรัฐธรรมนูญระบุว่า ระหว่างพิจารณาคำร้อง นายภูมิธรรมและพ.ต.อ.ทวีได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว เนื่องจากคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของนางสาวแพทองธาร ชินวัตร สิ้นสุดลงตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 17/2568 และต่อมามีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี และแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่โดยไม่มีรายชื่อทั้งสองคน ศาลจึงพิจารณาว่าจะยุติหรือดำเนินคดีต่อตุลาการเสียงข้างมาก 6 คน เห็นว่าควรพิจารณาต่อไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ ส่วนเสียงข้างน้อย 2 คนเห็นว่าคดีสิ้นสุดลงแล้วไม่จำเป็นต้องพิจารณาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างมาก จำนวน 6 คน คือ นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ นายอุดม สิทธิวิรัชธรรม นายจิรนิติ หะวานนท์ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ นายอุดม รัฐอมฤต และนายสุเมธ รอยกุลเจริญตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเสียงข้างน้อย จำนวน 2 คน คือ นายวิรุฬห์ แสงเทียน และนายนภดล เทพพิทักษ์.


Posted

in

by

Tags: