แม่ชาวญี่ปุ่นยื่นฟ้องรัฐบาลญี่ปุ่นและจังหวัดเฮียวโงะ เรียกค่าเสียหายราว 110 ล้านเยน จากกรณีจับกุมและควบคุมตัวลูกสาววัย 16 ปีไว้นาน 18 วันเป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จนลูกสาวกินอาหารไม่ได้ แล้วเสียชีวิตในเวลาต่อมาศาลแขวงโกเบเปิดพิจารณานัดแรกเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ซึ่งทั้งฝ่ายรัฐบาลที่ดูแลพนักงานอัยการ และฝ่ายจังหวัดที่ดูแลตำรวจ ต่างขอให้ศาลยกฟ้อง ไม่ยอมรับความผิดผู้เสียชีวิตคือ รุนะ (นามสมมติ) เด็กหญิงวัย 16 ปี เธอเรียนจบชั้นมัธยมต้นแล้วเลือกทำงานสายดูแลผู้พิการเหมือนแม่ ที่สถานสงเคราะห์ผู้พิการแห่งหนึ่งในจังหวัดเฮียวโงะ ซึ่งผู้ใช้บริการส่วนใหญ่มีความพิการขั้นรุนแรงจนแทบสื่อสารไม่ได้แม่เล่าว่าลูกสาวใช้เวลาส่วนตัวไปคลุกคลีกับผู้ใช้บริการจนสนิทสนม ดูแลพวกเขาเหมือนคนในครอบครัวรุนะ เด็กหญิงวัย 16 ปี ถ่ายเซลฟี่คู่กับสุนัขของครอบครัว ก่อนถูกตำรวจจับกุมเรื่องทั้งหมดเริ่มจากงานอีเวนต์ในสถานสงเคราะห์เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ขณะที่ผู้ใช้พิการรายหนึ่งพยายามกัดผู้พิการอีกราย รุนะกับเพื่อนร่วมงานชายเข้าไปห้าม ทว่าต่อมาถูกกล่าวหาว่าใช้ฝ่ามือกดคางของผู้พิการรายนั้นหลายครั้งผู้พิการอีกรายที่มีความพิการทางสติปัญญาอ้างว่าเห็นเหตุการณ์ จึงแจ้งไปยังสำนักงานเทศบาลว่าอาจเป็นการทำร้ายผู้พิการ กระทั่งวันที่ 17 มิถุนายน 2568 ตำรวจสถานีอาคาชิเข้าจับกุมรุนะกับเพื่อนร่วมงานชายในข้อหาทำร้ายร่างกายเรื่องโหดร้ายตรงที่ หลังรุนะเสียชีวิต ผู้ที่แจ้งเหตุกลับออกมายอมรับหน้าตาเฉยว่า “ตนพูดเกินจริงไป ความจริงแล้วเป็นเพียงการเอามือประคองไว้ ไม่ใช่การทำร้าย”ฝ่ายโจทก์ยังระบุว่า วันเกิดเหตุมีคนอยู่ในงานถึง 35 คน แต่ตำรวจสอบปากคำเฉพาะผู้แจ้งเหตุเพียงคนเดียว โดยไม่ได้รวบรวมพยานหลักฐานเชิงวัตถุใด ๆระหว่างโดนจับกุม รุนะปฏิเสธข้อกล่าวหามาตลอด แต่ฝ่ายสอบสวนขอให้ศาลสั่งห้ามเยี่ยม ทำให้เธอพบได้เฉพาะทนายความ ติดต่อคนนอกไม่ได้เลยแม้แต่พ่อแม่ ทั้งการเข้าเยี่ยมและจดหมาย ทนายความยื่นขอให้ปลดคำสั่งบางส่วนเพื่อให้ครอบครัวเข้าเยี่ยมได้ แต่ศาลไม่อนุญาต จากนั้นศาลยังอนุญาตให้ขยายเวลาควบคุมตัวอีก 2 ครั้ง รวมถูกคุมขัง 18 วันรุนะจดบันทึกสิ่งที่เจอไว้ในสมุดระหว่างอยู่ในห้องขัง เธอเขียนว่าถูกถามว่าตบคางไปกี่ครั้ง แล้วถูกพูดใส่ว่า “ที่จริงแกทำใช่ไหม พูดตรง ๆ มาสิ” ก่อนจะเขียนต่อว่า“หนูไม่ได้ทำจริง ๆ” ในบันทึกยังปรากฏคำพูดของเจ้าหน้าที่สอบสวนอีกว่า “บอกมาตอนนี้แล้วจะสบายใจขึ้น” และ “ไม่ได้อยากทำให้สถานสงเคราะห์ล่มจมสักหน่อย อย่าทำให้แม่ต้องเดือดร้อนเลย” ขณะที่ฝ่ายโจทก์ระบุว่าเจ้าหน้าที่ยังโกหกเธอว่าเพื่อนร่วมงานชายรับสารภาพไปแล้วหน้ากระดาษในสมุดเล่มนั้นมีรอยน้ำตาซึมอยู่หลายจุด รุนะเขียนไว้ว่า “ไม่ได้ทำอะไรเลยสักอย่าง ทำไมต้องมาเจอแบบนี้ อยากได้อิสรภาพคืน” และ“หนูจะไม่ยอมแพ้” สลับกับข้อความถึงแม่ว่า“รักแม่ที่สุด อยากเจอเร็ว ๆ” กับ“อยากไปไหนมาไหนกับแม่ตลอด จะร้านสะดวกซื้อหรือที่ไหนก็ขอตามไปด้วย”การถูกสอบสวนในสภาพที่ถูกตัดขาดจากคนรอบตัวบั่นทอนเธอลงเรื่อย ๆ จนกินอาหารไม่ได้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นปฏิกิริยาจากการถูกจำกัดอิสรภาพ กระทั่งรุนะล้มลงเพราะภาวะขาดน้ำระหว่างช่วงขยายเวลาควบคุมตัว วันรุ่งขึ้นอัยการจึงสั่งไม่ฟ้องและปล่อยตัวออกมาแพทย์วินิจฉัยว่าเธอมีภาวะเครียดเฉียบพลันกับโรคเครียดหลังเหตุสะเทือนใจ หรือ PTSD ทำให้กินอาหารไม่ได้ต่อเนื่อง และเสียชีวิตด้วยภาวะทุพโภชนาการเมื่อเดือนธันวาคม 2568 ขณะเสียชีวิตน้ำหนักตัวลดเหลือราว 20 กิโลกรัมรุนะ นอนซมในสภาพผอมแห้ง หลังถูกควบคุมตัวนาน 18 วันในการพิจารณานัดแรกที่ศาลแขวงโกเบ ฝ่ายโจทก์ยืนยันว่าการแจ้งเหตุทำร้ายไม่มีมูลมาตั้งแต่ต้น และการสอบสวนของตำรวจกับอัยการไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่วนแม่ของรุนะขึ้นแถลงด้วยตัวเองว่า ขอให้เปิดเผยข้อเท็จจริงและเหตุผลว่าเหตุใดจึงต้องควบคุมตัวลูกสาวของเธอ พร้อมกล่าวสั้น ๆ ว่า ขอให้ขอโทษลูกสาวของฉันด้านฝ่ายจำเลยปฏิเสธทั้งความไม่ชอบด้วยกฎหมายของการสอบสวน และความเชื่อมโยงระหว่างการจับกุมกับการเสียชีวิต หัวหน้าสำนักงานตรวจการ ตำรวจจังหวัดเฮียวโงะ ระบุว่าได้พิจารณาแล้วเห็นว่าการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจและการปฏิบัติในสถานที่ควบคุมตัว ไม่มีความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการชดใช้ค่าเสียหายของรัฐ จึงขอให้ศาลยกฟ้อง และจะชี้แจงรายละเอียดในชั้นศาลต่อไปทนายความฝ่ายโจทก์เรียกร้องให้เปิดเผยคลิปบันทึกภาพและเสียงการสอบปากคำ โดยให้เหตุผลว่าสังคมควรได้รู้ว่าเด็กหญิงวัย 16 ปีถูกสอบสวนอย่างไร ขณะที่แม่ของรุนะเรียกร้องให้ตำรวจและอัยการหันมาแก้ปัญหาที่ญี่ปุ่นเรียกว่า ยุติธรรมตัวประกัน ซึ่งผู้ต้องหาที่ยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหามักถูกควบคุมตัวนานกว่าปกติ พร้อมฝากว่าขอให้รับฟังเสียงของคนที่บอกว่าตัวเองไม่ได้ทำ และอย่าลืมเรื่องการปกป้องชีวิตกับศักดิ์ศรีของคนก่อนขึ้นศาล แม่ของรุนะให้สัมภาษณ์ว่าอยากพูดด้วยปากของตัวเองว่าลูกสาวบริสุทธิ์ และย้อนเล่าว่า ตอนถูกปล่อยตัวออกมาในสภาพผอมแห้งลูกสาวบอกกับเธอว่าอยากให้อีกฝ่ายขอโทษ เรื่องที่เกิดขึ้นแล้วก็ช่วยไม่ได้ แต่ถ้าขอโทษกันจริง ๆ แม่ก็ให้อภัยได้ แม่ยังเล่าด้วยว่าหลังได้รับการปล่อยตัว รุนะขอให้เธอหารถเข็นไฟฟ้ามาให้ เพราะอยากกลับไปทำงานและป้อนข้าวให้ผู้พิการด้วยตัวเองเท่าที่ยังทำไหวรุนะ ร้องไห้บนเตียงโรงพยาบาล มีสายน้ำเกลือติดที่แขน หลังได้รับการปล่อยตัวอ้างอิงจาก : Kansai TV, Kansai TV newsランナー, Sun TV, Sankei Shimbun, Kansai TV (Yahoo! Japan News)อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องไร้มนุษยธรรม! เจ้าหน้าที่ รพ.ญี่ปุ่น แอบถ่ายคลิปคนไข้คลานกับพื้น โพสต์เหยียดลงโซเชียลวันนี้! ตัดสิน ผู้กำกับโจ้ หรือ โจ้เฟอร์รารี ปมใช้ถุงดำรัดผู้ต้องหาเสียชีวิตรู้จักโรค PTSD อาการป่วยทางจิตใจ ผลกระทบจากความรุนแรงในอดีต
หดหู่ ดญ. 16 ถูกตร.ขัง 18 วัน ทั้งที่ไม่ผิด ทรมานจนขาดอาหารตาย นน.เหลือ 20 กิโล
by
Tags: