‘สงกรานต์-การเมือง’

สวัสดี “สงกรานต์” ปีมะเมียขอผองพี่น้องไทยสุขสำราญชื่นบานอุรา ทุกข์-โศกที่เคยมี ถึงสงกรานต์ปีนี้ มีแต่ได้กับได้ เรื่องร้าย-เรื่องเสีย ขออย่ามีที่เจ็บ ก็หายเจ็บ ที่จน ก็หายจน ที่รวย ก็หายรวยเอ๊ะ…ไม่ดี …..ต้องเป็นว่า ที่รวยหนี้ ขอให้ลูกหนี้ไม่หนี…มีแล้วรีบมาจ่ายที่ค้าขายไม่ดี ต่อจากนี้ ขอให้มีลูกค้ามารุมตอมที่ชีวิตประจำวันหนักอึ้ง ก็ขอให้มี “คนละครึ่ง” มาซูเปอร์พลัสสงกรานต์ “น้ำมันแพง” ทุกคนอัตคัด นึกว่าจะกลับต่างจังหวัดกันน้อยที่ไหนได้….ก็กะจะไม่กลับอยู่หรอกแต่ทนหัวใจที่มันโบยบินไปล่วงหน้าไม่ไหว ฉะนั้น ไปก็ไป (วะ)ส่วนขากลับ เจริญพรทรัมป์ ตัวการทำน้ำมันแพงแล้วแบมือไถตังค์แม่เติมน้ำมัน แถมจิ๊กข้าวสารในยุ้งมาอีกถุง ก่อนล่องกลับกรุงแบบเท่ๆส่วนผม “อยู่โยง-เฝ้ายาม” ตามประทีปกรุงเทพฯ เหมือนเดิม ไปวัด-ไปวา ทำบุญ-ทำทาน ไหว้พระตามประเพณีแต่แดดงี้… พ่อเจ้าประคุณรุนช่องเอ๋ยจะร้อนอะไรกันนัก-กันหนา ล่อซะคุณปู่ซู่ซ่าไม่ออก ต้องนั่งส่ายหน้า กลอกตา นึกว่าจะต้องหงายเก๋งซะแล้ว!การเล่นน้ำสงกรานต์ปีนี้ ค่อนข้างกะหรุบ-กะหริบ ไม่ชุดใหญ่ไฟกะพริบเหมือนปีก่อนๆก็คงด้วยเหตุปัจจัยหลายๆ อย่าง ทั้งนอก-ทั้งใน ไม่ค่อยอำนวย ก็ดีแล้ว แบบนี้เขาเรียกว่า “สนุกแบบรู้จักกาลเทศะ”!คือสนุกเพื่อรักษาวัฒนธรรมประเพณี “เล่นน้ำสงกรานต์” แต่ปีนี้ เล่นกันเป็นที่-เป็นทาง ไม่กะเรี่ย-กะราดทั่วไปก็อย่าสาดน้ำกันเพลินจนลืมโลกซะล่ะ!เพราะการเจรจาสันติภาพ “สหรัฐฯ-อิหร่าน” ยกแรก เหลวเป็นขี้ลิง รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ “เจดี แวนซ์”กับลูกเขยทรัมป์ “จาเร็ด คุชเนอร์” บินจากปากีสถานกลับสหรัฐฯ ไปแล้วเมื่อวาน (๑๒ เม.ย.)ก็ไม่ผิดความคาดหมายของคนทั้งโลก ว่ายังไงก็จูนกันไม่ติดแล้วจะไงต่อ?ก็ถล่มกันต่อน่ะซี…จะมีอะไรมากกว่านี้!มาดูเรื่องของเราบ้างดีกว่า วัน-สองวันนี้ พูดกันหนาหูว่ารองนายกฯ และรัฐมนตรีพาณิชย์ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์”ไปแฮฟเอาคนประชาธิปัตย์ “คุณอาร์ท-วีระพงษ์ ประภา” มาเป็นทีมคณะที่ปรึกษาของท่าน วิพากษ์กันยับผมฟังแล้ว ได้แต่เก็บไว้ปลงในใจ แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะสรุปลงตัวแล้วผมจะไม่พูดเอง จะเอาที่แต่ละเจ้าตัวเขาพูดมาให้อ่านเพื่อคิดกันเอง เริ่มจาก “คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าประชาธิปัตย์……………………………….Abhisit Vejjajivaกรณีของคุณวีระพงษ์นั้น เห็นมีการโต้เถียงวิพากษ์วิจารณ์มากมาย อยากเรียนข้อเท็จจริงดังนี้ครับ1.ผมไม่เคยได้รับทราบเรื่องนี้จากคุณศุภจี แต่คุณวีระพงษ์ได้มาปรึกษาผมว่า ได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่งผู้แทนการค้าไทยเพื่อไปเป็นหัวหน้าคณะในการเจรจากับสหภาพยุโรปในเรื่องของข้อตกลงเขตการค้าเสรี โดยมีเป้าหมายที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปีนี้กรณีของคุณวีระพงษ์จึงแตกต่างจากการให้คำปรึกษา หรือเป็นที่ปรึกษาของรัฐมนตรีแบบไม่เป็นทางการ เพราะเป็นตำแหน่งทางการเมืองเป็นทางการและมีค่าตอบแทนขณะนั้น ผมเข้าใจว่ายังเป็นการพูดคุยในลักษณะส่วนตัว ไม่ทราบว่า จะมีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ออกไปจากฝั่งรัฐบาล2.เราเห็นตรงกันว่า งานนี้เป็นงานที่ฝ่ายคุณวีระพงษ์มีความถนัดและความชอบเป็นพิเศษและรัฐบาลรวมทั้งประเทศจะได้ประโยชน์หากคุณวีระพงษ์เข้ารับหน้าที่นี้แต่โดยสถานะของคุณวีระพงษ์ที่เป็นรองหัวหน้าพรรคและสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ จะเกิดความสับสนและขัดแย้งกันในตัวในสถานะของความเป็นพรรคฝ่ายค้านสุดท้าย จึงเห็นพ้องกันว่า หากคุณวีระพงษ์มีความประสงค์จะไปรับตำแหน่ง ก็ต้องออกจากรองหัวหน้าพรรคและความเป็นสมาชิกพรรคของพรรคประชาธิปัตย์3.ขณะนี้ จึงอยู่ที่คุณวีระพงษ์จะตัดสินใจและดำเนินการ……………………………………….และเมื่อวาน (๑๒ เม.ย.๖๙) คุณวีระพงษ์ก็โพสต์เฟซฯ ดังนี้อาร์ท-วีระพงษ์ ประภา – Art Werapongสวัสดีครับ ทุกท่านวันนี้ ผมมีเรื่องสำคัญอยากจะเรียนว่าผมได้ลาออกจากการเป็นรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นที่เรียบร้อยแล้วความจริง กระบวนการทั้งหมดตรงไปตรงมากับทุกฝ่าย แต่เนื่องจากที่ปรากฏในสื่อ มีการตีความคาดเดาไปมากมาย ผมจึงอยากจะขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้ครับข้อแรก เหตุผลที่ผมลาออก เพราะผมได้รับการทาบทามให้ไปดำรงตำแหน่ง “ผู้แทนการค้าไทย”โดยรับผิดชอบงานเจรจาการค้ากับ “สหภาพยุโรป” งานนี้ผมทำมาตั้งแต่เป็นผู้แทนการค้าไทยในรัฐบาลที่แล้วและอยากจะทำต่อเนื่องให้สำเร็จเพราะผมเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์กับคนไทยได้มาก การเจรจานี้ดำเนินการมาหลายรัฐบาล ความต่อเนื่องจึงมีความสำคัญมากครับอย่างไรก็ตาม เนื่องจาก “ผู้แทนการค้าไทย” ขับเคลื่อนงานให้รัฐบาล จึงอาจไม่สอดคล้องกับบทบาทของ “พรรคประชาธิปัตย์” ที่ปัจจุบันอยู่ในฐานะ “ตรวจสอบรัฐบาล”ผมจึงขอลาออกจากการเป็น “รองหัวหน้าพรรค” เพื่อให้การทำงานมีความโปร่งใส และตรงไปตรงมาครับข้อสอง แม้บทบาทจะเปลี่ยนไป แต่อุดมการณ์ผมไม่เคยเปลี่ยนผมเข้าร่วมพรรคประชาธิปัตย์ เพราะผมประทับใจและเห็นตรงกับความคิดของ “ท่านอภิสิทธิ์” ที่อยากจะพัฒนาเศรษฐกิจไทยด้วยการเจรจาการค้าที่ทันโลก เที่ยงธรรม และเกิดผลจริงผมยึดถืออุดมการณ์นี้มาโดยตลอด ไม่เคยเปลี่ยนแปลงในช่วงหาเสียงที่ผ่านมา ผมได้ให้สัญญาไว้ว่า จะร่วมผลักดันการเจรจาการค้าให้สำเร็จ เมื่อผมได้มีโอกาสเข้าไปทำให้สัญญากลายเป็นความจริงผมจึงตัดสินใจรับทำงานนี้และวันนี้ไป ในฐานะคนทำงาน ไม่ได้ยึดโยงกับพรรคการเมืองใดสำหรับผู้ที่สนับสนุนผมในบทบาทของพรรคประชาธิปัตย์ ถ้าท่านสนับสนุนผมเพราะเห็นว่าผมเป็นคนรุ่นใหม่ที่จะช่วยขับเคลื่อนประเทศนี้ได้ ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งผมยังยืนยันว่า ผมยังเป็นอาร์ทคนเดิม ไม่เคยเปลี่ยนแปลงครับข้อสาม เรื่องกระบวนการซึ่งเป็นที่กล่าวถึงกันเป็นพิเศษ ผมขอเรียนว่า เมื่อผมได้รับการทาบทามอย่างเป็นทางการจากท่านศุภจีผมในฐานะรองหัวหน้าพรรคได้รีบเรียนหารือกับท่านอภิสิทธิ์โดยไม่รอช้า ถึง “การตอบรับ” และกระบวนการภายในพรรคโดยมีการติดต่อประสานงานอย่างต่อเนื่องและตรงไปตรงมา เพื่อความโปร่งใสและเป็นการเคารพในหน้าที่บทบาทของทุกฝ่ายผมมั่นใจว่าทุกท่านต่างรักษากติกามารยาททางการเมือง โดยมีผลประโยชน์ของประเทศเป็นหลักยึดที่สำคัญครับสุดท้ายนี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านหัวหน้าอภิสิทธิ์ที่ให้การสนับสนุนการทำงานด้วยดีเสมอมาวิสัยทัศน์ ความสามารถ และความซื่อสัตย์สุจริตของท่านเป็นสิ่งที่ผมยึดเป็นแบบอย่างนอกจากนี้ ผมขอบคุณกรรมการบริหารพรรค สมาชิกพรรค และผู้สนับสนุนทุกท่านที่ให้พลังใจกับผมมาโดยตลอดครับในวันนี้……แม้ผมจะไม่ได้ทำหน้าที่รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์แล้ว แต่ผมหวังว่า ทุกท่านจะร่วมเดินทางกับผมต่อไปเพราะบทบาทไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับการพาประเทศไทยเดินหน้าไปให้ได้ในภาวะวิกฤตซ้อนวิกฤตเช่นนี้ครับ…………………………………………ทีนี้ ย้อนไปฟัง “คุณศุภจี” ผู้ทาบทามคุณวีระพงษ์มาร่วมทีมคณะที่ปรึกษาบ้าง โดยท่านให้สัมภาษณ์เมื่อ ๑๐ เม.ย.ที่รัฐสภาขณะนั้น ท่านยังไม่ได้ทำหน้าที่เต็มตัว เพราะอยู่ช่วงแถลงนโยบายรัฐบาล ท่านให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า“เนื่องจากคุณวีระพงษ์เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ เคยเป็นตัวแทนการค้าที่ช่วยประเทศไทยเจรจาการค้ากับ EU ตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่ผ่านมาซึ่งยังทำไม่แล้วเสร็จ และยังอยู่ระหว่างการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA)ดิฉันเห็นถึงผลงานและความสามารถ จึงทาบทามมา ไม่ว่าจะเป็นพรรคไหนก็ไม่เป็นไร เพราะเคยพูดแล้วและอยากทำให้เห็นว่า หากทำแล้วเกิดประโยชน์ ก็ไม่ต้องเริ่มเตรียมงานใหม่ เมื่อทำมาแล้วก็ควรทำต่อให้จบโดยในเดือนมิถุนายนนี้ จะมีการเจรจากับ EU เป็นรอบที่ ๙ ก็อยากให้การเจรจารอบนี้จบและสะเด็ดน้ำ เพราะไม่มีเวลาเริ่มใหม่ ซึ่งต้องชื่นชมผู้ที่ยินดีมาช่วยแต่ขณะนี้ ยังอยู่ระหว่างกระบวนการ เนื่องจากยังไม่ได้เป็นรองนายกรัฐมนตรีโดยสมบูรณ์ เพราะรัฐบาลเพิ่งแถลงนโยบายต่อรัฐสภา โดยเจ้าตัวยืนยันยินดีร่วมงานอย่างไรก็ตาม หลังจากนี้ ต้องเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณสมบัติ แต่ขณะนี้ได้เริ่มทำงานกันไปแล้วและไม่ได้แยกว่าเป็นคนของพรรคใด พรรคไหนก็ไม่สำคัญ เป็นช่วงเวลาที่ต้องเร่งทำงาน เพราะประเทศกำลังเผชิญวิกฤต พร้อมนำสิ่งดีๆ มาต่อยอด”นอกจากนี้ คุณศุภจี ยังบอกว่า……“ตำแหน่งนี้ ไม่มีค่าตอบแทน ทุกคนที่เข้ามาช่วย มีความตั้งใจ หลายคนเป็นผู้มีคุณูปการ มีประสบการณ์ มีความสามารถจึงอยากชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจ …..เนื่องจากมีผู้มองว่า “ใช้งบประมาณ” จำนวนมาก ทั้งที่ทุกคนมาช่วยโดยไม่มีค่าตอบแทน”………………………………….การเมืองน่ะ มี ๓ ประเภทประเภทแรก การเมืองเรื่องหยุมหยิมประเภทที่สอง การเมืองเพื่อบ้านเมืองประเภทที่สาม การเมืองเรื่องพ่อยก-แม่ยกก็สุขี..สุขี แฮปปี้ แฮปปี้ สงกรานต์ เน้อ!-เปลว สีเงิน๑๓ เมษายน ๒๕๖๙คนปลายซอย


Posted

in

by

Tags: