วิปริตเกินไป! วิธีเลือกซื้อ “ทาสหญิง” โรมันโบราณ ไม่ใช่แค่ดูช่องปาก อีกสิ่งยุคนี้ไม่มีวันรับได้

เผยด้านมืดประวัติศาสตร์โรมัน แฉทริคคัดเกรด ไม่ใช่แค่ดูช่องปาก! เปิดความจริงยุคโรมันโบราณ วิธีเลือกซื้อ "ทาสหญิง" สุดวิปริต ที่คนยุคนี้ไม่มีวันยอมรับย้อนรอยความโหดเหี้ยมยุคโรมันโบราณ! เปิดวิธีเลือกซื้อ "ทาสหญิง" ในตลาดค้ามนุษย์ ยอมรับพฤติกรรมสุดวิปริตที่คนยุคนี้รับไม่ได้ในยุคปัจจุบันที่มนุษยชาติร่วมกันขับเคลื่อนสังคมด้วยความเสมอภาคและเสรีภาพ อาจเป็นเรื่องยากที่จะจินตนาการถึงความโหดร้ายในอดีต แต่หากย้อนกลับไปในยุคที่ "ระบบทาส" ครอบงำโลก ไม่ว่าจะเป็นในประวัติศาสตร์จีนหรือโลกตะวันตก มนุษย์จำนวนมากเคยถูกลดทอนคุณค่าให้เป็นเพียงสิ่งของที่ไร้ซึ่งสิทธิเสรีภาพใด ๆหากเปรียบเทียบกับระบบทาสในจีนโบราณ แม้ทาสจะอยู่ชั้นล่างสุดของสังคม แต่ตามบันทึกประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ ทาสในจีนยังคงได้รับค่าตอบแทนบางส่วน สามารถมีครอบครัวของตัวเองได้ และด้วยค่านิยมความเมตตาตามหลักขงจื๊อทำให้นายเงินส่วนใหญ่ยังให้การดูแลขั้นพื้นฐาน แต่ตัดสลับมาที่ "จักรวรรดิโรมันโบราณ" ระบบทาสของที่นี่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยมและทารุณที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ จนมีสุภาษิตโรมันโบราณกล่าวไว้ว่า "คุณมีทาสกี่คน คุณก็มีศัตรูมากเท่านั้น" ซึ่งสะท้อนถึงแรงแค้นและความกดขี่ที่ฝังลึกได้อย่างชัดเจนตลาดค้ามนุษย์เฟื่องฟู: ทาสล้นเมืองโรมันตามบันทึกประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่โรมเข้าสู่ยุคสาธารณรัฐและมีการแผ่ขยายอำนาจด้วยการทำสงครามรุกรานดินแดนอื่น จำนวนทาสในฐานะเชลยศึกได้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ในช่วงศตวรรษที่ 1 ก่อนคริสตกาล จากจำนวนประชากรในกรุงโรมทั้งหมดประมาณ 1.5 ล้านคน มีประชากรที่เป็น "ทาส" สูงถึง 90 pointer หรือคิดเป็นเกือบ 2 ใน 3 ของประชากรทั้งหมดโดยเฉพาะ "ทาสหญิง" ถือเป็นสินค้าที่มีความต้องการสูงมากในตลาด เพราะนอกจากจะต้องรับใช้ งานบ้าน งานเรือน อย่างหนักหน่วงแล้ว พวกเธอยังถูกบังคับให้ตอบสนองความต้องการทางเพศและเรื่องส่วนตัวของนายเงินอีกด้วย ชีวิตความเป็นอยู่ของทาสในโรมันนั้นเข้มงวดและไร้ความปราณี หากไม่ได้รับอนุญาต ทาสจะไม่สามารถเอ่ยปากพูดได้ แม้แต่การขยับริมฝีปากเบา ๆ หรือการไอและการสะอึก ก็อาจถูกมองว่าเป็นการลบหลู่และต้องโทษถูกเฆี่ยนตีอย่างทารุณ เพราะเสียงเหล่านั้นทำลายนายเงินเปิดวิธีคัดเกรด "ทาสหญิง" สูงค่ากว่าทาสชาย 5 เท่าภายใต้กฎหมายโรมันโบราณ ทาสไม่ได้ถูกนับว่าเป็นมนุษย์ แต่มีสถานะเป็น "ทรัพย์สินส่วนบุคคล" ของผู้ซื้อ สามารถนำไปขายต่อ แลกเปลี่ยน หรือทำลายทิ้งได้อย่างถูกกฎหมาย ดังนั้น การเลือกซื้อทาสในตลาดจึงมีกระบวนการตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่ละเอียดและโหดร้ายไม่ต่างจากการเลือกซื้อสัตว์เลี้ยงผู้ซื้อจะทำการตรวจดูมัดกล้ามเนื้อ บังคับให้เปิดปากเพื่อตรวจเช็คสุขภาพฟัน แต่สิ่งที่เป็นประเด็นชวนช็อกและสะท้อนถึงการย่ำยีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์มากที่สุดในกระบวนการเลือกซื้อทาสหญิงคือ "การเลียเหงื่อ" > พฤติกรรมสุดวิปริตในตลาดทาส: > ผู้ซื้อในยุคโรมันจะใช้ลิ้นเลียไปตามผิวหนังเพื่อชิมรสชาติ "เหงื่อ" ของทาสหญิง โดยเชื่อว่ารสชาติและกลิ่นของเหงื่อสามารถใช้บ่งบอกได้ว่าทาสหญิงคนนั้นมีสุขภาพภายในแข็งแรงดี หรือมีโรคติดต่อและโรคซ่อนเร้นอยู่หรือไม่พฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการคุกคามทางเพศและทำลายจริยธรรมอย่างรุนแรง แต่ในสายตาของพ่อค้าและนายเงินยุคนั้น ทาสหญิงเป็นเพียง "สินค้าชิ้นหนึ่ง" ที่ไม่มีความจำเป็นต้องรับความเห็นใจใด ๆ และด้วยความที่ทาสหญิงสามารถตอบสนองความต้องการได้รอบด้านมากกว่าทาสชาย ราคาของทาสหญิงหนึ่งคนในตลาดจึงพุ่งสูงเทียบเท่ากับการซื้อทาสชายถึง 5 คนเลยทีเดียววงจรอุบาทว์ที่ไร้ทัศนคติการโต้กลับความน่าเศร้าของทาสหญิงในโรมันยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะต่อให้พวกเธอจะตั้งครรภ์กับนายเงิน ลูกที่เกิดมาก็จะไม่ได้รับสิทธิความเป็นมนุษย์ แต่จะถูกตีตราให้เป็นทาสตั้งแต่ลืมตาดูโลก และต้องสืบทอดวงจรอันทุกข์ทรมานนี้ต่อไป ทาสในยุคนั้นไม่มีสิทธิ์อุทธรณ์หรือต่อต้านใด ๆ เพราะการโต้กลับหรือขัดคำสั่งนายเงิน มีบทลงโทษสถานเดียวเท่านั้นคือ "ความตาย" เรื่องราวจากหน้าประวัติศาสตร์ชิ้นนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้คนในยุคปัจจุบันได้ตระหนักถึงความโหดร้ายในอดีต และทำให้เห็นว่าคุณค่าของจริยธรรม ความเสมอภาค และสิทธิมนุษยชนที่เรามีอยู่ในปัจจุบันนั้น เป็นสิ่งที่มีค่าและน่าหวงแหนมากเพียงใด


Posted

in

by

Tags: