รูปเดียวจุกอก! “นักเรียน 45 ขาด 45” เบื้องหลังคือห้องเรียนที่ “ไม่มีวัน” ได้เจอหน้ากันอีก

กลั้นน้ำตาไม่ไหว! ครูวัย 70 กับ "นักเรียน 45… ขาดเรียน 45" ภาพบีบหัวใจบนกระดานดำ เบื้องหลังคือความรักของครูผู้สอนเด็กป่วยมะเร็งภาพกระดานดำที่มีข้อความสั้นๆ ว่า "นักเรียนทั้งหมด: 45 ขาดเรียน: 45" กำลังถูกแชร์ว่อนโลกออนไลน์ เวียดนาม หลายคนเห็นแล้วอาจสงสัย แต่เมื่อรู้ความจริงเบื้องหลัง ตัวเลขเหล่านี้กลับทำให้ผู้คนต้องหลั่งน้ำตา เพราะนี่ไม่ใช่การโดดเรียนยกห้อง แต่คือสัญญาณบอกลาของ "นักเรียนที่เดินทางไกล" ไปตลอดกาลห้องเรียนดอกทานตะวัน: ที่ที่ความตายพรากความฝันไม่ได้ข้อความดังกล่าวมาจากห้องเรียนพิเศษใน โรงพยาบาลมะเร็งนครโฮจิมินห์ ซึ่งดูแลโดย ครูติญ ถิ กิม เฝิ่น (Đinh Thị Kim Phấn) หญิงชราวัย 70 ปี ผู้ทุ่มเทเวลา 15 ปีสุดท้ายของชีวิตเพื่อสอนหนังสือให้เด็กป่วยมะเร็งในวันที่ถ่ายภาพนี้ ห้องเรียนว่างเปล่า บนโต๊ะเรียนไม่มีเด็กนักเรียน มีเพียง "ดอกทานตะวัน" ที่ครูเฝิ่นวางไว้อย่างบรรจง และรายชื่อ 45 ชื่อบนกระดาน เพื่อระลึกถึงเด็กๆ 45 คนที่เพิ่งจากโลกนี้ไป… บรรยากาศเงียบงัน แต่เต็มไปด้วยความคิดถึง ครูเฝิ่นกล่าวว่า "ชีวิตของเด็กๆ แม้จะจบลงแบบนี้ แต่ครูเชื่อว่าพวกเขามีความสุข เพราะอย่างน้อยก็ได้มาโรงเรียน ได้มีครู ได้ทำตามฝันในช่วงสุดท้าย"ครูผู้เปลี่ยนความเจ็บปวดเป็นพลังครูเฝิ่นเคยเป็นครูอาสาบนดอยสูงมาก่อน แต่จุดเปลี่ยนในชีวิตคือการสูญเสียลูกชายคนโตไปจากอาการป่วยไข้ ความเจ็บปวดนั้นทำให้เธอย้ายกลับเข้าเมือง และเมื่อได้อ่านเรื่องราวของเด็กป่วยมะเร็งที่สู้ชีวิต เธอจึงตัดสินใจก่อตั้ง "ห้องเรียนดอกทานตะวัน" ในปี 2009 เพื่อมอบพื้นที่ให้เด็กป่วยได้เป็น "นักเรียน" เหมือนเด็กทั่วไปเด็กที่นี่เรียนไปพร้อมกับสายน้ำเกลือ บางคนหัวโล้นจากการทำคีย์โม บางคนนั่งเรียนวันนี้ พรุ่งนี้อาจไม่ได้กลับมาอีก… แต่ครูเฝิ่นไม่เคยท้อ เธอเก็บสมุดการบ้าน ภาพวาด และลายมือของเด็กๆ ทุกคนที่จากไปใส่กล่องไว้ที่บ้าน เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า "ครั้งหนึ่ง พวกเขาเคยมีชีวิต เคยยิ้ม และเคยมีความฝัน"15 ปีแห่งการให้ที่ยิ่งใหญ่ล่าสุด เรื่องราวของครูเฝิ่นได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล WeChoice Awards 2025 สาขาบุคคลผู้สร้างแรงบันดาลใจ เพื่อเชิดชูเกียรติแด่แม่พิมพ์ของชาติ ผู้เปลี่ยนห้องสี่เหลี่ยมในโรงพยาบาล ให้กลายเป็นโลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความรักและความหวัง ตราบจนลมหายใจสุดท้ายของลูกศิษย์ตัวน้อย


Posted

in

by

Tags: