‘รสนา’ ซัดรัฐบาลแหกตา ลดราคาน้ำมัน ล้วงกระเป๋าปชช.เพิ่มหนี้กองทุน ไม่กล้าแตะทุนหลังงาน

'รสนา' โวยรัฐบาลแหกตา ลดราคาน้ำมันด้วยการล้วงกระเป๋าชช.ไม่กล้าแตะทุนพลังงาน ชี้ค่าการกลั่นสูงกว่ามาตรฐานถึง 4.78 บาทต่อลิตร ค่าการตลาดน้ำมันเบนซินสูงถึง 3.60 บาทต่อลิตร เป็นการแล่เนื้อเถือหนัง ด้วยการเพิ่มหนี้ปชช.ในกองทุนน้ำมัน8ก.ค.2569- ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) มีมติปรับลดราคาขายปลีกนํ้ามัน กลุ่มเบนซินและแก๊สโซฮอลปรับลดลงประมาณ 2.51 บาทต่อลิตร และนํ้ามันดีเซลหมุนเร็วปรับลดลงประมาณ 2.56 บาทต่อลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกนํ้ามันดีเซลหมุนเร็วอยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตรน.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค และอดีตสมาชิกวุฒิสภา กรุงเทพฯ โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่ารัฐบาลแหกตาลดราคาน้ำมันด้วยการล้วงกระเป๋าประชาชนมาลดราคาอีกแล้ว พี่น้อง ?!การประกาศลดราคาน้ำมันค่ำคืนนี้ มีผลเวลาตีห้า วันที่ 8 กค. โดยกลุ่มดีเซล บี7 และบี20 ลดราคา 2.56 บาทต่อลิตร ทำให้ราคาน้ำมันดีเซลบี7 เหลือ 34.94 บาทต่อลิตร ส่วนบี20 เหลือ 29.94 บาทต่อลิตรกลุ่มเบนซินแก๊สโซฮอล์ ลดลิตรละ 2.51 บาทต่อลิตรแก๊สโซฮอล์ 95 เหลือราคา 34.94 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 เหลือราคา 34.57 บาทต่อลิตรแต่ทั้งหมดที่ลดราคาคือการแหกตาประชาชนล้วนๆ !!การประกาศเพิ่มการชดเชยของกองทุนน้ำมันดีเซล B7 เพิ่มชดเชย 2.71 บาท เดิม 0.19 บาท เป็น 2.90 บาทดีเซล B20 เพิ่มชดเชย 2.67 บาท เดิม 5.79 บาท เป็น 8.46 บาท—เบนซิน ลดส่งเข้ากองทุน 2.05 บาท เดิม 10.04 บาท เป็น 7.99 บาทโซฮอล์ 95/91 ลดส่งเข้ากองทุน 2.07 บาท เดิม 2.49 บาท เป็น 0.42 บาทโซฮอล์ E20 เพิ่มชดเชย 2.10 บาท เดิม 1.61 บาท เป็น 3.71 บาทโซฮอล์ E85 เพิ่มชดเชย 2.27 บาท เดิม 2.38 บาท เป็น 4.65 บาทนึกว่านายกอนุทินจะแน่ นึกว่ารัฐมนตรีพลังงานจะแน่ ที่แท้ไม่กล้าแตะทุนพลังงานแม้แต่สตางค์เดียว1) ไม่กล้าแตะค่าการกลั่นที่วันที่ 7 กค. ยังสูงถึง 6.18 บาทต่อลิตร ทั้งที่ภาคประชาชนเสนอให้คุมเพดานค่ากลั่นไว้ที่ 7 เหรียญต่อบาร์เรล หรือ 1.40 บาทต่อลิตรเมื่อหักค่าขนส่งทิพย์ออกไปจากค่าการกลั่นแล้ว ยังสูงกว่ามาตรฐานค่าการกลั่นถึง 4.78 บาทต่อลิตร2)ไม่กล้าแตะค่าการตลาด ที่อดีตรมว.พลังงานคนที่เป็นอดีตซีอีโอบรรษัทพลังงาน ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายพลังงาน (กบง.)ได้ออกมติกบง. เมื่อ 8 ธันวาคม 2568 ให้ใช้ค่าการตลาดน้ำมันทุกชนิดที่ 2.45 บาทต่อลิตร แต่ภาคประชาชนคัดค้านแต่กระนั้นกบง. ยังไม่สามารถควบคุมผู้ประกอบการในการคิดค่าการตลาดที่กบง.กำหนดวันที่ 7 กค.ค่าการตลาดน้ำมันเบนซินจึงสูงถึง 3.60 บาทต่อลิตรการลดราคาน้ำมันคราวนี้ก็คือ “ใช้อัฐยาย มาซื้อขนมยาย” นั่นเอง ถ้าจะกล่าวให้แรงกว่านี้ คือเป็นการแล่เนื้อเถือหนังประชาชนที่ว่าแร่เนื้อเถือหนังประชาชนเพราะการเพิ่มการชดเชยน้ำมันกลุ่มดีเซล และเบนซินคือการเพิ่มหนี้ให้กองทุนน้ำมัน ซึ่งเป็นภาระหนี้ที่ประชาชนต้องจ่ายคืนเองล้วนๆ ส่วนเบนซินที่ลดการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ก็คือการคายเนื้อของประชาชนที่กองทุนน้ำมันอมไว้เช่นกันการลดราคาด้วยการเพิ่มการชดเชยจากกองทุนน้ำมันดีเซล บี7 บี20 และแก๊สโซฮอล์ อี 20 และอี85 เป็นการเพิ่มหนี้ให้ประชาชนในกองทุนน้ำมันอีกประมาณ 200 ล้านบาทต่อวันเป็นสิ่งที่แน่ชัดว่ารัฐบาไม่แตะกำไรกลุ่มโรงกลั่นน้ำมัน และรวมหัวรุมกินโต๊ะประชาชน โดยไม่ยอมลดภาษีสรรพสามิตของกระทรวงการคลังแม้แต่สลึงเดียว แต่เล่นปาหี่แหกตาประชาชนลดราคาน้ำมันที่หน้าปั้ม แต่สร้างหนี้เพิ่มในกองทุนน้ำมัน เพียงแต่คราวนี้ไม่เนียน เพราะประชาชนเข้าใจมากขึ้นแล้ว รัฐบาลจะได้ก้อนอิฐหรือตุ๊กตาทองก็รอดูกันต่อไปจะพอมีหวังไหม ที่หวังให้รัฐบาลกลับตัวกลับใจเสียใหม่ หันมารับใช้ประชาชนที่เลือกพวกคุณมากำกับดูแลผลประโยชน์ของประชาชน โดยการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันให้โปร่งใสและเป็นธรรมแก่ประชาชนผู้เป็นฐานรากทางเศรษฐกิจตัวจริงของประเทศไทย


Posted

in

by

Tags: