ชื่อของ “ท่านอ่อง” นายแพทย์จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง หลังเผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2569 ระบุว่า ได้ตัดความสัมพันธ์กับครอบครัวฝั่งวิวัชรวงศ์มาหลายปีแล้ว พร้อมประณามการนำชื่อไปอ้างรับบริจาคเป็นค่ารักษาพยาบาล โดยยืนยันว่าไม่เคยได้รับเงินหรือผลประโยชน์จากผู้ที่นำชื่อไปกล่าวอ้างแม้แต่บาทเดียวจากความเคลื่อนไหวครั้งนี้ ลองย้อนมาทำความรู้จัก “ท่านอ่อง” นพ.จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ วัย 43 ปี กับเส้นทางชีวิตที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเติบโตในต่างประเทศ ปัญหาสุขภาพ และเส้นทางที่นำไปสู่การเป็นแพทย์นพ.จักรีวัชร เกิดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2526 และใช้ชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในต่างประเทศ โดยย้ายไปพำนักในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วัยเด็ก ก่อนเข้าศึกษาที่ Trinity Preparatory Schoolช่วงชีวิตในวัยเรียนต้องดำเนินควบคู่ไปกับการรักษาสุขภาพนพ.จักรีวัชรเคยเปิดเผยว่า เป็นโรค Neurofibromatosis Type 2 หรือ NF2 ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดเนื้องอกในระบบประสาท และต้องผ่านการรักษามาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการผ่าตัดและการรักษาด้วยรังสีปัญหาสุขภาพส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการศึกษาในบางช่วง แต่ขณะเดียวกัน ประสบการณ์จากการเป็นผู้ป่วยก็มีส่วนสำคัญต่อความสนใจด้านการแพทย์ในเวลาต่อมาเส้นทางการศึกษาของ นพ.จักรีวัชรเดินหน้าต่อ โดยศึกษาด้านจิตวิทยาชีวภาพและวิทยาศาสตร์ ก่อนศึกษาต่อด้านการแพทย์จนสำเร็จการศึกษาและก้าวเข้าสู่วิชาชีพแพทย์ประสบการณ์จากการรักษามาตั้งแต่วัยเยาว์ ทำให้ นพ.จักรีวัชรได้สัมผัสโลกของการแพทย์ในฐานะผู้ป่วยมาเป็นเวลานาน ก่อนจะเลือกเดินเข้าสู่เส้นทางเดียวกันในอีกบทบาทหนึ่ง และกลายเป็นส่วนสำคัญของชีวิตในเวลาต่อมาหลังสำเร็จการศึกษา นพ.จักรีวัชรจัดตั้ง Chakriwat Medical Information Center หรือ CMIC เพื่อเผยแพร่ความรู้ด้านสุขภาพและการแพทย์ โดยมุ่งสื่อสารข้อมูลให้ประชาชน โดยเฉพาะคนไทย สามารถเข้าถึงและทำความเข้าใจเรื่องสุขภาพได้ง่ายขึ้นนอกจากนี้ ยังใช้สื่อออนไลน์เผยแพร่ความรู้ทางการแพทย์ในหลากหลายเรื่อง ตั้งแต่โรคเบาหวาน ภาวะขาดไทรอยด์ฮอร์โมน ไปจนถึงกลุ่มอาการปวดกล้ามเนื้อ เอ็น และเนื้อเยื่ออ่อน เพื่อให้คนไทยสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในการดูแลสุขภาพของตัวเองชีวิตส่วนใหญ่ของ นพ.จักรีวัชรยังคงดำเนินอยู่ในสหรัฐอเมริกา กระทั่งปี 2566 ได้เดินทางกลับประเทศไทย และได้รับความสนใจจากคนไทยจำนวนมากวันที่ 13 สิงหาคม 2566 นพ.จักรีวัชรเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราช และเผยแพร่ข้อความถึงความรู้สึกในการเดินทางครั้งนั้นว่า เป็น “ฝันที่เป็นจริง” พร้อมกล่าวถึงแรงบันดาลใจด้านการแพทย์ ซึ่งมีส่วนสำคัญต่อการเลือกเส้นทางวิชาชีพของตนหลังจากนั้น ผู้ติดตามยังได้เห็นเรื่องราวการใช้ชีวิตและเนื้อหาด้านสุขภาพผ่านสื่อสังคมออนไลน์ของ นพ.จักรีวัชรเป็นระยะในการสื่อสารผ่านเฟซบุ๊ก นพ.จักรีวัชรยังเคยกล่าวถึงการเรียกขานตนเอง หลังมีผู้ติดตามถกเถียงกันในเรื่องดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2567 ระบุว่า“ผมเป็นคนธรรมดา ที่ไม่อยู่ในฐานะที่ใครๆ ควรจะใช้คำราชาศัพท์ เช่น ทรงพระเจริญ กับผม”พร้อมระบุว่า ต้องการใช้ชีวิตเหมือนคนธรรมดาสามัญทั่วไป แต่หากผู้ติดตามยังยืนยันที่จะใช้ถ้อยคำดังกล่าวก็ไม่สามารถห้ามซ้ำๆ ได้ และหากใครไม่ชอบที่จะเห็นก็ขอให้ข้ามโพสต์ของตนไปตลอดเส้นทางในต่างแดน นพ.จักรีวัชรจึงมีทั้งช่วงเวลาของการศึกษา การรักษาสุขภาพ และการทำงานด้านการแพทย์ ขณะเดียวกันยังใช้พื้นที่ออนไลน์เป็นช่องทางถ่ายทอดความรู้ด้านสุขภาพแก่ผู้ติดตามชาวไทยมาอย่างต่อเนื่องปัจจุบันในวัย 43 ปี นพ.จักรีวัชรยังคงใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐอเมริกา โดยเรื่องราวที่เผยแพร่ผ่านช่องทางส่วนตัวทำให้คนไทยได้ติดตามทั้งชีวิตประจำวันและงานด้านการแพทย์เป็นระยะทั้งหมดนี้คือเส้นทางชีวิตในต่างแดนอีกด้านหนึ่งของ “ท่านอ่อง” นพ.จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ จากเด็กที่ต้องเติบโตพร้อมกับการรักษาสุขภาพ ผ่านการศึกษา จนก้าวเข้าสู่วิชาชีพแพทย์ และนำความรู้ที่มีมาถ่ายทอดให้คนไทยได้ติดตามมาจนถึงปัจจุบัน.
รู้จัก ‘ท่านอ่อง’ นพ.จักรีวัชร วิวัชรวงศ์ กับเส้นทางชีวิตในต่างแดน
by
Tags: