รู้ไว้ดีกว่า! “ส้มโอ” ผลไม้เทพ ที่อาจกลายเป็น “ยาพิษ” ทำลายตับ หากเผลอกินคู่กับสิ่งนี้

เหรียญสองด้านของ "ส้มโอ" ผลไม้เทพที่อาจกลายเป็น "ยาพิษ" ทำลายตับ หากกินคู่กับสิ่งนี้!ใครชอบกิน "ส้มโอ" (หรือเกรปฟรุต) ต้องอ่าน! แม้จะเป็นราชาผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซี แต่ถ้ากินผิดเวลา โดยเฉพาะกินแกล้มเหล้า หรือกินเพื่อแก้เมา มันอาจเปลี่ยนสถานะจาก "ยาดี" เป็น "เพชฌฆาตเงียบ" ที่ทำร้ายตับคุณโดยไม่รู้ตัวผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์แผนตะวันออกเตือนว่า ความเชื่อที่ว่า "กินส้มโอช่วยสร่างเมา" นั้น ผิดมหันต์!ห้ามกิน "ส้มโอ" หลังดื่มแอลกอฮอล์เด็ดขาด!หลายคนเข้าใจว่าส้มโอฉ่ำน้ำ มีวิตามินซีสูง น่าจะช่วยขับแอลกอฮอล์ได้ แต่ความจริงคือ:ในส้มโอมีสารประกอบ "ฟูราโนคูมาริน" (Furanocoumarin)สารนี้จะไป ยับยั้งเอนไซม์ ที่ช่วยกำจัดสารพิษในลำไส้และตับผลที่ตามมาคือ เอทานอล (แอลกอฮอล์) จะตกค้างอยู่ในร่างกายนานขึ้น และมีความเป็นพิษสูงขึ้น ทำให้ตับต้องทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่า!คำแนะนำ: หลังจากดื่มแอลกอฮอล์ ควรรออย่างน้อย 48 ชั่วโมง ถึงจะกินส้มโอได้ เพื่อความปลอดภัยของตับคนกินยาประจำตัว ต้องระวัง!ไม่ใช่แค่เหล้าเบียร์ แต่ "ฟูราโนคูมาริน" ในส้มโอ ยังทำปฏิกิริยากับยาหลายชนิด โดยเฉพาะ:ยาโรคหัวใจ / ความดันยารักษามะเร็งยาลดไขมัน การกินคู่กันอาจทำให้ยาออกฤทธิ์แรงเกินไปจนเกิดผลข้างเคียง หรือทำให้ยาไม่ได้ผล ดังนั้นผู้ป่วยเรื้อรังควรปรึกษาแพทย์ก่อนกินครับอย่าทิ้ง! "เปลือก" และ "ไส้ขาว" คือยาอายุวัฒนะแม้เนื้อส้มโอจะมีข้อควรระวัง แต่ส่วนที่เรามักทิ้งอย่าง "เปลือกเขียว" และ "ไส้สีขาว (เนื้อปุย)" กลับเป็นยาวิเศษในตำราแพทย์แผนโบราณ:1. เปลือกส้มโอ (ส่วนสีเขียว/เหลือง):สรรพคุณ: แก้ไอ ขับเสมหะ ลดอาการบวมน้ำ และแก้เมารถวิธีใช้: ต้มน้ำสระผมช่วยให้ผมดกดำลดผมร่วง หรือต้มน้ำอาบ/อบไอน้ำ ช่วยแก้หวัดและผ่อนคลาย (มีสารต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ลดฝ้ากระ)2. ไส้ขาว/เปลือกขาว (ส่วนที่เป็นฟองน้ำ):สรรพคุณ: มีสาร "เพกติน" (Pectin) สูงมาก ช่วยดักจับไขมัน ลดคอเลสเตอรอล และเคลือบกระเพาะอาหารลดอาการปวดท้องวิธีใช้: นิยมนำมาทำอาหาร เช่น แกงส้มเปลือกส้มโอ, ยำเปลือกส้มโอ หรือเชื่อมทำขนม (แต่ต้องคั้นน้ำเกลือเพื่อลดความขมก่อน)ข้อควรจำ: เปลือกและไส้ขาวไม่ควรกินตอนท้องว่าง และควรล้างให้สะอาดที่สุดเพื่อป้องกันยาฆ่าแมลงตกค้าง


Posted

in

by

Tags: