หนึ่งเดียวในตองอู! ร่วมรัฐบาล แต่วิจารณ์ตรงใจประชาชน “ชดเชยการขาดทุน” หรือแท้จริงคือการ “อุ้มกำไร” ให้กลุ่มทุนน้ำมันอยู่เบื้องหลัง ?

ทวี สอดส่อง จี้ เปิดต้นทุนจริงน้ำมัน ก่อนรัฐใช้เงินหลายหมื่นล้านอุ้มกำไรนายทุนผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าพรรคประชาชาติ และ สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ เผยแพร่ข้อความผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ โดยมีเนื้อหาดังนี้“เปิดต้นทุนจริงน้ำมัน” ก่อนรัฐใช้เงินหลายหมื่นล้านอุ้มกำไรนายทุนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงติดลบกว่า 35,000 ล้านบาท ณ วันที่ 29 มีนาคม 2569 และตัวเลขนี้พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วเพียงในสัปดาห์เดียวคำถามที่ประชาชนต้องได้รับคำตอบคือ… เงินก้อนนี้กำลัง “ชดเชยการขาดทุน” หรือแท้จริงแล้วคือการ “อุ้มกำไร” ให้กลุ่มทุนน้ำมันอยู่เบื้องหลัง ?รัฐบาลอ้างกลไกตลาดโลกและราคาอ้างอิงสิงคโปร์เป็นเหตุผลปรับราคาน้ำมันสูงขึ้น แต่ยังไม่เคยเปิดเผย “ต้นทุนจริง” ต่อสาธารณะแม้แต่ครั้งเดียว เพื่อความเป็นธรรมแก่ประชาชน จึงถึงเวลาที่รัฐต้องเปิดตัวเลขนี้โดยเร่งด่วนข้อเท็จจริงที่ 1 — น้ำมันที่ขายวันนี้ ซื้อมาในราคา 3 เดือนก่อนน้ำมันสำเร็จรูปที่โรงกลั่นทั้ง 6 แห่งในไทยจำหน่ายอยู่ในขณะนี้ ล้วนผ่านการจัดซื้อน้ำมันดิบมาแล้วตั้งแต่ประมาณ 3 เดือนก่อน ซึ่งมีต้นทุนต่ำกว่าราคาตลาดปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญ การอนุญาตให้ใช้ราคาตลาดสิงคโปร์ ณ วันนี้เป็นฐานคำนวณ จึงเท่ากับเปิดช่องให้กลุ่มทุนทำกำไรส่วนต่างมหาศาล บนหยาดเหงื่อของประชาชนทุกคนข้อเท็จจริงที่ 2 — ไทยมีโรงกลั่นเอง ไม่ใช่แค่ผู้ซื้อมาขายไปไทยมีโรงกลั่นน้ำมันถึง 6 แห่ง มีศักยภาพกลั่นได้เพียงพอต่อความต้องการในประเทศและส่งออกต่างประเทศได้ด้วยน้ำมันจึงไม่ใช่สินค้าธรรมดา แต่เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของชาติ ที่รัฐมีหน้าที่กำกับดูแลด้วยเหตุนี้ ราคาน้ำมันควรคำนวณจากระบบ “ต้นทุนจริง บวกกำไรที่เหมาะสม” ไม่ใช่อิงราคาตลาดต่างประเทศ ซึ่งหากเทียบกับประเทศที่มีโรงกลั่นหรือผลิตน้ำมันเองเช่นกัน อย่างซาอุดีอาระเบีย (21–22 บาท/ลิตร) หรือคูเวต (12–16 บาท/ลิตร) จะเห็นได้ชัดว่าไทยจ่ายแพงกว่าโดยไม่มีเหตุผลเพียงพอข้อเท็จจริงที่ 3 — ราคาอ้างอิงสิงคโปร์ไม่สะท้อนความเป็นจริงการอ้างอิงราคาสิงคโปร์เป็นปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะมีการบวก “ค่าขนส่งสมมติ” และ “ค่าประกันภัยสมมติ” จากสิงคโปร์มาไทย ทั้งที่ไทยกลั่นน้ำมันเอง ต้นทุนจริงจึงต่ำกว่าที่อ้างอิงอย่างมากยิ่งไปกว่านั้น รายได้ต่อหัวของสิงคโปร์ (GDP per capita) สูงกว่าไทยกว่า 10 เท่า โดยสิงคโปร์อยู่ที่ราว 3,050,000–3,100,000 บาทต่อปี ขณะที่คนไทยมีรายได้เฉลี่ยเพียง 260,000–270,000 บาทต่อปีเท่านั้นประชาชนไทยส่วนใหญ่กำลังเผชิญวิกฤตค่าครองชีพ รายได้ไม่พอรายจ่าย และจมอยู่กับปัญหาหนี้สิน การใช้มาตรฐานราคาของสิงคโปร์กับประชาชนไทยจึงไม่อาจยอมรับได้จึงขอเรียกร้องให้รัฐใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 ผ่านคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) เพื่อ ตรวจสอบต้นทุนน้ำมันจริงจากสต็อก 3 เดือนก่อนทันที ไม่ใช่ปล่อยให้มีการขึ้นราคาตามตลาดสิงคโปร์รายวัน หรือใช้เงินกองทุนอุดหนุนโดยไม่มีการตรวจสอบความโปร่งใสในเรื่องนี้ไม่ใช่แค่สิทธิของประชาชน แต่คือเงื่อนไขขั้นต่ำของความชอบธรรมในการบริหารประเทศ“ความผาสุกของประชาชนต้องมาก่อนเสมอ กำไรของนายทุนต้องมีได้ แต่ต้องมีได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม”ขอให้รัฐบาลเร่งปฏิรูปโครงสร้างราคาน้ำมันโดยด่วน อย่าปล่อยให้ภาระต้องตกอยู่กับประชาชนอย่างไร้ทางแก้#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS


Posted

in

by

Tags: