"เราคืนความเป็นธรรมให้กับทุกคนอยู่แล้ว ประเทศยืนอยู่ได้ด้วยธรรมะ และความยุติธรรม แต่ที่ผ่านมาไม่เกิดความยุติธรรมก็ไม่มีธรรมะ ฉะนั้นก็เอาธรรมะ คือ ความยุติธรรมกลับมาอีกครั้ง"คำให้สัมภาษณ์ของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย พูดไว้เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2568 คล้อยหลัง 5 วันหลังจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติ 313 เสียง เห็นชอบเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทยคล้อยหลัง 1 เดือน ในห้วงที่อำนาจบริหารเปลี่ยนผ่าน ท่ามกลางสัญญาณเลือกตั้งที่กำลังเกิดขึ้นเร็ววัน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เกมแค้นเอาคืน ระหว่างฝั่ง “น้ำเงิน” และฝั่ง “แดง” เปิดฉากขึ้นอีกวาระหนึ่งย้อนกลับไปในยุคที่ “รัฐบาลเพื่อไทย” ครองอำนาจกระทรวงคลองหลอด มีการล้างบางข้าราชการ “สายสีน้ำเงิน” บิ๊กล็อต จำนวน 3 ล็อตไล่ตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค.2568 “ครม.แพทองธาร ชินวัตร” ให้ความเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูง 4 ตำแหน่งในจำนวนนี้ คือ “ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์” อธิบดีกรมการปกครอง และ “นฤชา โฆษาศิวิไลซ์” อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สายตรงบุรีรัมย์ ที่ถูกเด้งเข้ากรุไปเป็นผู้ตรวจราชการในส่วนของ “ไชยวัฒน์” เพิ่งเกษียณอายุราชการไปเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา ปิดฉากเส้นทาง“บิ๊กคลองหลอด” ตำแหน่งสุดท้าย ที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยต่อมา วันที่ 5 ส.ค.2568 ครม.แพทองธาร มีการโยกย้าย“บิ๊ก มท.”สายสีน้ำเงิน ทั้ง “พรพจน์ เพ็ญพาส”อธิบดีกรมที่ดิน ไปเป็น รองปลัดกระทรวง เซ่นปมไม่เพิกถอน “ที่ดินเขากระโดง” ฐานที่มั่น และธุรกิจตระกูลชิดชอบรวมถึง "ภาสกร บุญญลักษม์" จากอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ซึ่งถูกแต่งตั้งในยุค มท.สีน้ำเงิน ไปเป็นผู้ว่าฯ ระยองกระทั่ง วันที่ 19 ส.ค.68 ครม.แพทองธาร มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ แต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำแหน่งบริหารระดับสูงกระทรวงมหาดไทยรวม 25 ตำแหน่งในจำนวนนี้ หลายจังหวัดเป็นการย้ายตามวงรอบ ขณะที่บางจังหวัดมีการโยกย้ายสลับจังหวัด เพื่อให้ถูกฝาถูกตัว โดยเฉพาะบรรดาฐานเสียงแต่ละพรรคการเมือง ที่ย่อมหมายมั่นที่จะส่งคนเข้าไปคุมพื้นที่ ทว่า บางจังหวัดมีการตั้งข้อสังเกตถึงการล้างบางฐานเสียง “พรรคภูมิใจไทย” อย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นเพียงแค่ช่วงเวลากว่า 90 วัน ท่ามกลางความชุลมุนวุ่นวายในกระทรวงคลองหลอด มีการโยกย้ายข้าราชการไปแล้ว 4 ล็อตไม่ต่างจาก “เกมอำนาจ” ที่สวิงไปมา จาก “สีน้ำเงิน” เปลี่ยนผ่านสู่อำนาจ “สีแดง” และพลิกกลับมาที่ “พรรคสีน้ำเงิน” ในห้วงที่ภูมิใจไทยช่วงชิงเกมอำนาจฝ่ายบริหาร ไม่ต่างจาก “นายกฯ หนู” ที่คัมแบ็ก แถมควบ “มท.หนู” อีกหนึ่งตำแหน่งฉะนั้น แม้ในวันแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 ที่ผ่านมา “บวรศักดิ์ อุวรรณโณ” รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ชี้แจงต่อที่ประชุมรัฐสภา ตอนหนึ่งว่า"เมื่อนายกฯ อนุทิน ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องนำความกราบบังคมทูล ก็ส่งเรื่องกลับคืนมา พอแถลงนโยบายเสร็จ ท่านนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรียืนยันเรื่องการแต่งตั้งผู้บริหาร ที่แต่งตั้งโดยรัฐบาลรักษาการที่แล้ว ทุกตำแหน่ง เกือบ 10 ตำแหน่งตรงนี้ก็พอจะทำให้ท่านเห็นได้แล้วว่า เรื่องไหนที่ผ่าน ครม.ไปแล้ว รัฐบาลก็เดินต่อ ไม่มีเจตนาที่จะดึงกลับมา และต้องเอาพรรคพวก ของพรรคการเมืองของตัว เสียบเข้าไปใหม่ ยกเลิกมติ ครม.เดิม และเอามติ ครม.ใหม่ คงจะทำให้ท่านอุ่นใจได้ในระดับหนึ่ง"ทว่า หากไล่เช็กบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูง กระทรวงมหาดไทย ล็อตล่าสุด จำนวน 45 ตำแหน่ง เมื่อวันที่ 14 ต.ค.2568 เห็นได้ชัดถึง “เกมล้างไพ่” จากฝั่งสีน้ำเงิน ที่เปิดฉากสางแค้นฝั่งแดงนั่นเองตอกย้ำ “เกมการเมือง” ที่ต่างฝ่ายต่างเปิดฉากใส่กัน เมื่อสัญญาณนับถอยหลังสู่โหมดเลือกตั้ง เข้าตำรา “ทีใครทีมัน”พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์
ย้อนรอย 90 วัน มท.ป่วน โยกย้าย 4 ล็อต ‘ภท. – พท.’ ทีใครทีมัน!
by
Tags: