‘หมอฮา’ คนดีย์ ‘ของส้ม’

ผมก็สงสัยว่า….คนไหนนะ “หมอฮา” หน้าตาเป็นอย่างไร?เป็น “แพทย์สนาม” ที่ไปล่อเป้าทหารเขมรเคียงคู่ทหารไทยในแนวหน้า โดยมีแค่ “เข็มฉีดยา” แทนปืนใช่มั้ย?สื่อโทรทัศน์แทบทุกช่อง จึงแหกปากตะโกนข่าว “หมอฮาถูกเตะตัดขา” ในลีลาเทิดทูน กรอกหู มาหลายวันแล้ว!พอเห็นหน้าในชุดเสื้อส้ม เป็นผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน ผมอ๋ออออ ทันที!“หมอฮา” ก็คือ “นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ” หมอ NGOแก๊งแพทย์ชนบท คนเดียวกับที่ผมเห็นตอนขบวนการ “ส้ม ๓ นิ้ว” จลาจลเมืองหมอฮาคนนี้ ก็มาผลุบโผล่ๆ กับเขาด้วย!คณะอนุกรรมการข้าราชการพลเรือนกระทรวงสาธารณสุข (อ.ก.พ.สธ.) พิจารณาความผิด ของหมอฮา อดีต ผอ.โรงพยาบาลสะบ้าย้อย และอดีต ผอ.โรงพยาบาลจะนะ จ.สงขลา วันก่อนมีมติ ๔ ต่อ ๓….“นพ.สุภัทร” (ชิงลาออกไปสมัคร สส.) มีความผิดวินัยร้ายแรง ให้ “ปลดออกจากราชการ”จากกรณี “จัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 ชนิด ATK” ในโครงการ “แพทย์ชนบทบุกกรุง” ช่วยโควิด-19ฟังเสียงโทรทัศน์แวบๆ ได้ยินท่านหัวหน้าเท้ง ตีตรารับประกันหมอฮา “ถูกกลั่นแกล้ง” ประมาณนั้นและเมื่อวาน (๒๘ ม.ค.๖๙) พรรคไม่มีเทา (แต่ดำไม่แน่?) เล่นใหญ่รัชดา ออกแถลงการณ์ แต่ว่า….เนื้อหา บ่มิไก๊!๑.ยืนยันว่า ขณะนี้ หมอสุภัทร ยังมีสถานะเป็นผู้สมัคร สส.ของพรรค สงขลา เขต ๒ โดยชอบด้วยกฎหมายตราบเท่าที่ศาลฎีกายังไม่มีคำสั่งให้หมอสุภัทร พ้นจากสถานะการเป็นผู้สมัครฯ๒.ยืนยันว่า หากกระทรวงสาธารณสุข มีคำสั่งให้หมอสุภัทรพ้นจากราชการด้วยเหตุผิดวินัยร้ายแรงพรรคและหมอสุภัทร จะต่อสู้ในกรณีดังกล่าว-ทั้งในกระบวนการของระบบราชการ-ทั้งในชั้น “ผอ.เลือกตั้ง” ประจำเขต ๒ สงขลา-ทั้งในชั้นกระบวนการทางศาลโธ่เอ๋ย..ประเด็นอย่างนี้ ไม่เห็นจำเป็นต้องแถลงให้เปลืองกระดาษชำระ ว่าแต่ว่าที่ยืนยันนั่นน่ะ ตรวจสอบข้อมูลแน่นอนแล้วหรือยัง?ไม่ใช่อะไรหรอก ผมกลัว “นายกฯ ว่าว” จะเสียหมาทีหลังน่ะ!นี่ยังดีนะ “ผิดวินัยร้ายแรง”ยังไปไม่ถึงขั้น “ทุจริตต่อหน้าที่” ซึ่งนั่นอาญานะโยมนะ อาจมีวาสนาได้นอนที่ “ลาดยาวนิเวศ” เชียวแหละ!หมอฮาให้สัมภาษณ์นักข่าวว่า…..“ตอนนี้ผมยังเป็นผู้สมัคร สส.เช่นเดิม ยุทธการเตะตัดขาเกือบสำเร็จ แต่สุดท้าย ยังปลดผมออกจากราชการไม่ได้เพราะผู้แทน ก.พ.นำเรื่องไปพิจารณาในกรรมการชุดใหญ่ที่เป็นธรรมกว่าสำหรับผม นี่คือแผนสกัดไม่ให้ผมเข้าสภาอย่างแน่นอน เพราะกระแสผมมาแรงมาก ตัดโอกาสผมเข้าไปปัดกวาดการเมืองสีเทาใน สธ.จึงจัดยุทธการเตะตัดขา หวังทำให้ผมขาดคุณสมบัติ ผมเปิดปฏิบัติการแพทย์ชนบทบุกกรุง ช่วงโควิดระบาดหนักในปี ๖๔มาถูกสอบวินัยในปี ๖๖ หลังผมค้านนโยบายกัญชาเสรี แล้วมาชี้ขาดในปี ๖๙ เพียง ๑๕ วันก่อนเลือกตั้ง ช่างประจวบเหมาะเกินไปไหม?”ก็ว่าไป แต่ว่า “หมอฮา” ไม่ได้เป็นเบาหวานมิใช่รึ ไหงกลัวเตะตัดขาล่ะ..หือ?อย่าเบี่ยงประเด็น อยากจะโต้ ก็โต้ให้ตรงประเด็น ชาวบ้านเขาจะได้เข้าใจไม่ไขว้เขวอ.ก.พ.สธ.เขามีมติ “ผิดวินัยร้ายแรง” ให้ปลดออกจากราชการนั่นน่ะ จากเรื่อง….“จัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 ชนิด ATK” ในโครงการ “แพทย์ชนบทบุกกรุง” ช่วยโควิด-19 ชนิดไม่ชอบมาพากลทำไมไม่แจกแจงตรงนี้ให้ประชาชนเขาทราบ เพราะเรื่องนี้ฉาวโฉ่มาก ในประเด็นจัดซื้อด้วยวิธีการ “ล็อกสเปก”!“สำนักข่าวอิศรา" เขานำข้อมูลมาเผยแพร่ไว้ ผมจะเก็บความบางตอนมาให้อ่านนะ* จัดซื้อ Rapid Test "บ.นำวิวัฒน์การช่างฯ" 4 ครั้ง 34,159 ชุด 7.8 ล. จากการตรวจสอบพบว่าในช่วงวันที่ 30 พ.ย. – 22 ธ.ค.2564 โรงพยาบาลจะนะ โดยนายสุภัทร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล ปฏิบัติราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาออกประกาศผู้ชนะการเสนอราคาจัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test โดยเฉพาะเจาะจง "บริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด" รวมทั้งสิ้น 4 ครั้งจำนวน 34,159 ชุด เป็นเงินทั้งสิ้น 7,856,570 บาท จำแนกเป็น-ประกาศผู้ชนะฯ ฉบับวันที่ 7 ธ.ค.2564 จัดซื้อจำนวน 8,695 ชุด 1,999,850 บาท-ประกาศผู้ชนะฯ ฉบับวันที่ 30 พ.ย.2564 จำนวน 8,695 ชุด ทำสัญญาวันที่ 11 พ.ย.2564-ประกาศผู้ชนะฯ ฉบับวันที่ 22 ธ.ค.2564 จำนวน 8,695 ชุด ทำสัญญาวันที่ 9 ธ.ค.2564-ประกาศผู้ชนะฯ ฉบับวันที่ 22 ธ.ค.2564 จำนวน 8,074 ชุด ทำสัญญาวันที่ 22 ธ.ค.2564ในจำนวนนี้ 3 ครั้ง ทำสัญญาจัดซื้อก่อน “ออกประกาศผู้ชนะตามหลัง” โดยจำนวนและวงเงินเท่ากัน 3 ครั้ง และประกาศผู้ชนะวันเดียวกับวันทำสัญญา 1 ครั้ง(เป็นข้อมูลตามที่ปรากฏในฐานข้อมูลจัดซื้อจัดจ้างหน่วยงานภาครัฐ กรมบัญชีกลาง)*ชุดตรวจ Standard Q 2 สัญญา 750,000 บาทช่วงปี 2562-2565 โรงพยาบาลจะนะ ได้จัดซื้อโดยวิธีเฉพาะเจาะจงกับ "บริษัท นำวิวัฒน์การช่างฯ" อีก 5 สัญญา รวมจำนวนเงิน 810,139 บาทแบ่งเป็น จัดซื้อชุดตรวจ Standard Q จำนวน 2 สัญญา และจ้างซ่อมครุภัณฑ์การแพทย์ จำนวน 3 สัญญากรณีการจัดซื้อชุดตรวจ Standard Q จำนวน 2 สัญญา รวมวงเงิน 750,000 บาท เกิดขึ้นช่วงต้นเดือนมีนา.65หลังจัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test รายละเอียดดังนี้2 มี.ค.65 จัดซื้อวัสดุทางการแพทย์ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ได้แก่ ชุดตรวจ Standard Q จำนวน 3,000 ชุด โดยวิธีเฉพาะเจาะจง "บริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด" ราคา 450,000 บาทโรงพยาบาลจะนะ ประกาศชื่อผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 2 มี.ค.65 (วันเดียวกับทำสัญญา)3 มี.ค.65 จัดซื้อวัสดุทางการแพทย์ กลุ่มงานเทคนิคการแพทย์ ชุดตรวจ Standard Q จำนวน 2,000 ชุด โดยวิธีเฉพาะเจาะจง "บริษัท นำวิวัฒน์การช่าง (1992) จำกัด" วงเงิน 300,000 บาทโรงพยาบาลจะนะ ประกาศชื่อผู้ชนะการเสนอราคา เมื่อวันที่ 3 มี.ค.65 (วันเดียวกับทำสัญญา)เฉพาะกรณี จัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test 4 ครั้ง และชุดตรวจ Standard Q 2 ครั้ง รวม 6 สัญญา (ครั้ง) เป็นเงิน 8,606,570 บาทกระบวนการจัดซื้อชุดตรวจ Standard Q 2 รายการ จ้างซ่อมครุภัณฑ์ 3 สัญญา รวมทั้งสิ้น 5 สัญญา ไม่พบข้อมูล "ราคากลาง"ต่างจากกรณีการจัดซื้อชุดตรวจ Rapid Test ที่ใช้เอกสารใบเสนอราคาของ "บริษัท นำวิวัฒน์การช่างฯ" เป็นราคากลางประกอบการจัดซื้อจัดจ้างนี่…ทั้งหมดนี้ เป็นไปตามข้อมูลที่ “สำนักข่าวอิศรา" เขานำมาเผยแพร่มั้ย…หมอฮา?สำหรับคนทั่วไป เห็นตัวเลขมากๆ อาจงง ฉะนั้น เอางี้“ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค V.2” เขาสรุปย่อรายละเอียดจาก “สำนักข่าวอิศรา” มาใส่แคปซูลให้กลืนง่ายๆ ดังนี้…………………………………………..“ขบวนการเสรีไทยเฟซบุ๊ค V.2”จากที่อ้างว่า “ซื้อถูกกว่ารัฐ” ตอนนี้ เปลี่ยนมาอ้างว่าซื้อถูกกว่าราคา “กรมบัญชีกลาง” ละชมรม strong ต้านทุจริตประเทศไทย ช่วยอธิบายข้อเท็จจริงดังต่อไปนี้เอาความผิดของตัวเองมาเปลี่ยนเป็นกระแสเข้าสภา1.ราคา : ใครซื้อแพง หมอสุภัทรซื้อถูกกว่า?ส.ค.64 องค์การเภสัชกรรม ซื้อราคา 65 บาทพ.ย.-ธ.ค.64 รพ.จะนะ ซื้อในราคา 230 บาท2.ผิดกฎหมาย? : รพ.จะนะ แบ่งซื้อ 4 ครั้ง30 พ.ย.64 ซื้อ 8,695 ชุด เป็นเงิน 1,999,850 บาท7 ธ.ค.64 ซื้อ 8,695 ชุด เป็นเงิน 1,999,850 บาท22 ธ.ค.64 ซื้อ 8,695 ชุด เป็นเงิน 1,999,850 บาท22 ธ.ค.64 ซื้อ 8,074 ชุด เป็นเงิน 1,857,020 บาทข้อสังเกต ใน 1 เดือน แบ่งซื้อ 4 ครั้งเหตุผลที่อ้างคือ ไม่ทราบว่าจะมีผู้ติดเชื้อมากน้อยเท่าไร?เหตุผลที่ซ่อนไว้ คือ แบ่งซื้อ แบ่งจ้าง อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมายแบ่งทำไม? เพราะ ผวจ.ให้อำนาจไม่เกิน 2 ล้านบาทหรือเปล่า แต่การแบ่ง 1.999 ล้านบาท มันน่าเกลียดเกินไปไหมหมอ?ถ้า กก.สอบวินัยสรุปว่า “ไม่ผิดวินัยร้ายแรง” ตัวกรรมการเองนั้นแหละจะเป็นคนผิดแทน เพราะหลักฐานชัดเจน ส่อเจตนาที่จะซื้อในอำนาจของตัวCr : สำนักข่าวอิศรา…………………………………………..สมาพันธ์แพทย์ รพ.ศูนย์/รพ.ทั่วไป70 บาท คือราคาซื้อจริงของ รพ.รัฐ300 บาท คือค่าตรวจ ที่ สปสช.จ่าย รพ.250 บาท คือราคาซื้อของ รพ.จะนะนพ.เอกภพ เพียรพิเศษ ชี้แจงว่า คดีวินัยของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เป็นผลจากข้อเท็จจริงด้านการจัดซื้อและการบริหารงบประมาณสาธารณสุข ที่ตรวจสอบได้ โดยสามารถแยกเป็นขั้นตอนชัดเจนดังนี้ขั้นที่ 1 : ตั้งเงื่อนไข “WHO” โดยไม่จำเป็นในช่วงโควิดปี 2564 มีการกำหนดเงื่อนไขให้ ATK ต้องผ่านการรับรองจาก WHO เท่านั้นทั้งที่ในทางวิชาการ มาตรฐาน อย.ไทย เพียงพอและใช้กันทั่วไปผลที่เกิดขึ้นคือ “ผู้ขายถูกจำกัดเหลือเพียงไม่กี่ราย”“เอกชนต่างชาติ” ร้องเรียนว่า “เป็นเงื่อนไขไม่เป็นธรรม”สังคมตั้งคำถามว่า เป็นการ “ล็อกสเปก” หรือไม่?จุดนี้ถูกมองว่า เป็นการใช้อำนาจกำหนดสเปกที่ “ไม่จำเป็นต่อคุณภาพ” แต่ “มีผลต่อราคา”ขั้นที่ 2 : เมื่อไม่ล็อกสเปก รัฐซื้อได้ “ถูกจริง”ต่อมา “องค์การเภสัชกรรม” ไม่เห็นด้วยกับการจัดซื้อแบบพิเศษ และตัดเงื่อนไข WHO ออกผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นชัดเจนคือผู้ผ่านเกณฑ์เพิ่มขึ้น เกิดการแข่งขันด้านราคารัฐสามารถจัดซื้อ ATK ได้ในราคาประมาณ 70.09 บาท/ชุดต่ำกว่าราคากลาง 120 บาท และต่ำกว่าราคาตลาด 200-300 บาทจุดนี้สะท้อนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตลาด แต่เกิดจากการตั้งเงื่อนไขเองขั้นที่ 3 : แต่ รพ.จะนะ กลับซื้อแพงกว่าเกือบ 3 เท่า หลังจากรัฐพิสูจน์แล้วว่าสามารถซื้อ ATK ได้ในราคาต่ำโรงพยาบาลจะนะ ซึ่ง นพ.สุภัทร เป็นผู้บริหาร กลับจัดซื้อ ATK ในราคาประมาณ 250 บาท/ชุดคำถามสำคัญคือ…..หากรัฐบาลซื้อได้ 70 บาท เหตุใดโรงพยาบาลระดับอำเภอจึงต้องซื้อแพงกว่าเกือบ 3 เท่า?เป็นเพราะคุณภาพสูงกว่า หรือเป็นผลจากสเปกที่ตั้งไว้เฉพาะเจาะจง?จุดนี้เป็นหัวใจของข้อกล่าวหาเรื่อง “ความไม่คุ้มค่าและความเหมาะสมในการใช้งบรัฐ”ขั้นที่ 4 : การสื่อสารที่ทำให้สังคมเข้าใจผิดนพ.เอกภพ ระบุว่า มีการอ้างต่อสาธารณะว่า“โรงพยาบาลซื้อ ATK ถูกกว่ารัฐ เพราะรัฐซื้อ 300-400 บาท”แต่ข้อเท็จจริงคือ…..ตัวเลข 300-400 บาท ไม่ใช่ราคาซื้อ ATK ของรัฐบาลแต่เป็น “ค่าบริการตรวจ ATK” ที่ สปสช.จ่ายชดเชยให้โรงพยาบาลการนำ “ค่าบริการ” มาเปรียบเทียบกับ “ราคาจัดซื้อ" ถูกมองว่าเป็นการ “บิดเบือนข้อมูล” ทำให้สังคมเข้าใจผิดขั้นที่ 5 : ความผิดไม่ใช่จุดเดียว แต่เป็น “พฤติกรรมต่อเนื่อง”เมื่อพิจารณาร่วมกับประเด็นอื่น เช่นการจัดซื้อแบบเฉพาะเจาะจง และการแบ่งสัญญาไม่เกิน 1.99 ล้านบาทการทำสัญญาก่อนหรือวันเดียวกับการประกาศซื้อ อ.ก.พ.จึงมองว่า“ไม่ใช่ความผิดพลาดเชิงเทคนิค”แต่เป็น “พฤติกรรมการบริหารที่ขัดหลักความโปร่งใสอย่างต่อเนื่อง"!สรุปในมุม “หมอเอกภพ” โควิดอาจเป็นสถานการณ์ฉุกเฉินแต่การตั้งสเปก “การใช้เงินรัฐ” และการสื่อสารต่อสังคมต้องยืนอยู่บนข้อเท็จจริงและความรับผิดชอบและนี่คือเหตุผลที่คดีนี้ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งแต่เป็นการ “ลงโทษทางวินัย” จากข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบได้…………………………………………….ความจริง เรื่องซื้อ ATK ของหมอฮา ข้อมูลหาอ่านเพื่อใช้สามัญสำนึกใคร่ครวญถึง “ความผิด-ความถูก” ได้ไม่ยาก“พรรคประชาชน” ขุดคุ้ย-รู้เรื่องของคนอื่นเขาไปทั่วแต่กับเรื่องคนในพรรคตัวเอง กลับไม่คุ้ยและรู้เลย!?-เปลว สีเงิน๒๙ มกราคม ๒๕๖๙คนปลายซอย


Posted

in

by

Tags: