วิจารณ์สนั่น! กกต. ทำเกินกว่าเหต? ฟ้องสื่อ – ประชาชนข้อหาอั้งยี่ โทษหนักจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาทเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก สำหรับกรณีที่ กกต. ได้แจ้งความดำเนินคดีทั้ง สื่อ นักวิชาการ นักการเมือง และประชาชนทั่วไปรวม 6 ราย ใน 5 ข้อหา 1 ในนั้นคือข้อหา อั้งยี่ หลายคนมองว่านี่เป็นการฟ้องปิดปากหรือไม่ และการฟ้องสื่อ เท่ากับริดรอนสิทธิเสรีภาพในการนำเสนอข่าวหรือไม่?โดย 6 รายชื่อที่ กกต. ไปแจ้งความดำเนินคดี ประกอบไปด้วย1.นายธรรมธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม2.นายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Domecloud ผู้เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์ และเทคโนโลยี blockchain3.นายชัยพนธ์ ชวาลวณิชชัย หรือ ครูชัย เจ้าของแฟนเพจ M.I.B Marketing In Black4.นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง5.นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน6.นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ Spacebarโดยระบุว่า กลุ่มบุคคลเหล่านี้ ร่วมกันถ่ายภาพบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้วบัตรเลือกตั้ง และพยายามถอดรหัสคิวอาร์โค้ด บาร์โค้ด บนบัตรเลือกตั้ง ทั้งแบบเขตและบัญชีรายชื่อ เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลไปถึงผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งว่าลงคะแนนให้กับผู้ใด เหตุเกิดในการออกเสียงลงคะแนนใหม่ หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขตเลือกตั้งที่ 15 คันนายาว กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 22 ก.พ.ที่ผ่านมาโดยข้อหาที่กกต. แจ้งดำเนินคดีนั้นถือว่าเป็นข้อหาที่ร้ายแรงมาก เป็นความผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง 2560 มาตรา 66 วรรคสอง ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 มาตรา 209 มาตรา 322 และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 14 ความผิดตามข้อกฎหมายดังกล่าว บัญญัติถึงลักษณะความผิดและบทลงโทษไว้ค่อนข้างรุนแรงโดยตามมาตรา 66 พ.ร.ป.ว่าด้วย กกต. 2560ข้อหาที่ 1 ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือเพื่อให้การเลือกตั้งและเป็นได้เป็นไปโดยสุจริตเป็นเที่ยงธรรม หรือเป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท รวมทั้งจำทั้งปรับข้อหาที่ 2 ยุยง ปลุกปั่น ประชาชนให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อย หรือให้เกิดการแตกแยกในหมู่ประชาชน หรือให้ประชาชนฝ่าฝืนกฎหมาย อันเป็นการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปีข้อหาที่ 3 "อั้งยี่" ผู้ใดเป็นสมาชิกคณะบุคคลที่ปกปิดวิธีดำเนินการ และมุ่งหมายทำผิดกฎหมาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท หากเป็นหัวหน้า หรือผู้จัดการโทษสูงสุด คือจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาทข้อหาที่ 4 เปิดผนึก หรือ เอาจดหมาย โทรเลข หรือเอกสารใด ๆ ซึ่งปิดผนึกของผู้อื่นไปเพื่อล่วงรู้ข้อความออกมาเปิดเผย ทำให้เกิดความเสียหาย โทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับข้อหาที่ 5 นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ รวมถึงส่งต่อข้อมูลโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับแน่นอนว่า 1 ใน 6 คนที่ กกต. แจ้งความดำเนินคดี คือสื่อมวลชน นายทรงพล เรืองสมุทร หัวหน้าช่างภาพ Spacebar ล่าสุด สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์แสดงความห่วงใยต่อกรณี กกต. แจ้งความดำเนินคดี ช่างภาพที่ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน ใจความดังนี้การบังคับใช้กฎหมายต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อ ต้องอยู่ภายใต้หลักความจำเป็นและความได้สัดส่วน โดยต้องแยกแยะให้ชัดเจนระหว่างการกระทำที่เป็นการแทรกแซงการเลือกตั้ง กับการปฏิบัติหน้าที่ตามหลักวิชาชีพเพื่อรายงานข้อเท็จจริง และตรวจสอบความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้งสมาคมฯ เห็นว่าการดำเนินคดีทางอาญาต่อสื่อมวลชนหลายข้อหา ที่มีลักษณะร้ายแรง เช่น ความผิดฐานอั้งยี่ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสรีภาพของสื่อมวลชน และก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความหวาดกลัวในการรายงานข่าว ถือเป็นการ จำกัดหรือกดทับการทำหน้าที่ของสื่อสมาคมฯ ขอเรียกร้องให้ กกต. พิจารณาข้อเท็จจริงของกรณีดังกล่าวอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงเจตนาสุจริตของผู้ปฏิบัติหน้าที่สื่อมวลชน ตามหลักการคุ้มครองเสรีภาพในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน ควบคู่กันไป สมาคมฯ หวังว่า กกต.จะพิจารณาทบทวนการฟ้องร้องดำเนินคดีกับช่างภาพสื่อ ด้วยความรอบคอบโดยไม่กระทบต่อสิทธิและเสรีภาพการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. หนึ่งในบุคคลที่ถูก กกต. แจ้งความเช่นกัน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า เริ่มต้นแจ้งข้อกล่าวหาก็เมาหมัด คุณ กกต. แจ้งข้อกล่าวหาผมว่า ไปขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในการจัดการเลือกตั้งใหม่ ที่คันนายาว ในวันอาทิตย์ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ใครติดตามเฟซบุ๊กตน ก็จะรู้ว่าวันอาทิตย์นั้น ผมและเพื่อน ๆ กว่า 10 คน ไปขี่จักรยานท่องเที่ยวกันที่เกาะเกร็ด จ. นนทบุรี ตั้งแต่เช้าถึงเย็น แถมยังบ่นว่า “แดดมันร้อน”ไหน ๆ ฟ้องแล้ว ช่วยระบุเวลาหน่อยว่า ตอนไหน กี่โมง ที่เห็นผมไปปรากฏตัวที่ หน่วยเลือกตั้งดังกล่าว ทั้งรองเลขา ทั้ง ผอ.กกต. กทม. ผมก็เห็นตัวท่านอยู่ที่นั่นในข่าวทีวี ถ้าผมไปจริงแล้ว ไม่ไหว้ ไม่ทักทายเลย ดูขาดมารยาทต่ออดีตผู้บังคับบัญชานะครับท่านรู้ใช่ไหมว่า แจ้งความเท็จนั้นผิดกฎหมาย ต้องรับโทษทางอาญา ตาม ม. 137 และยังผิด ม.157 ในฐานะเจ้าหน้าที่ของรัฐ ประพฤติมิชอบด้วย โดยช่วงเช้าที่ผ่านมา นายสมชัย ยังให้สัมภาษณ์ ในรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand บอกว่า จ่อจะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทกับ กกต. เพราะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และจะเรียกค่าเสียหายด้วยข่าวที่เกี่ยวข้องทำความรู้จัก 7 กกต. หัวเรือใหญ่ในการควบคุมและจัดการเลือกตั้งปี 2569 กกต.ขอขยายเวลาแจงผู้ตรวจการแผ่นดิน ปมปัญหาการเลือกตั้ง อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : วิจารณ์สนั่น! กกต. ทำเกินกว่าเหต? ฟ้องสื่อ ประชาชนข้อหาอั้งยี่ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่- Website : https://www.pptvhd36.com
วิจารณ์สนั่น! กกต. ทำเกินกว่าเหต? ฟ้องสื่อ ประชาชนข้อหาอั้งยี่
by
Tags: