“อย่ามั่นใจเกินไปว่าพายเรือให้เขี้ยวลากดินนั่งจะรอด…” ชูวิทย์เปิดแผลใจทำไมต้องเปลี่ยนฝั่ง เผยคลิป “ทหารมีไว้ทำไม” ของพิธา กลายเป็นหอกทิ่มแทงตัวเองเพราะปากธนาธร ลั่นแรง “นี่หรือการเมืองใหม่ที่ขายฝันประชาชน”เมื่อวันที่ 11 ม.ค.นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ อดีตนักการเมือง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า คำชี้แจงจากหัวใจ“ทำไมชูวิทย์ต่อต้านพรรคส้ม”ผู้คนสงสัยว่า เพราะเหตุใดจากที่ผมเคยสนับสนุนพรรคส้ม กลับมาต่อต้านพรรคส้มอย่างแข็งขันในการเลือกตั้งครั้งนี้ทำไมชูวิทย์ถึงเปลี่ยนไป?ผมขอชี้แจงจากใจ ส่วนใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาเอาเองแต่ผมมีหลักฐานยืนยันคำพูดทุกประการตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมสนับสนุนคนรุ่นใหม่ พรรคการเมืองใหม่ความเบื่อการเมืองเก่าๆ ที่มีระบบมุ้งรวมตัวกันแล้วต่อรองตำแหน่งรัฐมนตรีโดยใช้ระบบโควต้ามีการซื้อตัว มีรัฐมนตรีซ้ำๆ ใช้กรอบความคิดเดิมๆ ทำงาน และมีการคอรัปชั่นทั้งใต้ดิน บนดิน หรือตามน้ำ เพื่อนำไปเป็น “ทุนการเมือง“ ในครั้งถัดไปใช่ครับ “ผมเบื่อ” เพราะผมเคยเป็นนักการเมืองตั้งแต่ 20 กว่าปีก่อนเคยเป็น “รองหัวหน้าพรรคชาติไทย” จนทะเลาะกับท่านบรรหารก็เรื่อง “การเมืองเก่า” นี่แหละจนท่านบรรหารนำไปฟ้องศาล แต่ศาลยกฟ้องทั้งชั้นต้น และชั้นอุทธรณ์แล้วทำไมผมจึงต่อต้านพรรคส้ม?ผมต่อต้านพรรคส้มโดยมีธนาธรเป็นตัวบงการหลัก จึงต้องเน้นไปที่ธนาธร ไม่เกี่ยวกับคนอื่นๆ ของพรรคส้มธนาธรไปตกลงดีลลับกับอนุทิน ในการสนับสนุนให้พรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยอนุทินได้เป็นนายกฯ แลกกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใน 4 เดือน แล้วยุบสภาผมไม่ได้มองว่าอนุทินไม่เหมาะสม แต่มันเป็นเรื่องของหลักการเพราะผมรู้ทันว่าเป็นการ “พายเรือให้หนูนั่งนายกฯ“ (โพสต์ไว้เมื่อ 30 ส.ค. 68) โดยสาระสำคัญ คือหากให้อนุทินเป็นนายกฯ และพรรคภูมิใจไทยเป็นรัฐบาล จะไม่ได้มาแก้รัฐธรรมนูญให้ แต่จะมาเตรียมการในการเลือกตั้งครั้งต่อไปแทน.รวมทั้งการแก้ไขปัญหาเรื่อง ฮั้ว สว. และเขากระโดงโดยในระหว่างนั้นพรรคส้มยังไม่ได้เลือกตกลงสนับสนุนกับพรรคใดแต่จากประสบการณ์ผมแน่ใจว่า ข้อตกลงใดที่พรรคส้มเสนอให้ทั้งภูมิใจไทย และเพื่อไทย ทั้งสองพรรคจะรับได้หมดแลกกับการได้เป็นรัฐบาลในทำนองนักการเมืองเก่า คือ ”รับๆ ไว้ก่อน แล้วไปหาทางแก้กันทีหลัง”เพราะการได้เป็นรัฐบาลคือการคุมอำนาจรัฐ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในส่วนพรรคภูมิใจไทยนั้น ผมยังบอกพรรคส้มว่า “จะดูไม่ออกเชียวหรือว่าพรรคน้ำเงินจะไม่มีวันแก้รัฐธรรมนูญเพื่อลดอำนาจ สว.”ใครจะแก้เพื่อลดอำนาจตัวเอง?ผมยังลงลึกในโพสต์นี้ว่า “หากพรรคส้มตัดสินใจพลาดคะแนนพรรคจะตกต่ำกว่าเดิม จะพังเหมือนพรรคประชาธิปัตย์ที่เคยพังมาแล้วในอดีต“โดยผมเสนอในขณะนั้นว่า ”ทางออกคือยุบสภา ล้างไพ่ใหม่ คืนอำนาจให้ประชาชน“ในโพสต์ยังทิ้งท้ายว่า ”อย่ามั่นใจเกินไป ว่าการพายเรือให้บรรดานักการเมืองเขี้ยวลากดินทั้งหลายนั่ง จะอยู่รอดปลอดภัย ไม่แว้งมากัดคนพายเมื่อถึงฝั่ง มันไม่มีสัจจะในหมู่นักการเมือง”วันที่ 1 ก.ย. 68 ผมโพสต์ “พรรคประชาชนเสียงแตก” เพราะมีคนในพรรคส้มไม่เห็นด้วยกับการโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ ตั้ง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” มันผิดหลักการ2 ก.ย. 68 โพสต์เน้น “ยุบสภาเป็นไฟต์บังคับ ดีกว่าปล่อยอนุทินเป็นนายก“โดยขณะนั้นเพื่อไทยยื่นข้อเสนอ ”หากเลือกเพื่อไทยยุบสภาทันที“พอถึง 4 ก.ย. 68 เท้งหัวหน้าพรรคส้ม ประกาศสนับสนุนอนุทินเป็นนายกฯ และบอกว่าตัวเองไม่ร่วมรัฐบาล ยอมไปเป็นฝ่ายค้านผมได้โพสต์อีกในวันเดียวกันหลังทราบผลว่า ”เป็นการหลอกลวงที่สมบูรณ์แบบ“พรรคส้มจะโหวตให้อนุทินเป็นนายกฯ โดยขณะนั้นอนุทินได้รวบรวมพรรคอื่นๆ เช่น พรรคกล้าธรรม เข้ามาร่วมด้วยเพื่อรวมเสียงให้ได้มากที่สุด แล้วตั้งรัฐบาลด้วยการสนับสนุนของพรรคส้มสุดท้ายการแก้รัฐธรรมนูญไปติดที่ สว. ตามที่ผมบอกไว้ล่วงหน้าทุกประการและพรรคส้มยังถูกเยาะเย้ยเรียกว่าเป็น ”ฝ่ายค้ำ“ จากปากอนุทินขณะเดียวกันพรรคภูมิใจไทยเติบใหญ่ขึ้นมาเป็น ”คู่แข่งของพรรคส้ม“ ด้วยความสนับสนุนจากพรรคส้มเองส่วนพรรคส้มกลับ ”ความนิยมถดถอย“ จากผลโพลล์ 40% ที่ยังลังเลไม่เลือกใครนี่คือสิ่งที่ผมเตือนมาตลอดว่าเป็น ”ก้าวที่ผิดพลาดครั้งใหญ่ของพรรคส้ม”แต่พรรคส้มไม่ฟังใคร ดื้อรั้น จนมองข้ามผู้สนับสนุนพรรคส้มด้วยการเอาคะแนน 14.4 ล้านเสียง ไปมอบให้อีกฝั่ง (อนุรักษ์นิยม) ที่ว่าเป็นการเมืองเก่า ด้วยความสมยอมของตัวเองหลังจากอนุทินยุบสภา พรรคส้มไปจัดปิกนิก ”ขอโทษประชาชน“ แต่ไม่ได้ขอโทษที่เลือกพรรคภูมิใจไทยของอนุทินกลับกลายเป็นขอโทษที่แก้ไขรัฐธรรมนูญไม่สำเร็จแทนนอกจากดื้อรั้นแล้ว ยังไม่ยอมรับความจริงอีกแล้วธนาธรยังมาขอโอกาสจากประชาชนให้สนับสนุนต่อผมบอกว่า ”พรรคส้มทำผิดพลาดโดยไม่ฟังคำเตือนจากผู้สนับสนุน ด้วยความอ่อนประสบการณ์จนโดนหลอก แล้วยังมาขอโอกาสอีกครั้ง เดี๋ยวจะทำพังอีก“แต่ธนาธรย้อนว่า”ประสบการณ์ของคนรุ่นเก่าไม่ใช่หรือ? ที่ทำให้ประเทศฉิบหายมาถึงทุกวันนี้“ดูเอาแล้วกัน นี่หรือคือ ”การเมืองใหม่“ ที่ธนาธรขายฝันให้บรรดาผู้สนับสนุนนี่คือจุดเปลี่ยนสำคัญที่ผมไม่สามารถสนับสนุนบุคคลนี้ได้อีกต่อไปแล้วในวันจัดอีเวนท์ “ปิกนิกขอโทษประชาชน”ยังเปิดแผลบาดลึกเองอีกว่า “หากพิธาเป็นนายกฯ วันนั้น สถานการณ์ชายแดนจะไม่มาถึงจุดนี้”และแล้วคลิปของพิธาที่เคยพูดว่า ”ทหารมีไว้ทำไม?“ จึงถูกขุดขึ้นมาประจานเป็นหอกทิ่มแทงพรรคส้มจนถึงทุกวันนี้ทุกสิ่งทุกอย่างที่พังล้วนเกิดจากปากธนาธร ผู้นำจิตวิญญาณของพรรคส้มทั้งสิ้นมันเป็น ”ความรั้น” ของคนรวยเสียนิสัยที่ถูกตามใจมาแต่เด็กทำให้โหวตเตอร์ที่เคยเป็นผู้สนับสนุนพรรคส้มต้องมาอยู่ฝั่งตรงข้ามภาพตามตลาดที่พ่อค้าแม่ค้า ประชาชนทั่วไปไล่ผู้สมัคร สส. พรรคส้ม ปรากฏตามสื่อไม่เว้นแต่ละวันแทนที่จะได้รับการต้อนรับชี้แจงนโยบายของพรรคกลับต้องมาชี้แจงคลิปด้อยค่าทหารของพิธา ด้วยการเริ่มต้นจากธนาธรเห็นหรือยังว่าคนอย่างธนาธรเป็นคนประหลาดที่ไม่ได้รู้จักการเมืองดีพอ และที่สำคัญ ไม่รู้จักตัวเองเสียด้วยซ้ำว่าทำอะไรลงไปคนอย่างนี้หรือจะรู้จักประชาชน ในเมื่อแม้แต่ตัวเองยังไม่รู้จัก
มันไม่มีสัจจะในหมู่นักการเมือง! ‘ชูวิทย์’ฟาดแรง ‘ธนาธร-พิธา’ ปมดีลลับทำพิษพรรคส้มไร้ที่ยืน
by
Tags: