หากสงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดขึ้นจริง ประเทศไหนปลอดภัยที่สุด?

จากสถานการณ์โลกล่าสุดหลังอเมริกาโจมตีทางอากาศในอิหร่าน และเตหะรานตอบโต้ด้วยโดรนและขีปนาวุธในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความตึงเครียดนี้ผู้คนทั่วโลกต่างกำลังเช็กว่าประเทศของตนจะอยู่ได้กี่วันหากไม่มีเชื้อเพลิง หรือกระทั่งค้นหาว่าประเทศไหนปลอดภัยที่สุดหากสงครามโลกครั้งที่ 3 เกิดขึ้นจริงโดยมากแล้วนักวิเคราะห์มักดูปัจจัยหลักเหล่านี้ก่อนจะบอกว่าประเทศไหนปลอดภัยหากเกิด สงครามโลกครั้งที่ 3ปัจจัยแรกคือ ไม่อยู่ใกล้จุดยุทธศาสตร์สำคัญปัจจัยที่สองคืออยู่รอดได้หากโลกหยุดการค้า คือมีอาหารและพลังงานพอเลี้ยงประเทศและอีกหนึ่งปัจจัยหลักคือความเป็นกลางทางการเมืองต่อไปนี้คือรายชื่อประเทศที่ The Economist Times ลิสต์ไว้ว่าใช้เป็นที่หลบภัยได้ หากสงครามโลกครั้งที่ 3 ปะทุขึ้นจริงไอซ์แลนด์: ประเทศไอซ์แลนด์ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่สงบที่สุดในโลก โดยมักอยู่ในอันดับต้นๆ ของดัชนีสันติภาพโลก (Global Peace Index) เนื่องจากเป็นเกาะที่อยู่ห่างไกลทางภูมิศาสตร์ ไม่เคยมีส่วนร่วมในสงครามสมัยใหม่ ด้วยสภาพอากาศที่รุนแรงและประชากรน้อย ทำให้ความสำคัญทางยุทธศาสตร์ต่ำ สิ่งเหล่านี้ทำให้ไอซ์แลนด์เป็นสถานที่ที่อาจปลอดภัยสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกหนีความขัดแย้งระดับโลกแอนตาร์กติกา: ตั้งอยู่บริเวณใต้สุดของโลก ทำให้เป็นหนึ่งในสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดหากเกิดสงครามนิวเคลียร์ แอนตาร์กติกามีพื้นที่มากกว่า 14 ล้านตารางกิโลเมตร ไม่มีประชากรถาวรนอกจากสถานีวิจัย ที่สำคัญอยู่ห่างจากเป้าหมายทางทหาร แม้สภาพภูมิประเทศจะรุนแรง แต่ความโดดเดี่ยวนี้เป็นเกราะป้องกันจากความขัดแย้งระดับโลก แต่ไม่แน่ใจว่าจะหนาวตายก่อนสงครามจะมาถึงหรือไม่นิวซีแลนด์: นิวซีแลนด์ก็เป็นอีกหนึ่งประเทศที่อยู่ในอันดับต้นๆ ของดัชนีสันติภาพโลก และมักวางตัวเป็นกลางในความขัดแย้งระหว่างประเทศ โดยมีจุดภูมิศาสตร์อยู่ห่างจากศูนย์กลางความขัดแย้งของโลก มีภูมิประเทศเป็นภูเขาที่ช่วยในการป้องกัน นอกจากนี้ยังมีระบบเกษตรที่พึ่งพาตนเองได้ ปัจจัยเหล่านี้ทำให้นิวซีแลนด์ถูกมองว่าเหมาะสำหรับการอยู่รอดในกรณีวิกฤตระดับโลกสวิตเซอร์แลนด์: เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องความเป็นกลางทางการเมืองแม้ในช่วงสงครามโลก ทำให้สวิตเซอร์แลนด์ไม่ถูกมองเป็นเป้าหมายหลักหากเกิดสงครามขึ้นจริงนอกจากนี้ยังมีภูมิประเทศเป็นภูเขาที่สามารถใช้เป็นเกราะกำบัง และมีระบบหลุมหลบภัยนิวเคลียร์จำนวนมากอินโดนีเซีย: มักดำเนินนโยบายต่างประเทศแบบ free and active คือเป็นอิสระและเน้นเชิงรุก เน้นบทบาทด้านสันติภาพโลก อินโดนีเซียมีลักษณะภูมิประเทศเป็นหมู่เกาะกระจายตัวจำนวนมาก และข้อนี้ช่วยลดความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ในการโจมตี ทำให้บางคนมองว่าอินโดนีเซียอาจเป็นสถานที่หลบภัยได้ชิลี: ด้วยลักษณะภูมิประเทศอันโดดเด่นของชิลีที่มีเทือกเขาแอนดีสเป็นแนวกำแพงธรรมชาติ อยู่ติดมหาสมุทรแปซิฟิก มีทรัพยากรธรรมชาติและการเกษตรกรรม จึงอาจช่วยให้ประชากรอยู่รอดได้หากระบบเศรษฐกิจโลกชะงักลงตูวาลู: ประเทศเกาะเล็กๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก มีจำนวนประชากรเพียงประมาณ 11,000 คน โครงสร้างพื้นฐานจำกัดและทรัพยากรไม่มาก ทำให้เหล่านักวิเคราะห์มองว่าไม่น่าตกเป็นเป้าหมายสำคัญทางการทหารฟิจิ: เป็นประเทศเกาะที่ห่างไกลจากจุดตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ มีป่าไม้หนาแน่น มีทรัพยากรที่เพียงพอจะพึ่งพาตัวเองได้ และมีกองทัพขนาดเล็ก จึงถูกจัดอยู่ในประเทศที่สงบและปลอดภัยแอฟริกาใต้: แอฟริกาใต้มีทรัพยากรสำคัญหลายอย่าง มีที่ดินอุดมสมบูรณ์ มีแหล่งน้ำจืด มีโครงสร้างพื้นฐานทันสมัย สิ่งเหล่านี้เพิ่มโอกาสในการอยู่รอดหากเกิดวิกฤตระดับโลกขึ้นจริงกรีนแลนด์: ด้วยความที่ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ห่างไกล มีความเป็นกลางทางการเมือง และประชากรน้อย ทำให้นักวิเคราะห์มองว่ามีโอกาสถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งน้อยส่วนประเทศไทย หลายคนมองว่าเป็นอู่ข้าวอูน้ำ การรักษาพยาบาลดี แต่ทั้งนี้เรื่องความมั่นคงทางเชื้อเพลิงและพลังงานยังเป็นเรื่องที่ประเทศไทยต้องให้ความสำคัญอีกมากอ้างอิงข้อมูลจากhttps://economictimes.indiatimes.com/news/new-updates/world-war-iii-list-of-safest-countries-to-seek-shelter-if-wwiii-breaks-out-amid-israel-iran-conflict/articleshow/128943294.cmshttps://metro.co.uk/2026/02/28/map-shows-safest-countries-global-conflict-breaks-3-27158175/


Posted

in

by

Tags: