นางมนพร เจริญศรี อดีต สส.เขต 2 นครพนม พรรคเพื่อไทย อดีต รมช.คมนาคม รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวปราศรัยในการลงพื้นที่ชูนโยบายเตรียมสู้ศึกเลือกตั้งว่า จากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเมื่อปี 2566 พรรคเพื่อไทย ได้เข้าไปทำงาน จัดตั้งรัฐบาล ประมาณ 2 ปี 3 เดือน เป็นผู้แทนสองปี แต่ได้มีโอกาสโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีถึง 5 คน ส่วนหนึ่งอยากให้พี่น้องประชาชนทบทวนว่า การเลือกตั้งไม่เป็นเอกฉันท์ ทำให้มีปัญหาในการจัดตั้งรัฐบาล จนเกิดการบิดเบี้ยวของการตั้งรัฐบาล เสียงข้างน้อยของรัฐบาล นายกอนุทิน ชาญวีรกูล ซ้ำร้ายยังได้เสียงจากฝ่ายค้ำ พรรคได้คะแนนอันดับหนึ่งเป็นฝ่ายค้าน สู่ฝ่ายค้ำ มาสนับสนุนตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อยสิ่งที่ตามมาคือปัญหาต่อการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะตามกฎหมายจะต้องมีการตั้ง สสร. มาจากการเลือกตั้งของประชาชน แต่รัฐบาล นายกอนุทิน ไม่เห็นด้วย ทำให้พรรคเพื่อไทย แพ้การโหวตตั้ง สสร.มาจากการเลือกของประชาชน แต่รัฐบาล นายกอนุทิน จะให้มีการโหวตแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากเสียง 1 ใน สามของสภาผู้แทน รวมถึงเสียง สว.ลงมติด้วย จึงไม่สามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ เพราะการเสนอแก้รัฐธรรมนูญไม่ผ่าน ทำให้พรรคเพื่อไทย เตรียมเสนออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ในประเด็นบกพร่องล้มเหลว ในการบริหารงานหลายด้าน แต่รัฐบาลนายก อนุทิน ชิงยุบสภาหนีการอภิปราย หนีการตรวจสอบของพรรคฝ่ายค้าน ถือว่าไม่มีความสง่างามในการเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะนักการเมืองจะต้องไม่หนีการตรวจสอบ สภาผู้แทนคือเงาสะท้อนของบประชาชน การเลือกตั้งที่จะมาถึง ประชาชนต้องสร้างบทเรียนให้พรรคการเมือง ที่ดูถูกเสียงประชาชน เลือกพรรคเพื่อไทย ตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากที่มาจากการเลือกตั้ง เดินหน้าประเทศไทย
‘มนพร’ ซัด ‘อนุทิน’ ไม่แน่จริง ยุบสภาหนีการอภิปราย ฝากประชาชนให้บทเรียนในการเลือกตั้งที่จะมาถึง
by
Tags: