เอาละ…..!เมื่อ กกต.ลงมติชี้ขาด “คดีฮั้ว สว.” ไปแล้ววานซืนปฏิกิริยาที่ตามมาเป็นไงบ้าง วันนี้ก็มาดูกันขอเริ่มด้วยรายคุณ “สมชัย ศรีสุทธิยากร”เขาบอกให้ช่วยกันแชร์ ผมก็ต้องช่วยเขาหน่อย“คุณสมชัย” โพสต์ข้อความว่า“ขอฉันทามติ จากประชาชนใช้เงิน กองทุน สู้ กกต. 1 ล้านบาท จ้างทีมทนายที่ดีที่สุดเปิดกฎหมายทุกฉบับ ฟ้อง กกต.ทุกชุดที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้ว สว.ทุกมาตรา ทุกศาล ทุกช่องทางภายใน 26 วัน เท่ากับจำนวน สว. 26 คน ที่เขาส่งฟ้องศาลเงินกองทุน สู้ กกต. ที่รับบริจาคมาเพื่อสู้กับ กกต.กรณี 'ฟ้องปิดปากประชาชน' มียอดบริจาค ประมาณ 2.2 ล้านบาทยังไม่ได้เบิกออกจากบัญชีแม้แต่บาทเดียว การมีมติใช้เงิน ต้องใช้เสียงข้างมากของกรรมการ 5 คน คือ อ.ปริญญา จาก นิติ มธ., คุณลัดดาวัลย์ จาก PNET,คุณเป๋า ยิ่งชีพ จาก iLaw, คุณพงษ์ศักดิ์ จาก Anfrel, และทนายนรเศรษฐ์โดยผม ไม่มีชื่อในกรรมการ แต่สามารถเสนอเรื่องให้ กรรมการพิจารณาในฐานะประชาชนคนหนึ่งที่ร่วมบริจาควันนี้ กกต.มีมติเรื่องคดีฮั้ว สว.ขัดกับหลักฐานข้อเท็จจริงที่คนในสังคมรับรู้และยังไม่เปิดเผยเสียงและรายชื่อ กกต.ที่ลงมติดังนั้น ผมจึงขอเสียงฉันทามติ จากประชาชนว่าสมควรใช้เงินกองทุน….เพื่อจ้างทีมทนายที่ดีที่สุดในประเทศ (ใครก็ได้ ที่เสนอตัวเข้ามาและให้ประชาชนช่วยกันพิจารณาคัดเลือก)พลิกกฎหมายทุกฉบับ เพื่อทำคำฟ้อง กกต. ทุกคน ทุกชุดที่เกี่ยวข้องกับคดี ฮั้ว สว. ต่อทุกศาล และทุกช่องทางในกรณีที่ กรรมการกองทุน มีมติเห็นด้วยเราจะดำเนินการทันทีแต่หากกรรมการกองทุนเสียงข้างมากไม่เห็นด้วยเราจะชี้แจงมติ ผู้ลงมติเสียงข้างมาก เสียงข้างน้อย และเหตุผลต่อประชาชนพร้อมตั้งโต๊ะแถลง ไม่ส่งตัวแทน พร้อมสบตาประชาชนไม่ลับๆ ล่อๆ เหมือนการแถลงข่าวของ กกต. เมื่อ 14 กันยายน 2569ช่วยกันแชร์ข้อความนี้การกดไลก์ จำนวนการแชร์ การแสดงความเห็นทั้งเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยทุกความเห็น จะถูกนำเสนอให้ กรรมการกองทุน พิจารณาต่อไป."……………………………………ครับ….นี่เจ้าแรกที่จะฟ้อง กกต.ทุกคน ทุกชุด ต่อทุกศาล และทุกช่องทางฐานมีมติไม่ส่งฟ้อง ๒๒๙ รายในคดีฮั้ว สว.แต่ผมว่านะ คุณสมชัยจะฟ้อง กกต. “ทุกคน” มันจะมั่วไปเพราะใน ๗ ข้อหา คดีฮั้ว สว.นั้นการลงมติ เสียงไม่เป็นเอกฉันท์ในทุกข้อหาคือบางข้อหา มติเป็นเอกฉันท์บางข้อหา มีทั้งเสียงข้างมากและเสียงข้างน้อยอย่างเมื่อวาน “นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ”กกต.เสียงข้างน้อยท่านได้ออกมาพูดประเด็นที่ท่านขัดใจเล็กน้อยต่อกรณีที่ท่าน “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต.แถลงโดยไม่แจกแจงเป็นรายข้อกล่าวหาว่าข้อกล่าวหาไหน มติเสียงข้างมากเท่าไหร่ ข้างน้อยเท่าไหร่ ท่านพูดมีเนื้อหาค่อนข้างยาวก็ไปอ่านจากข่าวไทยโพสต์หรือที่ไหนก็ได้ มีเหมือนกันฉะนั้น ถ้าจะฟ้อง กกต.ละก็ อย่าฟ้องสะเปรอะจะได้ประหยัดค่าทนายแฟนๆ ลงขันให้ตั้ง ๒ ล้านกว่าประหยัดไว้เผื่อค่าข้าวผัด โอเลี้ยงตัวเองบ้าง!ที่จองกฐิน กกต.รายต่อมา คือ…“ท่านเท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” เจ้าสำนักส้มแถลงครอบจักรวาลไปเลยว่า“พรรคประชาชนกำหนดแนวทาง ๕ ประการเริ่มจากเตรียมฟ้อง กกต.ในฐานความผิด'ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ'รวมถึงกระทำขัดต่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย กกต.ควบคู่ กับการใช้ช่องทางกฎหมาย'เพื่อนำพยานหลักฐานของ ผู้ถูกกล่าวหา'ที่ 'กกต.ไม่สั่งฟ้อง' เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลในส่วนของกลไกรัฐสภาเตรียมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจเพื่อตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่เกี่ยวข้องนอกจากนี้ จะผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญเพื่อจำกัดอำนาจ สว. 'ปฏิรูปองค์กรอิสระให้โปร่งใส'และเพิ่มอำนาจประชาชนในการเข้าชื่อ'ถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ'รวมถึงเดินหน้า 'จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่'ผ่าน 'สภาร่างรัฐธรรมนูญ' ที่มาจากเลือกตั้งโดยตรงโดยไม่เปิดเงื่อนไขให้ สว.เข้ามาขัดขวางเจตจำนงของประชาชนได้อีก"แหม….ท่านเท้งนี่ ลงทุนสลึงเดียวแต่จะเอาทั้งฟ้อง กกต. ทั้งอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลทั้งขั้นเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ “มัดมือ-มัดตีน สว.”มันไม่เป็นการ “ค้ากำไรเกินควร” มากไปหน่อยรึทั่น!?รายต่อมา….อดีตนายกฯ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แห่งพรรค อีก ๒๐ ปี ครบ ๑๐๐ ยืนขนาบซ้าย-ขวา ด้วยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ (อ้าว…กลับบ้านเก่าแล้วเรอะ?)นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ และนายราเมศ รัตนะเชวง ทีมกฎหมายของพรรคหลังจากอารัมภบท อดีตนายกฯ อภิสิทธิ์ ก็เข้าประเด็น“สิ่งที่ ปชป.จะดำเนินการหลังจากนี้….เมื่อ กกต.มีมติเสียงข้างมากว่าผู้ถูกกล่าวหา ๗๗ คน กระทำผิด ดังนี้คดีที่อยู่ในการดำเนินการของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ฐานอั้งยี่และฟอกเงินต้องเดินต่อไปส่งอัยการฟ้อง ๘ รายและขยายผลเพิ่มเติมตามที่ 'อัยการสูงสุด' ร้องขอและ ปชป.จะจับตาการเข้าไปแทรกแซงดีเอสไอของรัฐบาลผมเรียกร้องให้ กกต.ส่งสำนวนการไต่สวนโดยละเอียดหรือคณะกรรมการฯ ชุดที่ ๒๖และหากศาลไต่สวนและเกิดความปรากฏว่ามีข้อเท็จจริงที่พัวพันไปถึงคนอื่นนอกเหนือจาก ๗๗ คนกกต.ต้องดำเนินการ ไม่อาจตัดจบจากการดำเนินการที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานหรือคำวินิจฉัยที่เรามองว่า ขัดแย้งกับข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายรวมถึงบรรทัดฐานทางกฎหมายที่ กกต.และศาลฎีกาเคยมีคำพิพากษาไว้เราทราบว่า มีผู้เสียหาย ที่ต้องการฟ้อง กกต.เช่น พ.ร.ป.ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วย กกต. ปี ๖๐ มาตรา ๖๙ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ปี ๖๑ มาตรา ๑๗๒และประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งมี 'ผู้ถูกกล่าวหา' ติดต่อพรรคมาแล้วเพื่อขอรับความช่วยเหลือทางกฎหมาย ซึ่งพร้อมที่จะดำเนินการอย่างเต็มที่เราแปลกใจ ท่าน (ประธาน กกต.) ให้เหตุผลว่ามีการโทรศัพท์ติดต่อกันจริง แต่ไม่รู้คุยกันเรื่องอะไรอยู่ที่เดียวกันจริง แต่ไม่รู้ว่าประชุมกันเรื่องอะไรคำถามคือ ผมจะรับฟังเหตุผลนี้ได้….ถ้าท่านแสวงหาคำตอบว่า….ถ้าไม่ใช่เรื่องนี้แล้ว ไปคุยกันเรื่องอะไร…ไม่มีวันที่ ๑๔ ก.ย.ไม่ใช่วันที่เรื่องนี้จบแต่จะเป็นจุดเริ่มต้นของบทต่อไปในเรื่องนี้”ครับ….เรื่องหยุมหยิม-จิ้มจุ่ม ต้องยกให้ประชาธิปัตย์เค้าเห็นที กกต.อ่วมอรทัยแน่ เพราะหลายเจ้ารุมจองกฐินกกต.มี ๗ ท่านผมว่า เป็นการตัดปัญหา “เสียงข้างมาก-เสียงข้างน้อย”ทุกเจ้าภาพ รวมเป็น “กฐินสามัคคี”ฟ้องท่าน “ณรงค์ กลั่นวารินทร์”ในฐานะประธาน กกต.ท่านเดียวก็พอ!ว่าแต่ว่า ทั้งท่านเท้ง ท่านอภิสิทธิ์ ท่านสมชัย"มีส่วนได้-ส่วนเสีย" คือ “เป็นผู้เสียหาย”ในการ “เลือก สว.” ชุดนี้ กับเขาหรือเปล่าล่ะ?ที่จะไปฟ้อง กกต.นั่นน่ะ!?แต่นี่ซี…ที่เป็น “ผู้เสียหาย” ตัวจริงและใครที่ทำให้เขาเสียหาย…รู้มิใช่รึ จงเตรียมตัว!ที่ “กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง” เมื่อวาน (๑๕ ก.ย.)DSI และ กกต.เข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ที่นำเอกสารสำนวนสอบสวนคดี "ฮั้วเลือก สว."ซึ่งเป็น “เอกสารทางราชการ” ที่มีชั้นความลับไปเผยแพร่นั้น“พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย” ผบช.ก.ระบุว่า“คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ 'กองบังคับการปราบปราม' อยู่ระหว่างการเร่งรัด 'สืบสวนสอบสวน''หาตัวผู้กระทำผิด' มาลงโทษเช่นเดียวกัน!สำหรับชนวนเหตุของการแจ้งความ 'คดีเอกสารหลุด'สืบเนื่องจาก DSI และ กกต.พบว่า'เอกสารความเห็นและ สำนวนลับ'ในคดีฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (รวมถึงเอกสารของคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ)'ได้หลุดรอดไปสู่บุคคลภายนอก'และถูกนำไปเผยแพร่โดย 'องค์กรภาคประชาสังคม' อย่าง iLawรวมถึง 'กลุ่มนักการเมือง' และ 'พรรคการเมือง' ต่าง ๆทาง 'หน่วยงานราชการผู้เสียหาย' จึงชี้ว่า….'ข้อมูลเชิงลึก' ดังกล่าวนับเป็นเอกสารในสำนวน 'สอบสวนลับ'ที่ไม่ควรเปิดเผยนอกชั้นศาลการนำไปเผยแพร่อาจส่งผลกระทบต่อรูปคดีและกระทบต่อกระบวนการยุติธรรมขณะเดียวกันฝ่ายการเมืองและพรรคภูมิใจไทยเรียกร้องให้มีการตรวจสอบอย่างเร่งด่วนว่าเอกสารทางราชการ 'ชั้นความลับ' ดังกล่าวรั่วไหลไปอยู่ในมือของ 'บุคคลภายนอก' ได้อย่างไร?"นี่ผมก็รวบรวม “ควันหลง” หลังมติ กกต.มาให้ท่านทราบความจริงยังไม่หมดแต่วันนี้….ขอไปขึ้นภูดูสมภารฉันโต๊ะกลมรับลมเย็นๆ ซักแป๊บ!-เปลว สีเงิน๑๖ กันยายน ๒๕๖๙คนปลายซอย
รุมจอง ‘กฐิน กกต.’
by
Tags: