รัฐบาลเริ่มจัดสร้างพระเมรุมาศ ‘สมเด็จพระพันปีหลวง’ เดือนก.พ. คาดแล้วเสร็จต.ค.69

นายกฯ แถลงความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ 'สมเด็จพระพันปีหลวง' ออกแบบปลียอดทรงมงกุฎแปลงประดับพรหมพักตร์ สื่อความหมาย 'แม่ของแผ่นดิน' เริ่มสร้างเดือน ก.พ. นี้ คาดแล้วเสร็จเดือน ต.ค. 2569เมื่อวันที่ 26 ม.ค. เวลา 10.25 น. ที่ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย แถลงความคืบหน้าการจัดสร้างพระเมรุมาศและเครื่องประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พร้อมด้วย นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการฝ่ายจัดสร้างพระเมรุมาศฯ นายสันติ ปิยะทัต รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร นางสุดฤทัย เลิศเกษม อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ และผู้เกี่ยวข้องร่วมงานทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เมื่อวันที่ 24 ต.ค. 2568 ได้นำความเศร้าโศกเสียใจมาสู่พสกนิกรทั่วประเทศ ในการนี้ เพื่อให้การจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพเป็นไปตามพระราชประเพณี และสมพระเกียรติทุกประการ ได้กราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นองค์ที่ปรึกษาการจัดงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพในครั้งนี้ และมอบหมายให้กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม รับผิดชอบการออกแบบและจัดสร้างพระเมรุมาศสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ การบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ การออกแบบพระหีบจันทน์ พระโกศจันทน์ และเครื่องสังเค็ดในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระบรมราชนุมัติให้จัดสร้างตามรูปแบบที่รัฐบาลกราบบังคมทูลพระกรุณาแล้วนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับการออกแบบพระเมรุมาศ กรมศิลปากรยึดหลักการออกแบบให้ถูกต้องตามโบราณราชประเพณี ควบคู่กับความงดงามทางรูปแบบศิลปกรรมที่สะท้อนพระราชจริยวัตรและพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวไทย พระเมรุมาศที่ส่วนยอดเป็นทรงมงกุฎแปลง ตามเครื่องศิราภรณ์ของเจ้านาย ประกอบด้วยหลังคาซ้อน 7 ชั้น เชิงกลอนเสมอด้วยพระมาหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ส่วนปลียอดเป็นรูปพรหมพักตร์ สื่อถึงการเสด็จสู่พรหมโลกหลังการสวรรคตและสื่อถึงพระราชสมัญญา “แม่ของแผ่นดิน” ที่ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจเสมือนมารดาดูแลรักษาบุตร ดังพรหมของบุตร ที่ยอดบนสุดของพระเมรุมาศประดับนพปฎลมหาเศวตฉัตร หรือฉัตร 9 ชั้น เพื่อแสดงถึงพระบรมราชอิสริยยศขั้นสูงสุดนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พระเมรุมาศมีแผนผังสี่เหลี่ยมจัตุรัส ทรงปราสาท ออกมุข 4 ด้าน ตั้งอยู่เหนือฐานชาลา 2 ชั้น ที่ตกแต่งด้วยรูปเทวดาสื่อถึงการเสด็จสู่สวรรคาลัย หลังคาสีฟ้าหม่น สลับสีปีกแมลงทับ หน้าบันแต่ละด้านประดับอักษรพระนามาภิไธย ส.ก. บนพื้นสีฟ้า เป็นสีประจำวันศุกร์ซึ่งเป็นวันพระราชสมภพ พื้นหลังสีชมพูซึ่งเป็นสีแห่งศรีของวันพระราชสมภพ ซุ้มหน้าบันจัดสร้างในลักษณะซุ้มหน้านาง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากรูปทรงมงกุฎและสร้อยพระศอที่เคยทรงขณะดำรงพระชนมชีพ ลายประกอบสำหรับตกแต่งพระเมรุมาศได้รับแรงบันดาลใจมาจากพรรณไม้ต่างๆ ที่เนื่องด้วยพระนาม “สิริกิติ์” ส่วนฉากบังเพลิง จัดปักโดยฝีมือช่างสถาบันสิริกิติ์ ซึ่งถือกำเนิดจากพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า สำหรับภูมิทัศน์โดยรอบพระเมรุมาศ จัดวางตามแนวคิดภูมิจักรวาล ประดับด้วยสระทรงกลมรายรอบด้วยรูปสัตว์หิมพานต์และตัวละครจากเรื่องรามเกียรติ์ สื่อถึงพระราชกรณียกิจการอนุรักษ์การแสดงโขน นอกจากนี้ ยังมีสิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุมาศ ได้แก่ พระที่นั่งทรงธรรม ศาลาลูกขุน ทับเกษตร และทิม สำหรับเป็นที่ประทับและรับรองทูตานุทูต ตลอดจนแขกที่เข้าร่วมพิธี ทั้งนี้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดส่งไม้จันทน์หอมสำหรับจัดสร้างพระหีบจันทน์และพระโกศจันทน์ให้แก่สำนักช่างสิบหมู่ กรมศิลปากรแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างการขยายแบบและลวดลายเพื่อจัดสร้าง ส่วนพระโกศพระบรมอัฐิ ทำด้วยทองคำลงยาราชาวดีประดับรัตนชาติ รูปทรง 8 เหลี่ยม ยอดทรงมงกุฎ ตามรูปแบบที่สืบทอดมาแต่โบราณ นอกจากนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้จัดสร้างเครื่องสังเค็ดสำหรับพระราชทานไปยังพระอารามหลวงและศาสนสถานต่างๆ ประกอบด้วย โต๊ะหมู่ ตู้หนังสือ โต๊ะทำงานพร้อมชั้นหนังสือและเก้าอี้ จัดสร้างจำนวน 4 แบบ และโคมไฟนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การจัดสร้างพระเมรุมาศในครั้งนี้ จะเริ่มก่อสร้างในเดือน ก.พ. 2569 และจะแล้วเสร็จในเดือน ต.ค. 2569 จากนั้นจะนำความขึ้นกราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทานพระบรมราชวินิจฉัย เพื่อกำหนดวันประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพต่อไป


Posted

in

by

Tags: