สรุปดราม่า พล.ต.อ.นิรันดร ไม่ยอมย้ายออกนอกหน่วย ผบ.ตร. เปิดปากพูดแล้ว

พล.ต.อ.นิรันดร ส่งหนังสือด่วนที่สุดถึง ผบ.ตร. ยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายออกนอกหน่วย ด้าน ผบ.ตร. สยบข่าวลือ ยันไม่เคยพูดคุยเรื่องย้ายเกิดประเด็นร้อนในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อนายตำรวจระดับรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่มีอาวุโสสูงสุด ทำหนังสือด่วนที่สุดยืนยันไม่สมัครใจโอนย้ายไปหน่วยงานอื่น ขณะที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติออกมาปฏิเสธว่าไม่เคยมีการพูดคุยเรื่องนี้เรื่องนี้ต่อเนื่องจากการคัดเลือกผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ เมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 ซึ่ง พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รับผิดชอบงานกฎหมายและคดี เป็นนายตำรวจที่อยู่ในฐานะอาวุโสลำดับที่ 1 แต่ผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งกลับเป็นบุคคลอื่นต่อมาปรากฏกระแสข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ว่า พล.ต.อ.นิรันดร อาจถูกโอนย้ายไปรับราชการยังส่วนราชการอื่นนอกสำนักงานตำรวจแห่งชาติหนังสือด่วนที่สุดของ พล.ต.อ.นิรันดรวันที่ 28 กรกฎาคม 2569 มีรายงานว่า พล.ต.อ.นิรันดร ได้จัดทำหนังสือบันทึกข้อความด่วนที่สุด ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ส่งถึง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ผ่านผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพลหนังสือมีหัวข้อเรื่องว่า ไม่สมัครใจโอนไปรับราชการยังส่วนราชการอื่น โดยอ้างอิงถึงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 และระบุเจตนารมณ์ชัดเจนว่า เมื่อพิจารณาถึงประโยชน์สูงสุดของทางราชการแล้ว ตนไม่สมัครใจที่จะโอนย้ายออกไปพล.ต.อ.นิรันดร ยังอ้างถึงพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ ที่กำหนดว่าการโอนข้าราชการตำรวจไปรับราชการในส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่น จะกระทำได้ต่อเมื่อข้าราชการตำรวจผู้นั้นสมัครใจและส่วนราชการต้นสังกัดยินยอม จึงถือเป็นการใช้สิทธิตามกฎหมายเพื่อยืนยันความประสงค์ของตนผบ.ตร. ออกมาปฏิเสธต่อมา พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กล่าวถึงกรณีนี้ โดยยืนยันว่าไม่เคยมีการพูดคุยเรื่องการโอนย้าย พล.ต.อ.นิรันดร ไปยังหน่วยงานอื่นแต่อย่างใด พร้อมระบุว่าเป็นเพียงข่าวลือในสื่อสังคมออนไลน์ และขอให้ข้าราชการตำรวจตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ต่อไปพล.ต.อ.นิรันดร คือใครสำหรับ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี เป็นนายตำรวจที่มีประสบการณ์ทั้งงานสืบสวน งานบริหาร และการพัฒนาระบบตำรวจ เคยเป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่ถูกจับตาในการชิงตำแหน่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และเคยรับผิดชอบคดีสำคัญ เช่น การสอบสวนกรณีทุจริตการสอบนักเรียนนายสิบตำรวจจุดเด่นของ พล.ต.อ. นิรันดร ในช่วงปีที่ผ่านมา ไม่ใช่แค่การปรากฏตัวในคดีใหญ่ แต่คือการพยายามแก้ปัญหาระดับโครงสร้าง โดยเฉพาะปัญหาพนักงานสอบสวนที่เรื้อรังมานาน รวมถึงการบูรณาการข้อมูลข้ามหน่วยงานงานสอบสวน การลดภาระและเพิ่มขวัญกำลังใจให้พนักงานสอบสวน ถือเป็นหนึ่งในนโยบายที่มีการขับเคลื่อนอย่างเป็นรูปธรรม ประกอบด้วย:ผลักดันตำแหน่งพนักงานสอบสวนให้เป็น ‘ตำแหน่งเลื่อนไหล’จัดหาคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กให้พนักงานสอบสวนใหม่พัฒนาระบบห้องสมุดกฎหมายอิเล็กทรอนิกส์ (Smart E-Library)นำเงินกองทุนสืบสวนฯ มาสนับสนุนค่าใช้จ่ายคดีอาชญากรรมออนไลน์ (Case ID ละ 500 บาท) และวางระบบติดตามงบประมาณแบบ Real-Timeการบูรณาการเทคโนโลยีและข้ามหน่วยงานแอปฯ Police Care: พัฒนาแอปพลิเคชันให้ความรู้กฎหมายและเตือนภัยมิจฉาชีพ ซึ่งมียอดดาวน์โหลดกว่า 2 แสนราย โดยระบุว่าไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐเชื่อมโยงข้อมูลรัฐ (ในรอบ 30 ปี): จับมือกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบประวัติอาชญากรรมผู้ขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะทางอิเล็กทรอนิกส์สกัดกั้นอาชญากรรมข้ามชาติ: ร่วมกับกรมศุลกากรและ ตม. สกัดกั้นผู้ลักลอบขนเงิน ทองคำ และกัญชา โดยขึ้นบัญชีดำเฝ้าระวังไปแล้ว 114 รายการกวาดล้างบุหรี่ไฟฟ้า ในด้านงานปราบปราม พล.ต.อ. นิรันดร รับผิดชอบปฏิบัติการทลายเครือข่ายบุหรี่ไฟฟ้าตั้งแต่ระดับสถานศึกษาถึงแหล่งทุนใหญ่ สถิติการจับกุมในปี 2569 ระบุว่ามีคดีสะสม 5,149 คดี ยึดของกลาง 5.86 ล้านชิ้น มูลค่ารวมกว่า 1,055 ล้านบาท รวมถึงการทลายเครือข่ายใหญ่ระดับประเทศอย่าง Shisha Chic, ไลน์แอด HEAVEN และโรงงานผลิตในไทยที่มา: The Standard, เดลินิวส์, Thai PBS, PPTV


Posted

in

by

Tags: