ตามประเด็นการเมือง…อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล อาจตัดสินทางการเมืองครั้งสำคัญ โดยหนึ่งในเหตุผลอาจจะมาจาก ถือเป็นการส่งสัญญาณครั้งสำคัญ หลัง "ภูมิใจไทย (ภท.)" คว้าชัยในการเลือกตั้งซ่อม 2 จังหวัดติดต่อกัน ทั้งที่ศรีสะเกษ และล่าสุดกาญจนบุรี เขต 4 หลัง "น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์" ผู้สมัครจากพรรค ภท. ที่คว้าชัยเหนือ "พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช" จากพรรคเพื่อไทย (พท.) เกือบ 20,000 คะแนน โดย "นายอนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรค ภท. กล่างถึงการเลือกตั้งซ่อมที่เกิดขึ้นว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีว่านโยบายหรือการทำงานของพรรค ภท. ได้รับความเชื่อมั่นในสายตาของประชาชนใน จ.กาญจนบุรี หวังว่าสิ่งที่เราทำให้ประชาชน ไม่ได้มีผลเฉพาะใน จ.กาญจนบุรี เท่านั้น แต่มีผลกับประชาชนทั่วประเทศ เราพยายามทำงานให้มากที่สุด ให้ดีที่สุดแต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่การตอบคำถามของผู้สื่อข่าว เมื่อถูกถามว่า ตอนนี้พร้อมเลือกตั้งแล้วใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า พร้อมมาตั้งแต่ถอนตัว มาจากพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว ถึงอย่างไรก็ต้องพร้อม เพราะวันที่ 31 ม.ค. 69 นั่นคือช้าที่สุด อะไรก็เกิดขึ้นได้ เมื่อถามย้ำว่า ที่บอกว่าอะไรก็เกิดขึ้นได้ มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้ยุบสภาก่อนวันที่ 31 ม.ค. 69 นายอนุทิน กล่าวว่า มันก็มีหลายๆ เรื่องนั่นหมายความว่า มีความเป็นไปได้ที่ จะมีการยุบสภา ก่อนวันที่ 31 ม.ค. 69 คำถามคือ อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้นายกฯ อาจตัดสินทางการเมืองครั้งสำคัญ เหตุผลอาจจะมาจาก 1. พรรค พท.ที่เป็นคู่ต่อสำคัญ ไม่มีความพร้อม มีปัญหาภายในพรรค เรียกว่าอยู่ในภาวะระส่ำระสาย มีแต่คนไหลออกไม่มีคนไหลเข้า 2. มีปัญหาขัดแย้งกับพรรคประชาชน (ปชน.) เรื่องแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) เพราะ ภท.ถือเป็นสายอนุรักษนิยม ส่วน "ปชน." เป็นฝ่ายเสรีนิยม 3. เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพราะเชื่อว่าเปิดสภาในเดือน ธ.ค. พรรค พท.ต้องยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจแน่ๆ เพื่อสร้างความบอบช้ำ ให้กับพรรคแกนนำรัฐบาล ที่สำคัญหากพรรคฝ่ายค้านยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลจะยุบสภาไม่ได้ 4. โครงการคนละครึ่ง พลัส ที่เปิดโอกาสให้คนลงทะเบียนใช้สิทธิ เพียงวันเดียวชาวบ้านแห่ลงทะเบียนจนเต็ม 20 ล้านสิทธิ ซึ่งถ้าแปรเป็นคะแนนเสียง นั่นหมายความว่า พรรค ภท.จะได้ประโยชน์เต็มในเรื่องนี้ดังนั้นนับจากนี้ ต้องจับตาความเคลื่อนไหวรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน แบบวันต่อวัน ยิ่งมีกระแสไหลเข้าจากนักการเมืองค่ายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ต้องถือว่าพรรค ภท. อาจมีความเห็นต่างจากพรรค ปชน. เพียงแต่หากยุบสภาก่อนร่างแก้ไข รธน. จะพิจารณาเสร็จ อาจถูกโจมตีในสนามเลือกตั้งหันไปมอง "พรรคพท." หลังต้องพ่ายแพ้ "ภท." ในการเลือกตั้งซ่อมสนามที่ 2 ติดต่อกัน จากศรีสะเกษ ต่อเนื่องมาที่กาญจนบุรี จับความเคลื่อนไหวของ "น.ส.แพทองธาร ชินวัตร" หัวหน้าพรรค พท. ที่ไม่ได้เดินทางไปช่วยผู้สมัครในสังกัดหาเสียง ได้แต่โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงผลการเลือกตั้งซ่อมเขต 4 จ.กาญจนบุรีว่า ขอขอบคุณทุกคะแนนเสียงและทุกความไว้วางใจ ที่พี่น้องประชาชนมอบให้กับพรรค พท. แม้ผลการเลือกตั้งจะไม่เป็นไปตามที่เราคาดหวัง แต่ทุกเสียงคือกำลังใจอันมีค่า ที่จะผลักดันให้เราเดินหน้าทำงานเพื่อประชาชนอย่างไม่หยุดยั้ง ขอขอบคุณ พล.อ.ชินวัฒน์ แม้นเดช และ ทีมงานทุกท่าน ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างเต็มที่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรค พท.จะนำทุกบทเรียนมาเป็นพลัง เพื่อพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น เพื่อพี่น้องประชาชน และเพื่ออนาคตของประเทศไทยผลพวงครั้งนี้จะทำให้เกิดคำถาม จะมีสมาชิกพรรค พท.ไหลออกไปอยู่พรรคอื่นอีกหรือไม่ ตกลงศักยภาพของ "นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ" ผอ.การเลือกตั้งพรรค พท. จะมีความพร้อมมากขนาดไหน กับการรับภารกิจสำคัญ ยิ่งสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตในการหาเสียงเลือกตั้งซ่อมที่ จ.กาญจนบุรี แกนนำคนสำคัญของพรรค พท.ไม่ได้ลงพื้นที่ และผลพวงที่เกิดขึ้น จะตอกย้ำให้เห็นว่า การคาดการณ์ของบรรดาคนติดตามการเมือง ที่เชื่อว่า พรรค พท.จะได้ สส.ต่ำกว่า 100 คนก่อนหน้านั้นทำให้หลายคนประหลาดใจคือ การตัดสินใจลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรค พท.ของ "นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์" อดีตหัวหน้าพรรค พท. ซึ่งทำงานอยู่ในพรรคสีแดงเป็นเวลานาน ให้เหตุผลในการลาออกว่า “การบริหารจัดการภายในที่สะสมมาตั้งแต่ก่อน การเลือกตั้งปี 2566 เชื่อว่า สส.ส่วนใหญ่ก็อึดอัดกับสถานการณ์ในพรรค กับ การจัดลำดับความสำคัญ ที่มีปัญหาค่อนข้างมาก แต่ผู้บริหารพรรคมองไม่เห็น พรรค พท.อยู่ในสถานการณ์ยากลำบาก”อีกทั้งระบุว่า “ผู้มากบารมีในพรรคบางคน เข้ามาล้วงลูก สั่งการจะเอาคนนั้นคนนี้ลง สส. โดยไม่มีการทำโพล หรือวิเคราะห์มิติการเมืองแต่อย่างใด ไม่ใช่แค่ จ.ลำพูน ยังมีอีกหลายพื้นที่หลายจังหวัดต่างๆ ที่ปฏิบัติแบบนี้ วันที่กระแสพรรคเป็นเช่นนี้ การวางตัวผู้สมัคร สส.ย่อม ต้องละเอียดมากที่สุด จะทำกันแบบเดิมๆ ไม่ได้ หากมีเหตุมีผล พิจารณาแล้วคนของผมไม่มีศักยภาพเพียงพอ หรือมีคนอื่นที่ดูดีกว่า ก็ต้องมาทำความเข้าใจกัน” คำถามคือ ผู้มากบารมี คนดังกล่าวเป็นใคร ทำไมถึงมีอำนาจในการเข้ามาแทรกแซงในการจัดคนลง สส.ได้ ทั้งที่ "น.ส.แพทองธาร" เคยกล่าวไว้ว่า การตัดสินใจเรื่องของพรรค พท. เป็นเรื่องของ ผู้บริหารพรรค และ กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.)จากนี้ต้องรอดูว่า พรรค พท.จะปรับท่าทีอย่างไร เพื่อกลับมาเป็นขั้วการเมืองที่มีบทบาทสำคัญและอยู่ในสปอตไลต์ หรือจะรอ แค่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ผสมได้กับทั้งสีน้ำเงินและสีส้มทีมข่าวการเมือง
สัญญาณยุบสภา
by
Tags: