เจอแล้ว…นี่ไง!“ธนบัตรใบละ ๑,๐๐๐ บาท”ที่หายไปจากระบบ ๑.๔ แสนล้านบาท!?ส่วนหนึ่ง (เท่าที่พบ) กระจุ๋มกระจิ๋มแค่ ๑๘,๗๕๙,๐๐๐ บาทตรวจค้นพบ ซุกอยู่ที่บ้านหลังหนึ่ง ย่านอำเภอยะรัง ปัตตานีเป็น “แบงก์พัน” ล้วนๆกับบุหรี่เถื่อน ๒,๔๕๒,๖๘๐ มวน (นับมวนให้มึนทำไมก็ไม่รู้)และปืนพกอีก ๓ กระบอก!ถามว่า “ของใคร”?กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า ร่วมกับตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ศุลกากร และสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ที่ร่วมกันตรวจค้น“ไม่ (ยอม) บอกชื่อจริง” แต่ควบคุมตัวไว้แล้ว ๓ คน!เงินสดตั้ง ๑๐-๒๐ ล้านบาทเช่นนี้ มาจากไหน?ตอบไม่ยากก็มาจาก “ค้าของเถื่อน” น่ะซีแล้วเก็บเงินสดไว้เพื่ออะไร ทำไมไม่เอาไปฝากแบงก์?ตอบไม่ยากอีกนั่นแหละก็เพื่อใช้เป็นน้ำเลี้ยงพวกโจรแบ่งแยกดินแดนน่ะซีน้ำเลี้ยงนักการเมืองและการเลือกตั้งด้วยรึเปล่า?ไม่รู้ (โว้ย) ถามซอกแซกจริง…ไอ้เซ่อ!ปัญหาภาคใต้ที่ “ไม่ยอมให้จบ” นั้น สาเหตุหลักมาจาก-เรื่องค้าของเถื่อน-เรื่องค้ายาเสพติด-เรื่องโจรแยกดินแดน และ-เรื่องคนการเมืองและคนมีสีทั้ง ๔-๕ เรื่องนี้ เป็น “คนละเรื่องเดียวกัน”ที่ทำให้ ๓ จังหวัดชายแดนใต้ “ไม่สงบ” ถึงทุกวันนี้!“รัฐบาล-ทหาร-ตำรวจ” ชุดนี้ประชาชนฝากความหวังไว้มาก ว่า….“ปะ-ฉะ-ดะ” จริง ไม่ใช่ชนิด “ดายหญ้าหน้าดิน”ไม่เช่นนั้น “กองทัพภาคที่ ๔”จะกล้าเชิดหน้า “สบตา” กับ….“กองทัพภาคที่ ๑” และ “กองทัพภาคที่ ๒” ได้อย่างไร?และ “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ยุค “พล.ต.อ.สำราญ นวลมา”ถ้าจะนวลอยู่ให้ครบ ๗ ปีการ “ดูที่เกิดเหตุ” นั้น ผู้ที่ “ถูกดู” จะต้องเป็น “โจร”ไม่ใช่ “ชาวบ้าน” หรือ “ทหาร” และ “ตำรวจ”!ภายใต้รัฐบาลชุดนี้….บ้านเมือง โดยเฉพาะ ๓ จว.ใต้ควรต้องให้สงบจาก “ภัยโจร”ให้มันไม่สงบเฉพาะจาก “ผู้ทรงเกียรติ” กัดกันก็พอ!ช่วงนี้ มันมีแต่เรื่องแปลกๆ“คุณตาเฮียง” ยกที่ดิน ๒๑ ไร่ให้สร้างวัดไปแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ คือ “วัดป่าอดุลยาราม” อยู่ในเขตชุมชนกังสดาล ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่นแต่ก่อน เป็นป่า แต่ตอนนี้ เป็นเมือง“มหาวิทยาลัยขอนแก่น” ก็ตั้งอยู่ และที่ดินก่อสร้างมหาวิทยาลัยนั้นคุณตาเฮียงก็มอบให้ ๑๐ ไร่!จากไร่ละหลักพัน-หลักหมื่น ตอนนั้นแต่ตอนนี้ ราคาไร่ละตั้ง ๕๐-๖๐ ล้านบาท!ใครเห็นก็ตาลุก ด้วย “ผีโลภ” เข้าสิงหลานเมียของคุณตาเฮียงซึ่งอยู่กรุงเทพฯ มีอาชีพทางนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ดีดลูกคิดรางแก้วแล้ว ไร่ละ ๕๐-๖๐ ล้าน ที่ทั้งหมดกว่า ๒๑ ไร่ มันก็หลายพันล้านเลยเกิดเสียงในหัว…ไล่พระยึดวัด รวยทางลัดดีกว่าเรา!ว่าแล้วก็ไปตรวจดูที่สำนักงานที่ดินชื่อท้ายโฉนดยังเป็นชื่อของนายเฮียง ผัวของพี่สาวก็เลยคัดลอกมา (โฉนดตัวจริงอยู่กับเจ้าอาวาส)บวกกับลูกๆ ของคุณตาเฮียง ยังมีจิตยึดว่าที่ดินกว่า ๒๑ ไร่นั้น ยังไม่ได้ถวายวัด!อ้างพ่อเพียงมีเจตนารมณ์จะสร้างวัดเท่านั้นแต่ไม่ได้ยกที่ดินนั้นให้ใครและเมื่อคุณพ่อตายไป วัดก็ยังไม่ได้สร้างฉะนั้น ถือว่าเรื่องยกที่ดินสร้างวัดเป็น “โมฆะ”แต่ไปฟ้องร้องแล้ว…ก็แพ้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ศาลท่านบอกเป็นที่ “ธรณีสงฆ์” สมบูรณ์ไปแล้ว!กรณีอย่างนี้ มีคำพิพากษาศาลฎีกา วางไว้เป็นบรรทัดฐานด้วยซ้ำว่า“ทันทีที่ผู้อุทิศมีเจตนาอุทิศชัดเจน ที่ดินย่อมตกเป็นของแผ่นดินสำหรับใช้สร้างวัดตามเจตนาอุทิศนั้นโดยไม่ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อเจ้าพนักงานต่อมาเมื่อมีการสร้างวัดแล้วเสร็จที่ดินแปลงนั้นจึงตกเป็นกรรมสิทธิ์ของวัดโดยสมบูรณ์"ลูกสาวนายเฮียงบอก…ตัวเขาเป็นคนยากจน ไม่มีเงินไปสู้คดีต่อเมื่อหลานเมียนายเฮียงเป็นผู้ชำนาญการเรื่องอสังหาริมทรัพย์มาจากกรุงเทพฯก็ใช้ความเป็นผู้สันทัดกรณีไปยื้อยุดเอาที่ดิน ๒๑ ไร่นั้นกลับคืนก็แล้วกันแล้วปฏิบัติการ “ไล่พระยึดวัด” ก็เกิดขึ้น!หลานเมียนายเฮียงยื่นโนติสให้พระย้ายออกจากวัดภายใน ๑๕ วันแถม “ปิดประตูวัด” ขังพระเอาท่อปูนมาตั้งเรียงขวางไว้อีกชั้นแล้วผสมปูนซีเมนต์เทหยอดใส่แต่ละท่อให้ติดแน่นเรียกว่า “ปิดตาย” ห้ามขยับเขยื้อนกันเลย!ข่าวว่า เมื่อวาน (๑๓ ส.ค.๖๙) ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ออกหมายเรียกหลานเมียนายเฮียงให้ไปพบพนักงานสอบสวนแล้วส่วนจะตั้งข้อหาอะไร ยังไม่ทราบแต่กระนั้น หลานเมียนายเฮียง ที่เรียกกันว่า “ป้าดา”ขู่..จะ “รื้อกำแพงวัด” ซะเลย!“ป้าดา” คนนี้ เท่าที่ดูตามข่าว ต้องยอมรับว่าเป็น “คุณนายปากเหล็ก” ขนาดนั้นเลยใครปะทะคารมด้วย หงายหลังผลึ่งทุกราย!ขนาด หนุ่มกรรชัย และสรยุทธ สุทัศนะจินดา ว่าปากแจ๋วเจอป้าดา ถึงกับปากจู๋ไปเลย!ผมก็อยากประจบป้าดาว่า….อย่าเลยป้าการ “ไล่พระ-ยึดวัด” หวังเอาที่ดินมาเป็นของตนนั้นนรกนะ…ป้านะ!ไม่ใช่นรกชั้นสามัญแต่ถึงชั้น “Very very super นรก” เลยเชียวแหละเพราะการเอาที่ “ธรณีสงฆ์” มาเป็นของตนถือเป็นบาปขั้นรุนแรงที่เรียกว่า "ครุกรรม"ถูกลงทัณฑ์ตลอดเวลาไม่มีวันหยุดหย่อนไฟขุมนี้ จะลุกโชนต่อเนื่องโดยไม่มีช่องว่างมีกำแพงเหล็ก ๖ ด้านล้อมรอบปิดทึบและลุกเป็นไฟอยู่ตลอดเวลาจะขยับตัวไม่ได้เลยเพราะถูกตรึงด้วยหลาวเหล็กหรืออาวุธร้อนเสียบทะลุผ่านร่างกายเจ็บปวดแสนสาหัสจากเปลวเพลิงที่เผาผลาญทั้งภายในและภายนอกแต่จะไม่ตายทันที เพื่อให้ไปรับกรรมต่อ“อเวจีมหานรก” นี้ ถือเป็น “นรกขุมที่ ๘”ที่ผู้กระทำผิดเกี่ยวกับของสงฆ์ต้องไปชดใช้กรรมสัตว์นรกในขุมนี้ ….ต้องทนทุกข์ทรมานอยู่อย่างนั้นตลอดเวลาโดยไม่มีการหยุดพัก แม้เสี้ยววินาทีเดียวจนกว่าจะสิ้นอายุขัยของนรก!เพราะการโกงที่ดินวัดเท่ากับโกงพระสงฆ์นับแสนนับล้านรูปบาปจึงทับทวีคูณมากกว่าการโกงคนธรรมดาแม้พ้นโทษจาก “อเวจีมหานรก” แล้ว ใช่ว่าจบแค่นั้นบาปกรรมที่ยังเหลืออยู่จะส่งผลให้ไปเกิด “เป็นเปรต”เช่น “มหาปิสัชเปรต” คือ “เปรตแบกแผ่นดิน”เป็นเปรตรูปร่างสูงใหญ่แต่ต้องแบก “แผ่นดินเหล็ก” ที่ลุกเป็นไฟหนาและหนัก เอาไว้บนศีรษะหรือแผ่นหลังต้องเดินร้องครวญครางด้วยความร้อนรุ่มและหนักหนาสาหัสเหตุเพราะ “เอาที่ดินวัด” มาเป็นของตน!นี่…หมายถึงตอนตายไปแล้วแต่ตอนมีชีวิตอยู่…การเบียดบังเอาของสงฆ์ เอาที่ดินสงฆ์ชีวิตในชาตินี้ หาความเจริญที่ยั่งยืนได้ยากจะสุข ก็สุขแบบกล้ำกลืนฝืนทนไปจนตายทรัพย์สินที่มีอยู่….ลงท้ายจะวิบัติฉิบหายอย่างรวดเร็วด้วยภัยต่างๆเช่น ไฟไหม้ ติดคุกตะราง ถูกยึดทรัพย์ ล้มละลายวันนี้ ขอประจบ “ป้าดา” ด้วยภาคมหานรกเอาไว้เท่านี้ขอลาไป “กินยา” นอนฝันหาตัวเลขงวดนี้ก่อนนะ!.-เปลว สีเงิน๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๙คนปลายซอย
‘อยากได้ที่วัด…อ่านนี่’
by
Tags: