อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกาไขข้อข้องใจทำไมศาล รธน.ตีตกคำร้องปม ‘อนุทิน’

18 ก.ย.2568 – นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ อดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา และอดีตประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) โพสต์เฟซบุ๊กในหัวข้อ “เหตุที่ศาลรัฐธรรมนูญตีตกคำร้องกรณีกล่าวหาอนุทินยึดถนนหลวงเป็นรันเวย์เครื่องบิน” ระบุว่าเมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ปรากฏจากข่าวสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์ไม่รับคำร้องไว้พิจารณาในคดีที่นายนิยม นพรัตน์ ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย โดยกล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล (ผู้ถูกร้อง) ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ใช้อำนาจหน้าที่ขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้นลงสำหรับอากาศยานเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชน เป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธธรรมอย่างร้ายแรง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ โดยขอให้สมาชิกภาพของ สส. และความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทินสิ้นสุดลง และเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของนายอนุทินศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ ไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเสียก่อน ตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 46 วรรคหนึ่ง ผู้ร้องจึงไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวได้ผู้เขียนพิจารณาแล้ว มีข้อมูลและความเห็นดังนี้1.คดีที่ผู้ถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพที่รัฐธรรมนูญคุ้มครองไว้ร้องขอว่าการกระทำนั้นขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจพิจารณาวินิจฉัย (มาตรา 7 (11) ของ พ.ร.ป. วิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ 2561)2.บุคคลซึ่งถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพโดยตรง และได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหาย หรืออาจจะเดือดร้อนหรือเสียหายโดยมิอาจหลีกเลี่ยงได้ อันเนื่องจากการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพนั้น ย่อมมีสิทธิยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยคดีได้โดยจะต้องยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเสียก่อนภายใน 90 วันนับแต่วันที่รู้หรือควรรู้ถึงการถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพดังกล่าว เว้นแต่การละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพนั้นยังคงมีอยู่ก็ให้ยื่นคำร้องได้ตราบที่การละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพนั้นยังคงมีอยู่และต้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือวันที่พ้นกำหนดเวลาที่ผู้ตรวจการแผ่นดินไม่ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ (มาตรา 46)3.เมื่อไม่ปรากฏว่าผู้ร้องได้ยื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเสียก่อน ศาลรัฐธรรมนูญย่อมไม่มีอำนาจรับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยกรณีเช่นนี้เปรียบเหมือนการชกมวยในยกที่ 1 ขณะที่นักมวยมุมแดงพุ่งตัวออกมาหมายจะชกนักมวยมุมน้ำเงิน แต่สะดุดขาตัวเองล้มลงหัวกระแทกพื้น และไม่สามารถยืนขึ้นมาชกได้ จนกรรมการ (ศาลรัฐธรรมนูญ) จับให้นักมวยมุมแดงแพ้คดีศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัยในเนื้อหาแห่งคดีว่า ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอนุทินได้ใช้อำนาจหน้าที่ขออนุญาตใช้ถนนสาธารณะเป็นทางขึ้นลงสำหรับอากาศยานเพื่อกิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทเอกชน อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธธรรมอย่างร้ายแรง ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่4.การกระทำของนายอนุทินตามที่ถูกกล่าวหา หากมีการนำเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญในช่องทางที่ถูกต้อง เช่น สส. ไม่น้อย 10 % ของสภาผู้แทนราษฎรเข้าชื่อร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ส่งคำร้อง (ที่มีเหตุในคดีนี้ประกอบเหตุอื่นๆ) ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายอนุทินสิ้นสุดลง (มาตรา 82, 160 และ 170 ของรัฐธรรมนูญ) ศาลรัฐธรรมนูญย่อมมีอำนาจรับไว้พิจารณาวินิจฉัยได้


Posted

in

by

Tags: