เอ๊ะ…มันเกิด “การเมืองมหัศจรรย์” แบบนี้ขึ้นได้ไงเนี่ย?!ที่ผ่านมา ไม่รู้กี่ยุค-กี่สมัยมีแต่มวลชนหนุนฝ่ายค้าน “ถลกหนัง” ฝ่ายรัฐบาลแต่ตอนนี้ เกิดปรากฏการณ์ “กลับด้าน”มวลชนกลับเป็นฝ่าย “ถลกหนัง” ฝ่ายค้าน แทนรัฐบาล!เรื่อง “ฮั้วเลือก สว.” นั่นแหละครับ“สีอื่น” ฮั้วแล้วแพ้ “สีน้ำเงิน” ก็เล่นบทพระเอก กล่าวหาคน “พรรคภูมิใจไทย” ว่าเป็นตัวการฮั้วล่าสุด “นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์” หากินอยู่กับกฎหมาย iLaw แท้ๆ จะหน้ามืดหรือยังไงก็ไม่รู้ ถึงขั้นระบุชื่อคนพรรคภูมิใจไทยว่าเชื่อมโยงขบวนการทุจริตฮั้ว สว.เป็นตุ-เป็นตะก็เลยถูกฟ้อง!พอถูกฟ้อง ภาพคนเก่งหายไป เหลือแต่ภาพคนไข่หด!Dailynews-เดลินิวส์ออนไลน์ เขารายงานข่าวได้เห็นภาพ ลองอ่านบางช่วง-บางตอนดูนะ“ยิ่งชีพ…พลีชีพทำส้มพัง”จุดเริ่มต้นที่ดูดุดันเมื่อ “เป๋า” ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์)ตัดสินใจทิ้งบอมบ์ทางการเมืองครั้งใหญ่ ด้วยการเปิดข้อมูลและรายชื่อ ๙ บุคคล ที่พาดพิงถึง “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯโดยระบุว่า “เชื่อมโยงกับขบวนการจัดตั้งทุจริตฮั้ว สว.” แบบลงรายละเอียดชัดแจ้งพร้อมส่งเรื่องให้ “พริษฐ์ วัชรสินธุ” ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน ตรวจสอบ หวังสร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมรวมถึงหวังใช้กระแสหนุน “พรรคประชาชน” เตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล หลังสภาเปิดปลาย ส.ค.นี้แต่คล้อยหลังไม่นาน….สถานการณ์กลับพลิกผันอย่างรวดเร็ว เมื่อ "ยิ่งชีพ" ยอมรับกลางรายการข่าวชื่อดังว่า“ไม่มีหลักฐานเด็ดทั้งภาพถ่ายหรือคลิปวิดีโอ”ข้อมูลทั้งหมดเป็นเพียงคำให้การของพยาน รวมถึงผู้สมัคร สว.ที่เล่าต่อกันมา และไม่ใช่ข้อมูลใหม่แต่เป็นการนำข้อมูลที่กระจัดกระจายมาต่อจิกซอว์เท่านั้นขณะที่ “นายกฯ อนุทิน” ประกาศเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาทแบบไม่มีการยอมความพร้อมเปิดไฟเขียวให้สมาชิกพรรค และผู้ได้รับความเสียหายใช้สิทธิทางกฎหมายอย่างเต็มที่เช่นเดียวกับ “เจ๊รวย” สุขสมรวย วันทนียกุล รมต.ประจำสำนักนายกฯ และ สส.อำนาจเจริญ พรรคภูมิใจไทยประกาศจะฟ้องร้องดำเนินคดี ที่สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญทำให้ท่าทีที่เคยฮึกเหิมของ “ยิ่งชีพ” เปลี่ยนเป็นความตื่นตระหนกออกมาโพสต์วิงวอนขอให้ “พรรคภูมิใจไทย” เลิกฟ้องร้องดำเนินคดี และหากจะฟ้องจริงๆขออย่าดำเนินคดีผ่านกลไกตำรวจ ให้ฟ้องศาลโดยตรงแทนพร้อมทั้งขอร้อง ไม่อยากให้ฟ้องแยกคดี และหลีกเลี่ยงการฟ้องคดีทางไกล จนถูกมองในแวดวงการเมืองว่ายังไม่ทันได้ขึ้นชก ก็ออกอาการกลัวติดคุกเสียแล้ว นับเป็นการเสียเหลี่ยมทางการเมืองอย่างแรง….ฯลฯ….ครับ…ก็เอาพอเข้าใจความเป็นมาของเรื่องราวก็แล้วกันนะตามปกติ จะต้องมีแก๊งส้ม แก๊ง iLaw แก๊งเอ็นจีโอ ออกมาปั่นโซเชียลช่วยยิ่งชีพแต่คราวนี้แปลก ยิ่งชีพ ถูกปล่อยให้ “สิ้นชีพ” เดียวดาย!ตรงกันข้ามกลับมีขบวนการ “เปิดโปง” โดยนำภาพถ่ายแก๊งส้ม เช่า “อิมแพค เมืองทองธานี” เชิญผู้สมัครมาหารือ มาประสานงานกัน เพื่อเลือก สว.เหมือนกับสีอื่นๆ ที่เขาเชิญผู้สมัครมาหารือและประสานงานเพื่อเลือก สว. ทำอย่างเดียวกับที่แก๊งส้ม แก๊ง iLaw ทำนั่นแหละแต่ทำแล้ว สีส้ม "แพ้เขา"ก็เลยกล่าวหา สีน้ำเงินที่ชนะว่า “ฮั้วเลือก สว.”!“Ringside การเมือง” โพสต์แบบ “ตรงไป-ตรงมา” ว่าการที่พรรคประชาชนกลับมาเปิดเกม "ฮั้ว สว." อีกครั้งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเพราะการเมืองก็เป็นเช่นนี้ “ฝ่ายค้าน” ย่อมต้องขุดทุกประเด็นที่คิดว่า จะสร้างแรงสั่นสะเทือนให้ฝ่ายรัฐบาลได้ยิ่งเป็นเรื่องที่สามารถสร้างภาพลักษณ์ด้านลบให้คู่แข่งก็ยิ่งคุ้มค่าทางการเมืองแม้ท้ายที่สุด คดีจะไปไม่ถึงไหน แต่อย่างน้อยความเสียหายทางภาพลักษณ์ก็เกิดขึ้นแล้วแต่รอบนี้ แตกต่างจากหลายครั้งที่ผ่านมาเพราะฝ่ายที่ถูกกล่าวหา ไม่ “ตั้งรับ” อีกต่อไปเมื่อเป๋า “ยิ่งชีพ อัชฌานนท์” ผู้อำนวยการ iLaw ออกมากล่าวหา “แกนนำพรรคภูมิใจไทย” ว่า“เกี่ยวข้องกับการฮั้วเลือก สว.”พรรคภูมิใจไทยก็ตัดสินใจใช้สิทธิทางกฎหมายฟ้องกลับทันทีทำให้ผู้กล่าวหาเอง ต้องออกมาขอความเห็นใจจากสังคมเมื่อเรื่องเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย….สิ่งที่สังคมควรสนใจ จึงไม่ใช่เพียงคำกล่าวหาแต่คือ "หลักฐาน"และเมื่อมองลึกลงไป สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่า กลับเป็นข้อมูลอีกด้านหนึ่ง ที่ถูกหยิบขึ้นมาพูดถึงนั่นคือ “ก่อนการเลือก สว.” ก็มีเครือข่ายที่สนับสนุน “พรรคประชาชน” จัดกิจกรรมรวบรวมผู้สมัครมีการเช่าสถานที่ประชุมที่ “อิมแพค เมืองทองธานี" เชิญผู้สมัครมาหารือ และประสานงานกันอย่างเป็นระบบคำถามก็คือ…..หากการรวมตัว วางแผน หรือจัดทีม เพื่อผลักดันผู้สมัครของฝ่ายหนึ่ง ถูกเรียกว่า "กิจกรรมทางการเมืองตามปกติ"แล้วเหตุใด การกระทำในลักษณะเดียวกันของอีกฝ่าย จึงถูกตีตราว่าเป็นการ "ฮั้ว"!?นี่คือประเด็นเรื่อง "มาตรฐาน"เข้าตำราที่คนไทยคุ้นเคยดีว่า "ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง"!หากเชื่อว่าการ “จัดตั้งผู้สมัครเป็นสิ่งผิด”ก็ต้อง “ผิดทุกฝ่าย”ไม่ใช่ผิดเฉพาะ “ฝ่ายที่เราไม่ชอบ”แต่ถ้าเชื่อว่าการพบปะ พูดคุย และประสานงาน เป็นเรื่องปกติ ของการแข่งขันทางการเมืองก็ต้องใช้ “มาตรฐานเดียวกัน” กับทุกสี ทุกพรรคอีกข้อสังเกตที่น่าสนใจคือ หากผู้สมัครบางกลุ่มเห็นว่า“การเลือก สว. เต็มไปด้วยความไม่ชอบมาพากล”เหตุใด ในวันเลือกจึงไม่มีการประท้วง ไม่มีการคัดค้าน ไม่มีการร้องเรียนให้กระบวนการหยุดชะงัก?หากมีการ “คัดค้าน” ตั้งแต่วันนั้น การเลือก สว.อาจต้องหยุด และอาจนำไปสู่การ “จัดกระบวนการใหม่” ทั้งหมดแต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ…..ทุกฝ่ายเดินหน้าร่วมแข่งขันจนจบกระบวนการเมื่อผลออกมา “ไม่เป็นไปตามที่หวัง”จึงค่อยเริ่มกล่าวหาว่า “ระบบไม่โปร่งใส”จึงอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า….หากผลการเลือกออกมา “ตรงตามเป้าหมาย” ของฝ่ายที่ร้องเรียนในวันนี้เรื่อง "ฮั้ว สว." จะยังถูกหยิบขึ้นมาพูดอยู่หรือไม่?“ดร.ธนพร ศรียากูล” นักวิชาการและนักวิเคราะห์การเมือง ก็สะท้อนมุมมองในทิศทางเดียวกันโดยระบุว่า หากพูดกันตามข้อเท็จจริง “พรรคประชาชน” และเครือข่ายผู้สนับสนุนก็มีการจัดทีม รวบรวมผู้สมัคร และจัดประชุมที่เมืองทองธานีอย่างเปิดเผยเช่นกันดังนั้น หากจะตรวจสอบก็ต้องตรวจสอบทุกฝ่ายด้วย “มาตรฐานเดียวกัน”ไม่ใช่ตั้งข้อกล่าวหา “เฉพาะฝ่ายตรงข้าม”แต่กลับมองการดำเนินการของฝ่ายตนเองว่าเป็นเรื่องปกติเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่กฎหมายต้องการไม่ใช่ภาพถ่ายการประชุมไม่ใช่รายชื่อผู้เข้าร่วมไม่ใช่การรู้จักกัน หรือการพูดคุยกันหากแต่การเอาผิดฐานสมคบฮั้วเลือก สว.จำเป็นต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า-มีการตกลงร่วมกันเพื่อบิดเบือนผลการเลือก-มีการจ่ายเงิน-มีผลประโยชน์ตอบแทน หรือ-มีข้อตกลงแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่ผิดกฎหมายจนถึงขณะนี้ สิ่งเหล่านี้ ….ยังเป็นโจทย์สำคัญที่ผู้กล่าวหายังต้องพิสูจน์ให้ศาลและสังคมเห็นตรงกันข้าม สิ่งที่ถูกสังคมหยิบยกขึ้นมาตั้งคำถาม กลับเป็นเรื่องการ “จัดตั้งของเครือข่ายฝ่ายผู้กล่าวหาเอง”ว่ามีความแตกต่างจากสิ่งที่กำลังกล่าวหาอีกฝ่ายตรงไหน?สุดท้ายแล้ว เกมการเมืองครั้งนี้…จึงอาจไม่ใช่เรื่องการค้นหาความจริงเพียงอย่างเดียวหากแต่เป็นการต่อสู้เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมืองเพราะหากยังไม่มีหลักฐานที่หนักแน่นเพียงพอทุกอย่างก็ยังเป็นเพียง “ข้อกล่าวหา”และหากการใช้มาตรฐาน “ยังเลือกปฏิบัติ”สังคมก็ย่อมมีสิทธิ์ตั้งคำถามกลับได้เช่นกันว่า “นี่คือการตรวจสอบเพื่อความยุติธรรม”?หรือเป็นเพียง “เกมของคนที่ผิดหวังกับผลการแข่งขัน”?และเมื่อผลออกมาไม่เป็นอย่างที่หวัง การกล่าวหาคู่แข่งก็กลายเป็นคำอธิบายที่ง่ายที่สุดบางครั้ง…สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่การต่อสู้เพื่อความถูกต้องแต่อาจเป็นเพียง “อาการของคนที่แพ้”แล้ว “รับผลแพ้ไม่ได้” เท่านั้นครับ….ไม่เพียงเท่านี้ยังมีผู้ไปขุดเบื้องหลังของแก๊ง “แพ้แล้วพาล” มาตีแผ่อีกหลายราย เช่น“จักรวาลด้อมส้ม” โพสต์ว่าของแทร้ตัวพ่อเดินสายจัดตั้ง สว.คณะก้าวหน้าธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เดินสาย ๘ จังหวัดพรรณิการ์ วานิช เดินสาย ๒ จังหวัดกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ เดินสาย ๒ จังหวัดiLAWทัศนัย เศรษฐเสรี เดินสาย ๕ จังหวัดมายด์ ภัสราวลี เดินสาย ๒ จังหวัดอรรถพล บัวพัฒน์ เดินสาย ๑ จังหวัดยิ่งชีพ อัชฌานนท์ เดินสาย ๑ จังหวัดIsaan Recordนพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ เดินสาย ๑ จังหวัด#ทุกคนคะ ช่วงก่อนเลือก สว. เครือข่ายสีส้มเดินสายจัดตั้ง สว.หลายจังหวัดมากกกก หนูมีคำถามค่ะ 0/1.หมดค่าใช้จ่ายไปเท่าไหร่คะ?การเดินสายระดับนี้ ค่าเดินทาง ค่าที่พัก ค่าจัดเวที ของคนเกือบ 10 คน หลายสิบจังหวัด ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ แน่นอน2.เงินใครคะ?เป็นเงินส่วนตัวของแต่ละคน เงินคณะก้าวหน้า หรือเงินทุนสนับสนุนที่ iLaw ได้รับจากต่างประเทศ?3.หวังผลอะไรคะ?ถ้าเป็นแค่การรณรงค์ให้ความรู้ทั่วไปแบบเป็นกลางหรือมี Hidden Agenda แอบแฝง ด้อมส้มไม่เอ๊ะบ้างหรือคะโลกนี้จะมีคน ลงทุน ลงแรง ลงเวลา โดยไม่หวังผลตอบแทนจริงหรือคะ โถ… พ่อเทพบุตรป.ล. ของพี่เป๋าตก 0 ไปหรือเปล่า น่าจะเดินสายหลายจังหวัด……………………………….อีกราย….รายนี้ เป็นปากคำของ “ผู้สมัคร สว.” สีส้มเอง แล้วเกิดอะไรขึ้น ฟังจากปากคำเธอเอง“Sound of Thailand” นำมาโพสต์ไว้ ดังนี้“ปาล์ม” ชลณัฏฐ์ โกยกุล เป็นผู้สมัคร สว.ในนาม “สว.ประชาชน” เมื่อ 2 ปีที่แล้วให้สัมภาษณ์สื่อในเครือมติชน บอกว่า“สว.ต้องไม่มีสีพรรคการเมือง”หลังจาก “สอบตก สว.” แล้ว ปัจจุบันพรรคส้มผลักดันให้เธอเป็น “สส.พรรคประชาชน” กรุงเทพมหานคร เขต 28 บางบอน-จอมทอง-หนองแขมน่าสนใจในคำให้สัมภาษณ์ สรุปได้ว่า“สว.ประชาชน” มีการโหวตเตี๊ยมกันเบื้องต้นแล้วว่า “จะหนุนใครเป็น สว.บ้าง” ในสายอาชีพต่างๆเธอติดท็อป 5 … แต่พอเอาจริง ผู้สมัคร สว.สีส้มมีการหักหลังกันเธอแฉว่า “พวกส้มที่ได้คะแนนท้ายๆ มีการดีล”?จนพวกนั้น ได้เป็น สว.ตัวจริง!แปลว่า “สว.ประชาชน” ที่นั่งอยู่ในสภาตอนนี้ “ผ่านการดีล” ใช่หรือไม่?และดีลที่ว่า “ใช้ผลประโยชน์ใดแลกเปลี่ยน”ตามกฎหมายบอกว่า….ต่อให้ไม่ใช้เงิน แต่แลกเปลี่ยนด้วยผลประโยชน์อื่น เช่น "ให้ตำแหน่ง" ก็ผิดอีกคำถามคือ พรรคส้มให้ผู้สมัคร สว.ที่หน่วยก้านดีแต่สอบตก เพราะเสียสละตัวเองโหวตคนอื่น มาเป็นผู้สมัคร สส.หรือไม่แบบนี้ สว.ส้ม เข้าข่ายฮั้ว สว. หรือไม่?…………………………………………….เอาละครับ..พอหอมปาก-หอมคอนิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า….อนิจจา..ยิ่งชีพ ไม่น่ามาสิ้นชีพชนิดบ้อท่าอย่างนี้เลย!-เปลว สีเงิน๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๙คนปลายซอย
ส้ม ‘ถูกจับแก้ผ้า’
by
Tags: